Text : RP.
เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่คือโจทย์จริงของผู้ประกอบการ SME จึงอยากจะชวนอ่าน 5 เรื่องราวธุรกิจสายกรีน ที่นำ “ของเหลือ” และ “ขยะ” มาต่อยอดเป็นสินค้าใหม่อย่างมีคุณค่า
แต่ละแบรนด์มีจุดเริ่ม ทว่ามีจุดร่วมเดียวกันคือการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยไม่เพิ่มภาระให้โลก หากกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจอย่างพอดีและยั่งยืน เรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นคำตอบ
CATUP โดมแมวอัปไซเคิล ธุรกิจสายกรีนที่เติบโตจากอิคิไก
นคร แขฉายแสง วิศวกรผู้หลงใหลงานประดิษฐ์ เคยเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบล้วนๆ แต่พบว่า Passion อย่างเดียวไม่พอ หากตลาดยังไม่ต้องการจริง จนเมื่อได้ทำความเข้าใจแนวคิดอิคิไกอย่างลึกซึ้ง เขาจึงใช้ “วงกลมแห่งความสมดุล” เป็นกรอบคิดใหม่ในการทำธุรกิจ
สำหรับเขา ธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีครบ 4 องค์ประกอบ คือ สิ่งที่รัก สิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่สร้างรายได้ และสิ่งที่โลกต้องการ ระหว่างค้นหาคำตอบ เขาเห็นเทรนด์ความยั่งยืนชัดเจน จึงพัฒนา CATUP โดมแมวอัปไซเคิลจากฝาขวดพลาสติก ผสานความรักแมวเข้ากับทักษะการพัฒนาเครื่องจักรต้นทุนต่ำ
แม้โดมแมวจะยังขายได้ไม่มากในช่วงแรก แต่ปากกาอัปไซเคิลกลับสร้างรายได้ทันที และต่อยอดเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับองค์กร ปัจจุบันเขาผลิตเองทุกขั้นตอนในขนาดเล็ก ตั้งใจเติบโตอย่างพอดี
สำหรับนคร ความสำเร็จไม่ใช่การเร่งขยาย แต่คือการได้ทำสิ่งที่รัก ตอบโจทย์สิ่งที่โลกต้องการ และใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่นในแบบที่เลือกเอง
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9673.html
Reborn Studio และ “Grom” อาร์ตทอยจากขยะทะเล
เพราะมองเห็น “ขยะ” มากกว่าวิวสวยของทะเล จินต์ สถาพรสถิตย์สุข จึงตัดสินใจทำบางอย่างกับปัญหาที่เห็นทุกวัน หลังย้ายจากกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตที่เขาหลัก จังหวัดพังงา เขาใกล้ชิดทะเลทั้งในฐานะผู้ประกอบการและคนเล่นเซิร์ฟ และพบว่าปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะขวดน้ำที่เป็นสัดส่วนหลักของขยะทะเล
จากประสบการณ์ทำธุรกิจออกแบบส่งออกญี่ปุ่น เขาเห็นศักยภาพของการเล่าเรื่องผ่านคาแรคเตอร์ ผสานกับความรู้ด้านรีไซเคิลของเพื่อน จึงก่อตั้ง Reborn Studio และพัฒนา “Grom” อาร์ตทอยจากขยะพลาสติก ตัวแทนเด็กเซิร์ฟผู้รักทะเล ที่สะท้อนปัญหามลพิษและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กระบวนการผลิตเริ่มจากการรับขยะพลาสติกในพื้นที่ บด หลอม และพิมพ์ขึ้นรูปด้วย 3D Printing ก่อนเก็บรายละเอียดด้วยงานแฮนด์เมด แม้จะผลิตได้จำกัด และยังใช้รีไซเคิลไม่ถึง 100% แต่ทีมเลือกเดินหน้าผลิตในพื้นที่ แทนการย้ายฐานเพื่อเพิ่มกำลังผลิต
วันนี้ Reborn Studio ยังตั้งเป้าพัฒนาให้ใช้พลาสติกรีไซเคิล 100% และขยายความร่วมมือ เพื่อให้การลดขยะทะเลเกิดขึ้นจริงมากขึ้น
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9829.html
Marionsiam พลิกผ้า Dead Stock และเทียนวัดสู่บาติกโมเดิร์น
Marionsiam คือแบรนด์บาติกสไตล์ Urban Batik ของ ทยิดา อุนบูรณะวรรณ ที่ตั้งใจทำให้ผ้าบาติกใส่ได้ในชีวิตประจำวันและใส่ไปทำงานได้ เบื้องหลังความร่วมสมัยคือแนวคิดรักษ์โลกที่ทำมาตั้งแต่วันแรก โดยใช้ผ้า Dead Stock จากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาเพ้นท์ลายด้วยมือ ก่อนส่งตัดเย็บเป็นคอลเล็กชันขนาดเล็ก
การเลือกใช้ผ้าส่วนเกินไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเป็นโจทย์ท้าทายในการออกแบบ เพราะแต่ละล็อตมีเนื้อผ้าแตกต่างกัน แบรนด์เลือก “ผ้าก่อนลาย” และใช้ผ้าเพียงประมาณ 100 หลาในการผลิตหนึ่งล็อต อีกทั้งยังนำเศษผ้าของตัวเองกลับมาสร้างงานใหม่
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการใช้เทียนเหลือจากวัดมาเขียนกั้นสี ผ่านขั้นตอนทำความสะอาด ต้ม และกรอง ก่อนนำมาใช้ซ้ำหรือผสมกับเทียนบาติก เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่แตกต่าง
แม้มีแนวคิดกรีนชัดเจน แต่แบรนด์ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก หากวิธีใดทำให้สินค้าไม่ทนทานก็พร้อมปรับเปลี่ยน เพื่อให้เสื้อผ้าอยู่กับลูกค้าได้นานที่สุด วันนี้ Marionsiam จึงไม่ใช่แค่บาติกแบบเดิม หากเป็นงานหัตถกรรมร่วมสมัยที่เติบโตบนความตั้งใจและการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/10158.html
Kapuka Upcycling Studio เปลี่ยนขากางเกงยีนส์เหลือทิ้ง สู่แฟชั่นลดขยะโลก
จากประสบการณ์เกือบ 20 ปีในธุรกิจกางเกงยีนส์มือสอง วรรณี คนแรงดี มองเห็น “ของเหลือ” ที่คนอื่นอาจมองข้าม โดยเฉพาะขากางเกงที่ถูกตัดทิ้งจากออร์เดอร์ยีนส์ขาสั้นส่งออกยุโรป ผ้ายีนส์คุณภาพดีเหล่านี้ไม่ควรถูกทิ้ง เธอจึงก่อตั้ง Kapuka Upcycling Studio เพื่อนำขากางเกงยีนส์มือสองมาแปรรูปเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และแอ็กเซสซอรีใหม่ทั้งหมด
ก่อนเปิดแบรนด์ เธอเริ่มจากการรับผลิตสินค้า Upcycling ส่งออก จนมั่นใจว่าการมีแบรนด์ของตัวเองจะทำให้ธุรกิจยืนระยะได้ยาวขึ้น
จุดเด่นของ Kapuka คือการใช้วัตถุดิบเฉพาะส่วน “ขา” มาต่อยอดด้วยเทคนิค Patchwork และการจับคู่กับวัสดุอื่นในประเทศ แม้ผ้ายีนส์แต่ละชิ้นจะควบคุมยาก ทั้งความหนา สี และพื้นผิว แต่ความเข้าใจในวัสดุคือหัวใจของงานคราฟต์
แบรนด์ออกแบบในสไตล์ Everyday Look ใส่ง่าย ใช้ได้บ่อย เพื่อไม่ให้กลายเป็นแฟชั่นใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ปัจจุบันลูกค้าหลักยังเป็นต่างชาติ แต่ตั้งเป้าขยายตลาดไทยมากขึ้น
สำหรับวรรณี การทำ Upcycling อาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งหมด แต่คือการลดขยะแฟชั่นทีละชิ้น และชวนให้คนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ยังใช้ได้ แทนการปล่อยให้กลายเป็นขยะอีกต่อไป
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9908.html
กระเป๋าผ้าเช็ดหน้า “กลิ่นสี และกาวแป้ง” ไอเดียเพิ่มมูลค่าสินค้ามือสอง
จากผ้าเช็ดหน้าวินเทจมือสองที่เคยขายเป็นผืนๆ ราคาไม่กี่สิบบาท สู่กระเป๋าแฮนด์เมดใบเดียวในโลกที่ลูกค้าเลือกจับคู่ลายและสีเอง ก่อนเย็บสด ๆ รอรับได้ทันที ไอเดียนี้เป็นของร้าน “กลิ่นสี และกาวแป้ง” ธุรกิจเสื้อผ้าและสินค้ามือสองของ มะปราง–ชนุตม์มาศ บรรดิษเสน ผู้ประกอบการสายกรีนที่เชื่อว่าเสื้อผ้าบนโลกมีเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องผลิตใหม่เสมอไป
จุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจลดการใช้ถุงพลาสติก เธอลองนำผ้าเช็ดหน้ามือสองมาห่อสินค้า ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นกระเป๋าเพื่อให้ลูกค้านำกลับมาใช้ซ้ำได้ คอลเลคชั่นนี้ใช้ชื่อว่า “แบกหาม” สื่อถึงการจุของได้มาก และแนวคิดใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่า
โมเดลการขายเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ทั้งเลือกผ้าเองที่หน้าร้านหรือสั่งผ่านออนไลน์ พร้อมจัดเซตให้เลือกใกล้เคียงความต้องการ ทำให้จากเดิมขายผ้า 3 ผืน 100 บาท เมื่อนำมาเย็บเป็นกระเป๋า สามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 150–180 บาทต่อใบ
จากความตั้งใจเล็กๆ ในร้านมือสอง กลายเป็นอีกตัวอย่างของการสร้างมูลค่าเพิ่มบนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ชวนติดตามเส้นทางของผู้ประกอบการสายกรีนคนนี้ต่อไป
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9721.html
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี