Jinta ถอดสูตรอาหารมาทำไอศกรีม จากยอดขายเดือนละไม่ถึงสิบโล สู่ 200 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ในช่วงพีค

 

     จากพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือน วันหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นพ่อคน จึงทำให้ เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล หรือ หนุ่ม เริ่มคิดอยากหารายได้เพิ่มเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว การทำไอศกรีมโฮมเมด คือ ตัวเลือกที่เขาและภรรยาคิดว่าดีที่สุด ณ เวลานั้นในขณะที่ร้านกาแฟและร้านเบเกอรีมีอยู่เต็มท้องตลาด Jinta Homemade Icecream หรือ จินตะ ไอศกรีมโฮมเมด ชื่อแบรนด์ ซึ่งนำมาจากชื่อลูกสาวคนโตของเขา (จิณณ์ตา) จึงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว

จุดเปลี่ยน สร้างจุดขาย

     แต่ 3 ปีแรกของการทำธุรกิจไม่ได้สำเร็จง่ายเหมือนกับความตั้งใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยม เพราะความไม่เข้าใจถ่องแท้ในตลาดและความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้ยังไม่เติบโตเท่าที่ควรบางเดือนขายได้แค่ 1,000 – 2,000 บาท ไม่ถึงสิบโลก็มี แถมคนที่ช่วยซื้อยังเป็นเพื่อนๆ และคนรู้จัก โดยยุคแรกการทำไอศกรีมของแบรนด์จินตะก็เหมือนกับรสชาติทั่วไปที่มีอยู่ในท้องตลาด เช่น วนิลา ช็อกโกแลต สตรอว์เบอรี

     จนกระทั่งเมื่อได้เริ่มออกงานตลาดนัดสีเขียว ทำให้ได้รู้จักผู้คนเยอะขึ้น ได้รู้จักกับแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีคุณภาพดี  จึงทำให้มุมมองการทำไอศกรีมของเขาเริ่มเปลี่ยนไป และมีเอกลักษณ์มากขึ้น

(จากซ้าย ด.ญ.ฌีวา (น้องสาว) และ ด.ญ. จิณณ์ตา เกียรติกีรติสกุล)

     “เมื่อก่อนเราเข้าใจว่าของดี คือ ของที่มีราคาแพง ของที่ขายอยู่ในห้าง อย่างข้าวเราก็เลือกซื้อราคาแพงๆ เพราะคิดว่านี่คือ ข้าวหอมมะลิที่อร่อย จนได้มาเจอพี่ๆ เกษตรกรพี่เขาเอาข้าวใหม่มาให้ลอง ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าข้าวใหม่ คือ อะไร ปรากฏว่าพอลองเอามาหุงดูแล้วหอมมาก เพิ่งเข้าใจคำว่าหอมมะลิจริงๆ ก็ครั้งนั้น ซึ่งพอเราเริ่มเข้าใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น เลยทำให้เกิดความคิดอยากเอาของดีๆ มาลองทำไอศกรีม จากเดิมเราจะใช้วิธีเอานมมาผสมกับหัวเชื้อที่เป็นรสชาติต่างๆ ให้ได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ก็เลยเกิดความคิดว่าทำไมไม่ลองเอาของจากธรรมชาติมาใช้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ที่เขาไม่ทำกันเพราะไม่สามารถควบคุมรสชาติแต่ละครั้งได้ การเก็บรักษาก็ยากกว่า