ขาดทุนแบบไหนถึงมีกำไร ถอดสูตรเทวาภิรมย์ น้ำปรุงไทยตำรับชาววัง ลูกค้าต้องจองออร์เดอร์ข้ามปี

 

 

     “ฉิบหายไม่ว่าเอาหน้าไว้ก่อน” ประโยคแรงที่เพื่อนสนิทมักใช้แซว ทิวาพร เสกตระกูล หรือครูเอ๋ เจ้าของแบรนด์ เทวาภิรมย์ น้ำปรุงไทยตำรับชาววัง

     แทนที่จะโกรธเจ้าของแบรนด์ เทวาภิรมย์ กลับยิ้มรับเพราะมันคือเรื่องจริงที่สะท้อนถึงวิธีคิดและการผลิตน้ำปรุงของเธอ นั่นคือสารตั้งต้นที่ทำให้ SME Thailand Online อยากรู้ว่าเคล็ดลับในการทำธุรกิจที่ยอมขาดทุนแต่กลับมาทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ เคยทำรายได้สูงสุดถึงหกหลักต่อเดือนทำได้อย่างไร

สารตั้งต้น อดีตทนายตามหาสิ่งที่ชอบ

     ถ้าชอบสิ่งใดคนเรามักทำสิ่งนั้นได้ดี ประโยคนี้ยังคงใช้ได้ผลโดยเฉพาะกับ ทิวาพร เพราะเมื่อรู้ตัวว่าอาชีพทนายความไม่สามารถตอบโจทย์ความสุขเธอได้ จึงออกไปตามหาว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร จนกระทั่งปี 2554 ได้มีโอกาสไปเรียนที่โรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง พร้อมกับเลือกเรียนสาขาปักผ้าโบราณในราชสำนัก และเลือกลงวิชาเสริมในสาขาการปรุงเครื่องหอมชั้นสูง

     “ยอมรับว่าเราเป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ เราก็ซึมซับตัวตนมาจากคุณย่า คุณทวดซึ่งเคยทำงานเป็นข้าหลวงในวัง เราเองก็ได้ซึมซับวัฒธรรมต่างๆ รวมทั้งชอบพวกงานฝีมือแต่ไม่มีความรู้เลยเข้าไปเรียนที่โรงเรียนช่างฝีมือวังหญิง ซึ่งที่นั่นจะสอนการปรุงน้ำเครื่องประทินโฉมต่างๆ แต่ไม่มีสอนน้ำปรุง เพราะสมัยก่อนเหมือนเป็นสูตรลับที่จะถ่ายทอดให้คนในครอบครัวเท่านั้น บังเอิญครูโชคดีที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเมตตาถ่ายทอดวิชาการทำน้ำปรุงให้”

เส้นทางธุรกิจใหม่ที่ไม่หอมเหมือนน้ำปรุง

     ความโชคดีบวกกับความใส่ใจเมื่อจบหลักสูตรที่โรงเรียนแล้ว แต่ทิวาพร ยังไม่อยากจบความรู้ไว้เพียงเพียงเท่านั้นจึงออกไปหาความเรื่องน้ำปรุงเพิ่มเติมตามชมรมต่างๆ รวมทั้งไปเรียนการปรุงน้ำหอมของต่างชาติเพื่อเอามาปรับใช้ให้ดูทันสมัยแต่ยังอยู่บนพื้นฐานตำรับชาววัง

     แม้น้ำปรุงไทยจะมีความหอมที่เป็นเอกลัษณ์แต่ครูเอ๋ บอกว่าเส้นทางธุรกิจไม่ได้หอมเหมือนน้ำปรุงที่เธอทำ เนื่องจากน้ำปรุงไทยยังไม่เป็นที่รู้จักหรือมีการทำการตลาดเหมือนน้ำหอมฝรั่ง ในช่วงเริ่มต้นยอมรับว่าขาดทุน จนโดนเพื่อนๆ ของเธอแซวว่า “ฉิบหายไม่ว่าเอาหน้าไว้ก่อน” แต่เธอกลับมองว่าการทำธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การซื่อสัตย์ต่อลูกค้า