เคล็ดลับทำธุรกิจให้รุ่ง ฝ่าวิกฤตยุค Digital Disruption ให้รอด แบบ สยาม โกลบอล เฮ้าส์

TEXT : กองบรรณาธิการ

 Main Idea

  • ไม่เพียงเป็นธุรกิจรายแรกที่เป็นต้นแบบของร้านวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ที่ให้ลูกค้าเดินเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง

 

  • ผ่านมาสองทศวรรษกับการปรับตัวทางธุรกิจที่เติบโตจนมี 77 สาขาทั่วประเทศ

 

  • นี่คือสูตรปรับตัวรับเทรนด์โลกที่ช่วยปูทางสู่ความสำเร็จแบบฉบับ สยาม โกลบอล เฮ้าส์

 

     กว่า 26 ปี บนเส้นทางสายธุรกิจสินค้าและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่เติบโตจนสามารถขยายสาขาได้ถึง 77 สาขาทั่วประเทศ คือบทพิสูจน์ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ สยาม โกลบอล เฮ้าส์ ภายใต้การบริหารของ วิทูร สุริยวนากุล ที่เผยว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไปได้ไกลคือ การปรับตัวตลอดเวลา เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลกที่หมุนเร็ว และเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

     “เราผ่านมาหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล่าสุดกับวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้เรามองเห็นว่าเทรนด์ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยใช้เงินสดในการซื้อสินค้าเปลี่ยนมาใช้การสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าต่างๆ มากขึ้น ตรงนี้เราก็ต้องตามลูกค้าให้ทัน เปลี่ยนวิธีการชำระเงินให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่สามารถสแกนชำระสินค้าได้ หรือแม้แต่ Bill Payment การออกใบเสนอขาย ถ้าลูกค้าตกลง ก็สามารถสแกนจ่ายได้ทันทีเช่นกัน”

เทคโนโลยีต้องมา พันธมิตรต้องมี

     นอจากไม่หยุดนิ่งแล้วพร้อมปรับเปลี่ยนองค์กรตลอดเวลาแล้ว วิทูร ย้ำว่าอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ของธุรกิจให้ราบรื่นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และลดการใช้แรงงานคนโดยไม่จำเป็น

     “ดิจิทัลทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก ไม่เว้นแม้แต่การทำธุรกิจเราต้องปรับตัวเองเปลี่ยนให้ทัน อาทิ เรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเมื่อก่อนบริษัทเราต้องทำวันละหลายร้อยรายการ วันนี้เชื่อไหมครับ ว่าเราไม่ต้องใช้พนักงานแม้แต่คนเดียวเลย เพราะเป็นระบบอัตโนมัติไปเรียบร้อยแล้วคือ e-Withholding Tax ที่เรากับกรุงไทยจับมือพัฒนาร่วมกัน ทำให้การหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น และผมเชื่อว่าตรงจุดนี้ จะเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ เพราะถ้าบริษัทไหนไม่ใช้ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อยู่ครับ”

     สนใจพันธมิตรคลิก

Industry Solutions

ทางออกของธุรกิจ

     หากถามว่าการมีพันธมิตรดีอย่างไร คงมีคำตอบมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ การสนับสนุนอยู่เคียงข้างตลอดทั้งยามสุข หรือยามทุกข์ก็ไม่ทิ้งกัน เหมือนกับบริษัทที่เลือกพันธมิตรอย่างแบงก์กรุงไทยมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัท

     “เพราะแบงก์กรุงไทยถือว่าเป็น Industry Solutions ที่คอยหาทางออก มีทางแก้ไขอยู่เสมอก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา ทางแบงก์กรุงไทยออก Dynamic QR Code สามารถชำระค่าสินค้าต่างๆ ผ่านแอปฯ ได้เลย มันทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น ลดการสัมผัสเงินสดได้ด้วย”

     อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันทำให้ธุรกิจสยาม โกลบอล เฮ้าส์ พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ สินเชื่อที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจ อาทิ คู่ค้าพารวย วงเงินสินเชื่อ O/D Controlled สำหรับร้านค้าเพื่อชำระสินค้า ยืดหยุ่นตามยอดสิั่งซื้อสินค้าและบริการ โดยมีวงเงินสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท และบสย.ค้ำประกันเต็มวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท

     นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย ยังมีสินเชื่อ Robotics and Automation หนุนทุกธุรกิจที่สร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

     “จะเห็นว่าเราใช้บริการกับแบงก์กรุงไทย ครบเกือบทุกอย่าง ทั้งเครื่องมือด้านการเงิน การนำเข้าสินค้า สินเชื่อระยะสั้น ระยะยาว หรือตั๋ว P/N รวมถึงระบบต่างๆ ทั้งหมด เราเชื่อกันด้วย API อยู่แล้ว ยิ่งทำให้ทุกอย่าง ง่าย สะดวกสบายมากขึ้น และทุกวันนี้ เราก็ยังไม่หยุดนะครับ เรายังทำทุกอย่างต่อเนื่อง และแบงก์กรุงไทย ก็ถือเป็น Partner ที่รู้ใจกัน”

     สนใจใช้บริการทางการเงินครบวงจร จาก ธนาคารกรุงไทย โทร Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือคลิก https://krungthai.com/link/krungthai-sme-industry-solution-smethailand

     #KrungthaiSME #ติดปีกให้ธุรกิจคุณ #IndustrySolutions

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

คิดแบบไหน ถึงปั้นธุรกิจได้! ส่อง 4 ไอเดียธุรกิจที่ปั้นโดย CEO วัยใส แม้ไม่มีประสบการณ์

วันนี้คำว่า “ผู้ประกอบการ” ไม่ได้รอให้เรียนจบหรือมีประสบการณ์หลายปี เราเลยรวบรวมเรื่องเล่าของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์เหล่านี้ไว้ให้กลับไปอ่านอีกครั้ง เพื่อดูว่าเด็กในวันนี้ กำลังสร้างธุรกิจในแบบของตัวเองอย่างไร

“จง ชง ดี” ชาใต้จากยะลา ที่เริ่มต้นเพราะอยากขอบคุณบ้านเกิด ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง โตกว่า 520 สาขา

วิกฤตอาจทำลายกำลังใจของคนทำธุรกิจจนหมดสิ้น แต่สำหรับ จุ๋ม ศุภณัฏฐ์ ตนายะพงศ์ สาวยะลา กลับเดินหน้าเริ่มลุยใหม่อย่างไม่ลังเล จึงเกิดเป็น “ จง ชง ดี” ร้านชาใต้ที่ใช้เวลาเพียง 1 ปี 6 เดือน ขยายแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 520 สาขาทั่วประเทศ

CONCUR Patchwork จากพ่อค้าเสื้อมือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นอัพไซเคิล ลดขยะเสื้อผ้าเหลือทิ้งชายแดนใต้ สร้างรายได้สู่ชุมชน

เริ่มต้นจาก “จู–ฮุสนีย์ สาแม” อดีตพ่อค้าเสื้อผ้ามือสองที่ผันตัวสู่เจ้าของแบรนด์แฟชั่นยั่งยืน สามารถเปลี่ยนขยะเสื้อผ้าที่แทบจะถูกนำไปทิ้ง ขายไม่ได้ ให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นราคาหลักพันบาท แถมยังส่งขายไปยังลูกค้ามากกว่า 22 ประเทศ