ท้าให้ลอง Kakeibo    สูตรลับออมเงินฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นกว่า 100 ปี ช่วย SME จับต้นทุนแฝงให้อยู่หมัด!   

Text: VaViz  


     “ตอนนี้มีเงินอยู่เท่าไร?”

     “อยากซื้ออันนี้เพราะจำเป็น หรือแค่อยากได้เฉยๆ กันนะ?”

     “อืม...เดือนนี้ใช้ไปเท่าไรแล้วล่ะ?”

     “แล้วเดือนหน้าจะทำไงให้ใช้น้อยกว่านี้?”

     นี่คือหัวใจของ Kakeibo (คะเคโบะ) หรือศิลปะแห่งการออมเงินแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ที่มุ่งเน้น “การตั้งคำถามกับตัวเองก่อนใช้เงินทุกครั้ง” พร้อมการทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด ซึ่งแม้ว่าจะถือกำเนิดมานานกว่า 121 ปี แต่ถ้าดูดีๆ ก็สามารถหยิบมาหาต้นทุนแฝงให้ธุรกิจ SME ได้เหมือนกัน

จากครัวเรือน สู่นักล่าเงินที่หายไปของธุรกิจ

      เกริ่นก่อนว่า Kakeibo นั้นหมายถึงสมุดบัญชีครัวเรือน ที่ถูกคิดค้นขึ้นในปีค.ศ. 1904 โดยฮานิ โมโตะโกะ นักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของญี่ปุ่น ที่ต้องการหาวิธีการออมเงินและจัดการงบประมาณรายรับรายจ่ายให้ครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้ฮิตแค่ในแดนปลาดิบเท่านั้น แต่ยังไปไกลทั่วโลกเลยก็ว่าได้

แล้วจะปรับใช้ให้เข้ากับเจ้าของกิจการได้ยังไง มาดูกัน.....

Step #1: วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

     อันดับแรกให้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนไว้เลยว่า จะลดต้นทุนแฝงลงเท่าไร เช่น ลดค่าธรรมเนียมธนาคารลง 10% หรือลดค่าใช้จ่ายจิปาถะในสำนักงานอย่างวัสดุสิ้นเปลืองที่ไม่จำเป็นลง 15% เป็นต้น ซึ่งการตั้งเป้าลดต้นทุนแฝงให้ชัดเจนเป็นเปอร์เซ็นต์แบบนี้ จะช่วยทำให้การบริหารต้นทุนนั้น “จับต้องได้ วัดผลได้ และทำได้จริง”

     Tip: การตั้งเปอร์เซ็นต์ช่วยให้รู้ว่า ต้องลงมือ “ระดับไหน” เช่น

          - ถ้าต้องลด 5% อาจแค่ปรับขั้นตอนหรือเปลี่ยนวัตถุดิบบางส่วน

          - ถ้าต้องลด 20% อาจต้องเปลี่ยนระบบทั้งชุด เช่น เปลี่ยนซัพพลายเออร์ หรือทำระบบสต็อกใหม่

Step #2: จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่มีมาให้หมด

     ถัดมาทุกต้นเดือนหรือทุกไตรมาสให้ทำการจดรายรับทั้งหมด เช่น ยอดขายและรายได้อื่นๆ ที่คาดว่าจะได้รับ รวมถึงรายจ่ายที่คงที่ เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าร้าน เพื่อหักค่าใช้จ่ายประจำของธุรกิจออกไปก่อน ก็จะสามารถคำนวณเงินทุนที่เหลือ หรืองบประมาณที่ใช้ได้จริง สำหรับค่าใช้จ่ายผันแปรและกิจกรรมอื่นๆ ในช่วงเวลาที่กำหนดได้

     Tip: จดบันทึกทุกรายจ่าย = เห็นต้นทุนแฝง

          บันทึกรายจ่ายทั้งหมดของธุรกิจอย่างละเอียดแบบรายวัน / รายสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นรายการเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น ค่าส่งเอกสาร ค่ากาแฟสำหรับประชุม ค่าอุปกรณ์สำนักงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ซื้อเร่งด่วน พร้อมระบุวัตถุประสงค์ที่จ่ายไปให้ชัดเจน

Step #3: วิเคราะห์ + ทบทวน

     มาถึงขั้นจับตายต้นทุนแฝงกันแล้ว ด้วยการทบทวนรายจ่ายอย่างมีสติ เพื่อระบุว่าอะไรที่แอบแฝงมาฉุดการเงิน และหาทางแก้ไข โดยคำนวณว่าในหมวดหมู่รายจ่ายทั้ง 4 ต่อไปนี้ มีข้อไหนที่เงินถูกใช้ไปเกินงบประมาณที่ตั้งไว้หรือไม่

          1. รายจ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถตัดออกได้ เช่น วัตถุดิบหลัก ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน

          2. รายจ่ายที่เพิ่มคุณค่า ค่าใช้จ่ายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือยอดขาย (แต่ยังพอจะลดได้) เช่น คอร์สฝึกอบรมพนักงาน การตลาดที่เน้นผลลัพธ์

          3. รายจ่ายทางวัฒนธรรมหรือสังคม ค่าใช้จ่ายในการสร้างความสัมพันธ์ เช่น เลี้ยงลูกค้า กิจกรรมทีม หรือการลงทุนด้านวิจัยเล็กน้อย

          4. รายจ่ายที่ไม่คาดคิดหรือฉุกเฉิน เช่น ค่าซ่อมเครื่องจักรฉุกเฉิน ค่าปรับ/ค่าธรรมเนียมล่าช้า ค่าล่วงเวลาของพนักงานที่เกิดจากความผิดพลาดในการวางแผน กลุ่มนี้คือเป้าหมายหลักที่ต้องจับตาให้ดี

     Tip: เมื่อรู้แล้วว่า ต้นทุนแฝงคืออะไร ให้ตั้งคำถามไว้เลยว่า “เราจะหลีกเลี่ยงต้นทุนแฝงตัวนี้ในเดือนหน้าได้ยัง?”

          - เจอค่าซ่อมบำรุงฉุกเฉิน à วางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อุปกรณ์ในเดือนถัดไป เพื่อลดความเสียหายที่คาดไม่ถึง

          - มีค่าธรรมเนียมการโอนเงิน / ดอกเบี้ยบัตรเครดิตธุรกิจสูง à เจรจากับธนาคาร เพื่อลดค่าธรรมเนียม หรือจัดตารางการชำระเงินให้ตรงเวลา เพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยหรือค่าปรับ

Step #4: ตั้งสติก่อนจ่ายทุกครั้ง

     สุดท้าย ก่อนตัดสินใจซื้อ ลงทุน หรือใช้จ่ายกับสิ่งใดๆ ที่ไม่ใช่รายจ่ายประจำที่กำหนดไว้ ให้หยุดและไตร่ตรอง พร้อมถามคำถามต่อไปนี้

          - สิ่งนี้ “จำเป็น”ต่อการดำเนินธุรกิจจริงๆ หรือไม่? หรือแค่ “ต้องการ” เท่านั้น

          - สถานะทางการเงินของธุรกิจตอนนี้สามารถรองรับการใช้จ่ายนี้ได้หรือไม่?

          - การใช้จ่ายนี้จะนำมาซึ่งคุณค่าหรือผลกำไรที่มากกว่าต้นทุนหรือไม่?

          - มีทางเลือกอื่นที่ประหยัดกว่าแต่ได้ผลลัพธ์เท่ากันหรือไม่? เช่น ใช้การเช่าแทนการซื้อ

     Tip: การฉุกคิดก่อนใช้จ่ายแต่ละครั้ง ช่วยตัดต้นทุนแฝงได้ตั้งแต่ต้นลม นั่นเพราะไม่ด่วนซื้อ = ไม่ต้องซื้อของที่ไม่จำเป็น

     การสรุปผลการใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์หรือสิ้นเดือน เพื่อดูว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่และจะปรับปรุงยังไงด้วยหลัก Kakeibo จะช่วยให้เจ้าของกิจการมีวินัยทางการเงินและมองเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่นำไปสู่ต้นทุนแฝง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมและเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร