ภาระหนี้และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs

 

 

 
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ดำเนินการสำรวจศักยภาพด้านการเงินเกี่ยวกับภาระหนี้สินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยเปรียบเทียบความแตกต่างศักยภาพทางด้านการเงินของกิจการ 3 ขนาด คือ กิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ทั้งในภาคการค้าและบริการ จำนวนทั้งสิ้น 805 กิจการ  สามารถจำแนกผลการเปรียบเทียบเป็นรายด้าน ดังนี้
 
1.ด้านที่มาของแหล่งเงินทุน 
 
2.รูปแบบการกู้ยืมเงินของกิจการ 
 
โดยผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีการกู้เงินในระบบผ่านสถาบันการเงิน พบว่า กิจการทุกขนาดเคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ในขณะที่กิจการขนาดเล็ก ส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 62.58 เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  และอีกร้อยละ 37.42 ไม่เคยได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน 
 
จากผลการสำรวจดังกล่าว สามารถเปรียบเทียบให้เห็นถึงศักยภาพด้านการเงินของกิจการในแต่ละขนาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบของกิจการขนาดใหญ่และขนาดกลาง ที่มีมากกว่ากิจการขนาดเล็กค่อนข้างชัดเจน โดยผู้ประกอบการกิจการขนาดเล็กเห็นว่า อุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบของกิจการตนเอง คือการขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ไม่มีแผนธุรกิจที่ดี และขาดประวัติการชำระเงิน/เป็นกิจการใหม่ ในส่วนของความยากในการกู้เงินจากสถาบันการเงินส่วนใหญ่เกิดจากเงื่อนไขที่มีความเข้มงวด  ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดทั้งในส่วนของกิจการและสถาบันการเงินในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบของกิจการขนาดเล็ก  
 
ดังนั้น กรณีที่กิจการมีความต้องการเงินทุน กิจการขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งหมด เลือกที่จะกู้ยืมเงินในระบบ ในขณะที่กิจการขนาดเล็กแม้ส่วนใหญ่จะเลือกกู้เงินในระบบ แต่ก็มีกิจการบางส่วนเลือกที่จะกู้เงินนอกระบบ เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเห็นว่าเป็นแหล่งเงินทุนที่มีความรวดเร็วและสะดวก 
 
อย่างไรก็ดี จากผลการสำรวจในภาพรวมนับว่าค่อนข้างดี เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจในทุกขนาด มีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนในระบบในสัดส่วนที่มากกว่า และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการทุกขนาด  สสว. เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรลดข้อจำกัดในด้านเงื่อนไขและความเข้มงวดของกฎระเบียบในการกู้ยืม ซึ่งจะช่วยให้กิจการขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องร่วมให้ความรู้ในการดำเนินกิจการ การวางแผนธุรกิจ การวางแผนทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการขนาดเล็ก ให้มีเงินลงทุนที่เพียงพอในการประกอบธุรกิจโดยมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง
 
ในส่วนผู้ประกอบการ SMEs เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันการเงิน ควรมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ เพิ่มระยะเวลาในการผ่อนชำระเพื่อลดต้นทุนด้านการเงิน เพิ่มสภาพคล่องและขีดความสามารถทางการเงินให้แก่กิจการ ลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการพิจารณาสินเชื่อลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินให้แก่กิจการ ลดเงื่อนไขในส่วนของหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อให้กิจการขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่