LIVE ระดมทุนได้โดยไม่ต้องเป็น "มหาชน" อีกหนึ่งโอกาสของ SME Startup

 
 
 
 
      เมื่อ "เกศรา มัญชุศรี" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ตลท.จะเปิดให้ใช้บริการ "LIVE"    Platform ตลาดซื้อขายสำหรับธุรกิจ Startup และ SMEs ซึ่งสนับสนุนโดยคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (National Startup Committee) ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือหุ้น 99.99% ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ Startupเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการระดมทุนและเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายเปลี่ยนมือตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจเติบโตต่อไปในอนาคต
 
 
      นี่จึงเป็นโอกาสอีกช่องทางหนึ่งสำหรับธุรกิจ SME และ Startup ที่จะสามารถระดมเพื่อขยายกิจการได้ โดย "LIVE" นั้น เป็นระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิคส์เพื่อการระดมทุน (Funding Portal) และการซื้อขายหลักทรัพย์ (Electronics Trading Platform) ทำหน้าที่เป็น Marketplace สำหรับธุรกิจ SME และ startup เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการระดมทุนที่จะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ สามารถเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่แสวงหาธุรกิจที่มีนวัตกรรมและการเติบโตสูง ทั้งยังช่วยให้เกิดสภาพคล่องในการลงทุน มีทางเลือกในการบริหารจัดการลงทุน ทำให้เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือสำหรับนักลงทุนได้สะดวกรวดเร็ว
 
 
      LIVE นั้นจะมีความแตกต่างจาก SET และ Mai  ตรงที่เป็นเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการระดมทุนและการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยไม่กำหนดคุณสมบัติในการเข้าจดทะเบียน (Listing Requirement) ไม่มีการกระจายหุ้นวงกว้างในลักษณะที่เป็นบริษัทมหาชน เป็นเพียงการระดมทุนจากนักลงทุนเฉพาะกลุ่มที่มีความรู้ ความเข้าใจความเสี่ยงในการลงทุนของธุรกิจ Startup และ SME การซื้อขายเป็นแบบเจรจาต่อรอง ไม่มีการจับคู่ซื้อขายอัตโนมัติ


 
 
      โดยธุรกิจที่สามารถเข้าระบบทุนผ่าน LIVE ได้นั้น ตลท.ได้ระบุว่าจะต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ทั้งยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องผลประกอบการที่ต้องมีกำไร แต่ต้องเป็นธุรกิจที่ไมทำผิดกฎหมาย มีธุรกิจหรือไอเดียที่น่าสนใจมีความคิดสร้งสรรในเชิงนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และมีศักยภาพในการเติบโตสูง ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
 
 
     มาถึงตรงนี้ ถามว่าธุรกิจ SME และ Startup จะได้ประโยชน์จาก LIVE อย่างไรนั้น ข้อมูลจาก ตลท.แจกแจงไว้ว่าประการแรกธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น หากต้องการขยายกิจการ อีกทั้งมีตลาดรองรับเพื่อการซื้อขายสำหรับ SME-Startup ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการระดมทุนได้
 
 
      นอกจากนี้ นักลงทุนสามารถทำการเปลี่ยนมือหลักทรัพย์ผ่านตลาดรองได้ ช่วยให้มีผู้สนใจลงทุนในธุรกิจนั้นได้มากขึ้นและช่วยให้มูลค่าของธุรกิจเพิ่มขึ้นได้ ไม่เพียงเท่านั้น LIVE ยังเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์บริษัทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นต่อกลุ่มผู้ลงทุนตรงเป้าหมาย และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ ตลอดจนชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ผ่านระบบที่ปลอดภัยและมีความโปร่งใส


ที่มา https://www.set.or.th/highlights/files/20170711_Introduction_to_LIVE.pdf
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่