Unbanked Generation ทำไมคนรุ่นใหม่จึงเลิกทำธุรกรรมที่แบงค์

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 



     พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่กลุ่มมิลเลนเนียล หรือที่เราชอบเรียกกันว่า Gen Y กำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น ค้าปลีก และธนาคาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองว่าเพราะคนกลุ่มนี้ได้กลายเป็น “Unbanked Generation”  หรือคนกลุ่มที่เลือกจะไม่ทำธุรกรรมในธนาคาร


     สาเหตุก็มาจาก Gen Y เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่พึ่งพาสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีอย่างหนักในการทำธุรกรรมการเงินแทบทุกอย่าง แน่นอนว่าพฤติกรรมของพวกเขาย่อมส่งผลต่อการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการควรจับตามองและศึกษาพฤติกรรมพวกเขาให้ดี แล้วนำข้อมูลมาปรับใช้ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักพวกเขาสักนิด Convenience Store News ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Gen Y  ในอเมริกามาไว้ดังนี้

 
     Gen Y คือคนที่เกิดช่วงปี 1981-2005 เป็นกลุ่มที่ใหญ่สุดในอเมริกาคือมีประมาณ 80 ล้านคน หลากหลายเชื้อชาติและมีการศึกษา เป็นคนวัยหนุ่มสาว อายุมากสุดก็ 36 ปี Gen Y จำนวนมากมีทั้งเลือกที่จะไม่เข้าธนาคาร และเข้าธนาคารเพื่อทำธุรกรรม แต่ผลสำรวจของ First Data Poll พบว่าร้อยละ 71 ของGen Y เชื่อว่าอีก 5 ปีการไปธนาคารเพื่อทำธุรกรรมจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป 
 

     สาเหตุที่พวกเขาเลือกที่จะไม่ไปธนาคารเนื่องจากเทคโนโลยีทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้หลากหลายทางขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมผ่านระบบ mobile banking หรือการใช้บริการด้านการเงินที่เป็นทางเลือกอื่น เช่น การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผลสำรวจล่าสุดพบ ร้อยละ 20 ของ Gen Y ในอเมริกาไม่เคยใช้/สั่งจ่ายเช็คเลย และร้อยละ 63 ไม่มีแม้กระทั่งบัตรเครดิต ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ผลสำรวจความเห็นระบุร้อยละ 37.5 ของคนที่ไปธนาคารหรือสถาบันการเงินไปเพื่อขอสินเชื่อ รับบัตรเดบิต หรือแลกเหรียญ แต่ไม่ได้ไปเพื่อถอนฝากหรือโอนเงินเพราะมองว่าไม่สะดวกและไม่จำเป็น 
 
     
     แนวโน้มที่มองเห็นคือคนกลุ่ม Gen Y ปฏิเสธรูปแบบการทำธุรกรรมแบบเดิม ๆ แต่ชมชอบจะเลือกทำธุรกรรมตามแบบที่ต้องการ ผู้ประกอบการและธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการเข้าหาคนกลุ่มนี้จึงต้องเน้นความสำคัญไปที่ข้อเท็จจริงที่ว่าร้อยละ 86 ของคน Gen Y ทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟน พวกเขาชื่นชอบธนาคารออนไลน์ และเปิดรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนั้น พวกเขายังชอบทีมีการอัพเดทข้อมูลบัญชีแบบ real-time ไม่ต้องรอธนาคารสรุปมาให้เป็นเดือน ๆ อย่างที่เคยเป็น 
 

     พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในการหันมาทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้รูปธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจธนาคารเปลี่ยนไป พวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัวและอยากให้ผู้ค้าสนใจใส่ใจความต้องการของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2020 Gen Y จะเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจคิดเป็นร้อยละ 46 ของรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศ กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นและพวกเขาซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น  


     ส่วนรูปแบบเทคโนโลยีการชำระเงินที่พวกเขาชื่นชอบคือระบบการสแกนลายนิ้วมือ การสแกนม่านตา การจดจำเสียง หรือใบหน้า Gen Y จำนวนมากขึ้นใช้สมาร์ทโฟนเป็นกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต  
 

     ผู้ประกอบการยุคดิจิทัลที่ต้องการเจาะลูกค้ากลุ่ม Gen Y จำเป็นต้องพูดภาษาเดียวกับพวกเขา และต้องปรับกลยุทธ์การตลาดและกลยุทธ์การขายให้เข้ากับพฤติกรรมพวกเขา อาจจะต้องนำนวัตกรรมทุกรูปแบบมาใช้เพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น การนำเสนอร้านผ่านเว็บ และเวลาค้นข้อมูล ชื่อธุรกิจของคุณจะอยู่อันดับต้น ๆ ที่เห็นชัดเจน และอย่าลืมรวมโซเชี่ยลมีเดียไว้ในแผนการตลาดด้วย คิดจะล้วงเงินจากกระเป๋า Gen Y  ผู้ประกอบการต้องทำความรู้จักลูกค้า และหาวิธีตอบสนองความต้องการที่ตรงใจที่สุด เท่านี้ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือจากคน Gen Y  กลุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งในสังคม
 

ที่มา
www.goebt.com/why-millennials-choose-to-be-unbanked/
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ