ไทยพาณิชย์เดินหน้าช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตโควิด-19 เต็มสูบ


 

     ธนาคารไทยพาณิชย์ มอบทางออกช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ขานรับนโยบายภาครัฐร่วมโครงการปล่อยกู้สินเชื่อจากภาครัฐดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน ช่วยลดต้นทุนให้กับเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในอัตราดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินกู้ 1เปอร์เซ็นต์
 

     และเพื่อเป็นการลดต้นทุนการทำธุรกรรม ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงิน นาน 1 ปี ผ่านบริการ SCB Business Anywhere ให้ธุรกิจไม่สะดุด สามารถใช้บริการเงินโอนได้โดยไม่ต้องไปใช้บริการที่สาขา  พร้อมทางเลือกข้อเสนอพิเศษด้วยประกันสุขภาพคุ้มครองโควิด-19 สำหรับเจ้าของธุรกิจและพนักงานในองค์กร และสิทธิพิเศษจากมณีฟรีโซลูชั่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมและฝากเช็คข้ามเขตตลอดไป คาดมีลูกค้าเอสเอ็มอีไทยพาณิชย์ขอซอฟต์โลนราว 20,000 – 30,000 ล้านบาท
 

     พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจ SME ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ได้หาแนวทางให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการในหลากหลายรูปแบบ
 

     และครั้งนี้ธนาคารพร้อมขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมในโครงการปล่อยกู้สินเชื่อจากภาครัฐดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของโควิด-19 เพื่อเป็นเงินทุนในการเสริมสภาพคล่องและใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจ ทั้งประเภทสินเชื่อระยะยาว และตั๋วสัญญาใช้เงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ 2เปอร์เซ็นต์ ต่อปี วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 2 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินกู้ 1เปอร์เซ็นต์
 

     และเพื่อเป็นการลดต้นทุนการทำธุรกรรม ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินนาน 1 ปี ผ่านบริการ SCB Business Anywhere บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ตเพื่อธุรกิจ เพื่อช่วยให้การบริหารเงินสดของลูกค้าเป็นเรื่องง่ายได้ทุกที่ ใช้บริการเงินโอนได้โดยไม่ต้องไปใช้บริการที่สาขา  อย่างไรก็ตามสินเชื่อซอฟต์โลนครั้งนี้ไม่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับโครงสร้างหนี้จากธนาคารอื่น (รีไฟแนนซ์) โดยคาดว่าจะมีลูกค้าเอสเอ็มอีมากกว่า 1,300  รายที่ได้รับผลกระทบเข้ามาขอสินเชื่อกับธนาคารเป็นวงเงินกว่า 20,000-30,000 ล้านบาท จากวงเงินรวม 1.3 แสนล้านที่รัฐบาลตั้งไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเอสเอ็มอีที่เข้ามาขอซอฟต์โลนจะใช้สินเชื่อด้วยความระมัดระวังและใช้อย่างคุ้มค่า โดยจะไม่ก่อให้เกิดเป็นหนี้เอ็นพีแอลเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
 

     นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดแพ็กเกจพิเศษเพื่อลดความกังวลให้กับเอสเอ็มอีอีกขั้น ด้วยประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับเจ้าของธุรกิจเมื่อชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่มสิทธิพิเศษจากมณีฟรีโซลูชั่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินและรับฝากเช็คข้ามเขตตลอดไป ลดต้นทุนทางธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับคุ้มครองพนักงานขององค์กร ด้วยการสมัครซื้อประกัน “Covid-19 Care” คุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ง่าย ๆ ผ่าน SCB Easy App ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ สามารถขอสินเชื่อซอฟต์โลนพร้อมแพ็คเกจเพิ่มเติมจากธนาคารได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2563 (เริ่มเบิกจ่ายเงินจากธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป)
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร