กลุ่มทุนเอเชียหันมาปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม

 

 
     อดัม บิวรีย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุน และนายคอรีย์ ฮามาบาตะ ผู้ช่วยกรรมการอาวุโส หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล แสดงความเห็นร่วมกันว่ามาตรการห้ามประชาชนเดินทางบีบให้เจ้าของโรงแรมต้องมองหาทางเลือกในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางการเงิน ซึ่งอาจก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจการกู้ยืมในตลาดเนื่องจากตลาดการลงทุนยังคงมีเม็ดเงินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก


     “จากการพูดคุยกับเจ้าของโรงแรมและสถาบันการเงินทั่วภูมิภาค เราพบว่าทั้งสองฝ่ายมีความพยายามร่วมกันในการบรรเทาสถานการณ์เพื่อป้องกันการนำไปสู่สถานะของการผิดนัดชำระหนี้หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านั้น เจ้าของโรงแรมหลายรายได้เร่งขอขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับธุรกิจและรับมือกับภาวะธุรกิจตกต่ำไปจนกว่าความต้องการจะฟื้นตัว โดยเจ้าของโรงแรมที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าห่วงมากที่สุด คือ กลุ่มที่อยู่ในหัวเมืองรีสอร์ทที่เน้นรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าที่สุดหลังวิกฤติโควิด-19 สิ้นสุดลง”


     ในส่วนของภาคธนาคาร พบว่าเพื่อเป็นการบรรเทาสถานการณ์สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ยินดีที่จะพิจารณาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ อาทิ การผ่อนผันระยะเวลาชำระหนี้ระยะสั้น ส่วนในกรณีของประเทศไทยคาดว่า เจ้าของโรงแรมจะให้ความสนใจการกู้ยืมระยะสั้นสำหรับใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางการเงิน เพื่อให้สามารถประคองตัวต่อไปได้ ทั้งนี้หัวเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างมาก โดยในสถานการณ์ปกติโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ตและเกาะสมุย จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าใช้บริการห้องพักคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60 - 85 เปอร์เซ็นต์


     โดยในปีที่ผ่านมาตลาดโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกจะมีการซื้อขายมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังมีเงินทุนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคงหาโอกาสการลงทุนซื้อกิจการโรงแรมที่มีคุณภาพดี ซึ่งจะช่วยพยุงมูลค่าราคาของโรงแรมไว้ได้ในระยะปานกลาง


     เจแอลแอลเห็นว่าปัจจัยเหล่านี้สร้างโอกาสให้กับผู้ให้กู้ประเภทอื่นๆ ที่เล็งการณ์ไกลกว่าช่วงเวลานี้ที่โรงแรมมีปัญหาสภาพคล่อง และตัดสินอนุมัติการให้กู้ยืมโดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินซึ่งมีความมั่นคงในระยะยาว และมูลค่าของหลักประกันอื่นๆ ของผู้กู้


     “จากการที่ภาคธุรกิจโรงแรมกำลังต้องการเงินทุนจำนวนมาก พบว่ามีนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุนที่ลงทุนในหุ้นนอกตลาด และสำนักงานครอบครัว (family office องค์กรที่รับหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว) ขยายตัวเข้ามาในธุรกิจการให้สินเชื่อ ช่วยเสริมแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้กู้ยืมอยู่ก่อนแล้ว แม้แหล่งเงินทุนใหม่นี้โดยทั่วไปจะคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า แต่จุดแข็ง คือ การมีความรวดเร็วกว่าในการตัดสินใจและมีความคล่องตัวมากกว่า จึงสามารถให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับเจ้าของโรงแรมได้ จนกว่าเจ้าของโรงแรมจะสามารถมีทางออกสำหรับการแก้ปัญหาทางการเงินระยะยาวได้ หรือจนกว่าจะมีโอกาสขายโรงแรมในราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่าที่จะตัดขายออกไปในเวลานี้”


     โดยเจแอลแอลยังคาดการณ์อีกว่า ตลาดรีสอร์ทในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมไปจนถึงมัลดิฟส์ จะมีความต้องการเงินกู้สูง ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมบางรายในประเทศเหล่านี้กำลังประสบปัญหาจากการไม่สามารถกู้ยืมเงินจากภาคธนาคาร อัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง และการพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นตลาดที่ฟื้นตัวได้ช้าที่สุดหลังสิ้นสุดวิกฤติการณ์โควิด-19


     “เจ้าของโรงแรมที่มีสถานภาพทางการเงินที่ยังเข้มแข็งจะสามารถร่วมกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ในการหาทางออกร่วมกันได้ แต่ตลาดโรงแรมของบางประเทศจะมีความจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ในกรณีที่หาแหล่งเงินทุนไม่ได้มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าของอาจต้องนำโรงแรมออกเสนอขายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เจแอลแอลเชื่อว่าหลังวิกฤติการณ์โควิด-19 จะเห็นโรงแรมเปิดใหม่น้อยลงเนื่องจากเจ้าของโรงแรมต้องการที่จะพัฒนาสถานะทางการเงินของตนเองให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานของภาคธุรกิจโรงแรมแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมในอนาคต”
 
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ทีทีบี เดินหน้าหนุน SME ไทย ดันสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” วงเงินสูง-ดอกเบี้ยพิเศษ เสริมสภาพคล่องธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทีทีบี ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SME เดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อและโซลูชัน “ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 333% ของมูลค่าหลักประกัน

เทคนิคการจัดการหนี้ บริหาร Clash Flow ให้ธุรกิจได้ไปต่อ ด้วย 5 หลักคิด S.M.A.R.T

บางครั้งหนี้อาจไม่ใช่ปัญหาของ SME แต่การไม่มีแผนต่างหากที่ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ หลายคนพยายามเร่งจ่ายหนี้ ลดต้นทุน แต่สุดท้ายกลับยิ่งตึง เพราะขาดระบบคิดที่ชัดเจน ดังนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าลองวิธีใหม่ด้วยการใช้หลักคิดสุดคลาสสิกอย่าง S.M.A.R.T

7-Day Delay เทคนิคชะลอการซื้อ 7 วัน ช่วยธุรกิจตัดสินใจทางการเงินแบบมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์จนเสี่ยงเจ๊ง     

สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ทุกการตัดสินใจคือ “เงินสด” ที่มีค่า ดังนั้น จะดีกว่ามั้ย ถ้าลองใช้เทคนิค 7-Day Delay ชะลอการตัดสินใจ 7 วันก่อนซื้อของที่ไม่เร่งด่วน ให้เวลาตัวเองได้คิด ทบทวนความจำเป็น และดูตัวเลขกระแสเงินสดให้ชัดเจนก่อนเสมอ