ไขความลับ “5 วินัยการเงิน” ที่สร้างเศรษฐีและนักธุรกิจระดับโลกมาแล้ว

TEXT : กองบรรณาธิการ





     แน่นอนว่าในการทำธุรกิจหากเป็นไปได้ใครๆ ก็ย่อมอยากเห็นธุรกิจของตนเองประสบความสำเร็จแบบ “บิล เกตส์”, “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” หรือ “สตีฟ จอบส์” เป็นแน่แท้ ซึ่งหลายคนอาจมองปัจจัยความสำเร็จไปที่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี การทำการตลาดที่ดี แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วอีกปัจจัยความสำเร็จที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย นั่นคือ การบริหารจัดการบัญชีและการนิสัยการเงินที่ชาญฉลาดของตัวเองด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยขึ้นมาได้


     วันนี้เราจึงนำ 5 เคล็ดลับนิสัยการเงินส่วนบุคคล ที่นักธุรกิจประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ชอบทำมาฝากกัน



 
 
สร้างเป้าหมายการเงินที่ชัดเจน


     สิ่งสำคัญอันดับแรกที่นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ หรือร่ำรวยชอบทำกันไม่ต่างกับการมีงบประมาณดีๆ สักก้อนหนึ่ง ก็คือ การมีเป้าหมายด้านการเงินที่ชัดเจนว่า คุณจะใช้เม็ดเงินที่มีอยู่ไปกับอะไรบ้าง เพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้สูงสุด ซึ่งการที่คุณเขียนและจดบันทึกรายการต่างๆ ลงไปจะช่วยให้คุณมีทิศทางการเงินที่ชัดเจน สามารถปรับปรุงแก้ไข และบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที เป็นการตรวจเช็คสภาพคล่องและได้อัพเดตการเงินของตัวเองอยู่เรื่อยๆ อีกด้วย



 
 
จัดทำแผน เพื่อการใช้จ่ายและการออมของตัวเอง
               

     ข้อต่อมา คือแม้ต่อให้คุณจะวางเป้าหมายการเงินไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่คุณก็ควรวางแผนการใช้จ่ายเงินส่วนตัวของตัวเอง รวมถึงการออมไปพร้อมกันด้วย ไม่ว่าจะมีน้อยหรือมากไม่สำคัญ แต่การทำดังกล่าวจะช่วยทำให้คุณมีวินัยทางการเงินที่ดี รู้ว่าอะไรเป็นการใช้จ่ายโดยฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น หรืออะไรบ้างที่ควรจะประหยัดได้ เป็นการฝึกนิสัยตัวเองไม่ให้ใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่าย เพราะต่อให้มีเงินทองมากแค่ไหน แต่หากไม่สามารถบริหารจัดการส่วนนี้ให้ดี คุณก็จะยังคงรู้สึกว่าไม่พอใช้อยู่ดี ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อคุณตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองมากขึ้น ก็จะนำคุณไปสู่ความมั่งคั่งเป้าหมายของการออมได้นั่นเอง



 

กระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างรายได้ใหม่
               

     ไม่มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จใดทำกิจการเพียงอย่างเดียวแน่นอน โดยมีการกล่าวไว้ว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐีที่สร้างตัวเองขึ้นมาได้จากธุรกิจที่ทำ ส่วนใหญ่แล้วจะมีแหล่งรายได้ไม่น้อยกว่า 3 แหล่งด้วยกัน ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้สำคัญว่าคุณจะต้องมีแหล่งรายได้สักกี่แห่ง แต่ขึ้นอยู่ว่าคุณไม่ควรมีรายได้หรือกำไรมาจากแหล่งเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากจะช่วยทำให้ธุรกิจเติบโตมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ยังเป็นการช่วยลดกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจลงไปด้วย เหมือนกับเช่นในช่วงโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้หลายธุรกิจที่ประกอบการเพียงอย่างเดียวต้องได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จนสุดท้ายก็ต้องยอมปรับตัวเองไปในที่สุด ลองคิดทบทวนสำรวจตัวเองให้ดีๆ ว่ากิจการที่ทำอยู่สามารถต่อยอด หรือสร้างรายได้เข้ามาเพิ่มเติมได้จากช่องทางใดอีกบ้าง แล้วลงมือทำไปพร้อมๆ กัน



 

ลงทุนกองทุน ด้วยเงินออมที่มี
               

      แม้นักธุรกิจหลายคนจะมีเงินออมอยู่มากมาย แต่เชื่อไหมว่าแม้แต่เงินออมที่มีอยู่นั้นพวกเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เป็นเงินเย็นนอนแช่นิ่งๆ อยู่ในธนาคาร แต่พวกเขามักหากองทุนและแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยไว้ใจได้ เพื่อนำไปลงทุนและสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาให้มากกว่าการฝากแบบธรรมดาอยู่ในธนาคารเฉยๆ โดยรายได้แฝงนี้สามารถได้มาง่ายๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนธุรกิจอะไรเลย เพียงแต่อาจจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ ซึ่งวันหนึ่งรายได้ที่ดูเหมือนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจเป็นทุนสำรองกลับมาให้คุณแบบที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้



 

ให้ความสำคัญกับสถานการณ์แวดล้อม
               

     ในข้อสุดท้ายนี้แม้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบัญชีการเงินของคุณโดยตรง แต่ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่อาจมีผลกระทบทั้งต่อธุรกิจและการเงินของคุณก็เป็นได้ สิ่งที่ว่าก็คือสถานการณ์แวดล้อมต่างๆ ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ เช่น ค่าเงินที่สูงขึ้นหรือต่ำลงอาจมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่จะมาอุดหนุนสินค้าของคุณ อาจทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงก็เป็นได้ ซึ่งคุณควรวิเคราะห์และคาดเดาสถานการณ์เอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่ออย่างน้อยๆ จะได้บริหารจัดการการเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน
               

     จากที่กล่าวมาทั้งหมด 5 ข้อนี้ คือ ส่วนหนึ่งที่เราสรุปมาจากนิสัยการเงินของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกัน ซึ่งสำหรับหลายคนแล้วแม้จะทำธุรกิจมานาน แต่ก็มีบางข้อที่ไม่ทันได้คิดหรือเตรียมตัวเอาไว้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถฝึกกันได้ และแน่นอนว่าหากสามารถทำได้จะกลายเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับคุณได้อย่างแน่นอน หากคุณสามารถควบคุมเงินของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จ
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ