เหรียญ Luna จากดาวรุ่งสู่ดาวร่วง กรณีศึกษาที่ SME นำไปปรับใช้ได้

 

 

      ในโลกธุรกิจ “ความแน่นอน ก็คือความไม่แน่นอน” ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งในหลายครั้งหลายเหตุการณ์นั้นแทบไม่มีเวลาให้ปรับตัวเลย หรือระยะเวลาให้ปรับตัวนั้นสั้นมาก โดยเรื่องราวที่โด่งดังมากในตอนนี้ก็คงหลีกหนีกรณีศึกษา เหรียญ LUNA ที่ราคาเปลี่ยนแปลงลดลง 99.99% จนเรียกได้ว่าไร้มูลค่าได้เลย

      เหรียญ LUNA เคยเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากและขึ้นแท่นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มูลค่าสูงที่สุด 10 อันดับแรกของโลกตามการจัดลำดับของนิตยสาร Forbes 

      สาเหตุของการล่มสลายในครั้งนี้ : ปัญหาของโครงข่าย Terra ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินเข้ารหัสสั่นคลอนทั้งกระดาน ชวนให้ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับ LUNA ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าจะมา ‘ปฏิวัติ’ ระบบเงินตรารวมศูนย์ของธนาคารกลางที่เราคุ้นเคย

      สัญญาณไม่ดีนักเริ่มต้นเมื่อราววันที่ 7 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมาเมื่อมีการเทขาย TerraUSD ในแพลตฟอร์มรับฝากเหรียญที่ชื่อว่า Anchor ก่อนที่ราคาของ LUNA จะร่วงลงอย่างต่อเนื่องและลดฮวบในวันที่ 9 พฤษภาคมเมื่อ TerraUSD ไม่สามารถตรึงมูลค่าที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อีกต่อไป

     ปัจจุบันยังไม่มีใครตอบได้ว่าแรงเทขาย TerraUSD นั้นมาจากไหนและมีเหตุผลเบื้องหลังคืออะไร บางสำนักมองว่าเป็นกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายที่มุ่งหมายทุบค่าเงิน บางคนมองว่ามีสาเหตุมาจากการกู้ยืมผ่านแพลตฟอร์ม Abracadabra ที่เพิ่งจับมือกับ Terra เมื่อไม่นานมานี้ หรือกระทั่งการพยายามสร้างราคาโดยกลุ่มผู้ก่อตั้งเองผ่านการให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ดี ท่ามกลางฝุ่นตลบก็ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

โดยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกรณีศึกษานี้ :

1. ไม่ใช่ว่าการลงทุนในสกุลเงินเข้ารหัสเป็นเรื่องต้องห้าม หรือนวัตกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องลวงโลกแต่อย่างใด เพียงแต่ตอกย้ำชัดๆ อีกหนึ่งครั้งว่า ‘High Risk High Return’

2. ทฤษฎีสามเป็นไปไม่ได้ หมายถึงนโยบายการเงินสามอย่างที่ไม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้นั่นคือ (1) อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (fixed exchange rate) (2) เงินทุนเคลื่อนย้ายแบบเสรี (free capital flows) และ (3) การกำหนดนโยบายการเงินอย่างอิสระ (independent monetary policy) เพราะหากใช้ทั้งสามนโยบายพร้อมกัน สิ่งที่ตามมาคือระบบการเงินที่ไร้เสถียรภาพและเสี่ยงต่อการพังทลายโดยจะต้องเลือกใช้เพียง 2 ใน 3 เท่านั้น

  • Monitoring การเฝ้าติดตามข้อมูลอย่าง “รวดเร็วและเข้าใจ” จะทำให้มีโอกาสรอดที่สูงในสภาวะแวดล้อมธุรกิจของปัจจุบันและอนาคต ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วและไม่แน่นอน

 

  • Diversification การกระจายความเสี่ยงและแผนสำรอง บางทีการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่มากในอนาคตก็เป็นได้ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าวันใด ธุรกิจเราจะสูญหายไป

 

  • Nothing is Perfect ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ต่อให้มีเทคโนโลยีที่บอกกล่าวคอนเซ็ปต์ได้ดีแค่ไหน แต่ก็มีช่องโหว่ให้โดนโจมตีและทำลายได้อยู่ดี

 

      สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอนิจจัง ไม่เที่ยง ไม่ยึดติด ไม่เป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง เกินสิ่งที่เราควบคุมได้ หากใครได้รับผลกระทบจากกรณีศึกษานี้ ผมอยากจะบอกว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนดีเสมอ” ในทุกๆ เรื่องจะมีเรื่องราวดีๆ อยู่เสมอ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ

Ref : https://thematter.co/thinkers/why-luna-fall-from-the-sky/174883

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ