3 วิธีคำนวณหากำไรที่แท้จริง ป้องกันธุรกิจเจ๊ง!

TEXT : nimsri

Main Idea

  • ขายของทุกวันนี้ คุณแน่ใจว่าได้กำไรจริงๆ หรือเปล่า? หรือแท้จริงแล้วกำไรจากการขายสินค้านั้นอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่

 

  • วันนี้จะชวนมาดู 3 วิธีการคิดกำไรที่แท้จริงจากการขายสินค้า เพื่อให้มองเห็นภาพธุรกิจชัดเจนขึ้นกัน

 

     ปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจโดยเฉพาะรายย่อยมักเจอ ก็คือ การไม่รู้วิธีคิดกำไรที่แท้จริงของสินค้า โดยส่วนใหญ่มักคิดว่าหากขายได้ราคามากกว่าต้นทุนวัตถุดิบ หรือต้นทุนของตัวสินค้าที่ลงทุนไป แค่นี้ก็ได้กำไรแล้ว แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะธุรกิจยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบริหารจัดการอีกมากมาย วันนี้จึงชวนมาดูวิธีคิด เพื่อหากำไรที่แท้จริงของธุรกิจกัน

รู้กำไรที่แท้จริงของสินค้า ช่วยบอกอะไรได้บ้าง

  • ทำให้ทราบรายได้ที่แท้จริงของธุรกิจ

 

  • ช่วยให้นำไปคำนวณหาต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น ก่อนตั้งราคาขายสินค้าได้

 

  • สามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์การลงทุนได้

 

  • ช่วยให้วางแผนการทำตลาด ทำราคาจากคู่แข่งได้แม่นยำมากขึ้น

 

กำไรธุรกิจมี 3 รูปแบบ

     การจะหาว่าจริงๆ แล้วเราสามารถทำกำไรจากการขายสินค้านั้นๆ ได้เท่าไหร่ ให้ลองคำนวณจากกำไร ลบด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง ดังนี้

     1. กำไรขั้นต้น (Gross Profit) = รายได้ - ต้นทุนขาย

     ยกตัวอย่างเช่น เราขายเนื้อหมูกิโลกรัมละ 150 บาท ต้นทุนที่ซื้อมา คือ 100 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับเราจะเหลือกำไรขั้นต้นที่ 150-100 = 50 บาท

     ประโยชน์ : ช่วยบอกได้ว่าเราควรตั้งราคาสินค้าให้สูงกว่าต้นทุนได้มากน้อยแค่ไหน

     2. กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) = กำไรขั้นต้น – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

     จากข้อแรกเราเหลือกำไรขั้นต้น 50 บาท ต่อมาลองเอามาลบค่าใช้จ่ายในการบริหาร เช่น ค่าเช่าแผง 10 บาท (คิดเฉลี่ยต่อกิโลกรัม) ฉะนั้นเราก็จะเหลือกำไรจากการดำเนินงาน คือ 50-10 = 40 บาท

     ประโยชน์ : ช่วยสะท้อนแนวโน้มภาพการทำธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

     3. กำไรสุทธิ (Net Profit) = รายได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

     กำไรขั้นสุดท้าย คือ กำไรสุทธิ โดยคำนวณจากรายได้ทั้งหมด หักด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน, ดอกเบี้ยและภาษี)

     จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายจากดอกเบี้ยเงินกู้+ภาษีเข้ามาอีก 15 บาท เราจะเหลือกำไรสุทธิ คือ 150-(100+10+15) = 25 บาท

     นี่คือ กำไรสุทธิหลังหักจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วที่เราจะได้รับ ซึ่งในบางครั้งหากวางแผนและคำนวณไม่ดี หรือมีเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เข้ามา เช่น หมูเป็นโรคระบาด ทำให้ขายไม่ได้ ราคาตกต่ำ จากกำไรที่ได้ ก็อาจกลายเป็นการคำนวณเพื่อดูว่าขาดทุนเท่าไหร่แทน ทั้งนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ การดูแนวโน้มของตลาด และการวางแผนที่ดีด้วย

     ประโยชน์ : ช่วยสะท้อนผลประกอบการ (กำไร/ขาดทุน) ของธุรกิจ ณ ช่วงเวลานั้น เพื่อนำไปวางแผนพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น

     และนี่คือ 3 วิธี หรือ 3 รูปแบบการคิดกำไรในธุรกิจ เพื่อช่วยให้คุณสามารถรู้กำไรที่แท้จริงจากการขายสินค้านั้นๆ ได้นั่นเอง ลองนำไปคำนวณดู จริงๆ จากกำไรที่ว่าเยอะ อาจไม่ได้เยอะเหมือนอย่างที่คิด หรือคุณอาจกำลังอยู่ในจุดเสี่ยงขาดทุนก็ได้

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร