สุดล้ำ! เทคโนโลยีจ่ายเงินด้วยฝ่ามือ รวดเร็ว ปลอดภัย เก็บข้อมูลลูกค้าได้ด้วย

TEXT : Momiin

Main Idea

  • ปัจจุบันเพื่อนๆ รู้กันดีว่าการจ่ายเงินแบบดิจิทัลเติบโตขึ้นมาก ข้อมูลจาก Digital 2021 Global Overview Report ระบุว่าการทำธุรกรรมผ่านMobile Banking ของคนไทยครองแชมป์อันดับ 1 ของโลก และเติบโตราว 40% – 45.6% จากปี 2565

 

  • เพราะเนื่องจากความสะดวกสบาย ง่าย และรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคมีการทำธุรกรรมผ่านMobile Banking มากขึ้น

 

  • แต่สำหรับธุรกิจแล้วการที่ลูกค้าจ่ายเงินโดยการสแกนผ่าน Mobile Banking แทบจะไม่ได้ข้อมูลใดๆ ของลูกค้า นอกจากว่าลูกค้าจะเป็นสมาชิกของร้านคุณ

 

  • วันนี้เราเลยไปเจอร้านอาหารที่ต่างประเทศเขาใช้ Amazon One เทคโนโลยีจ่ายเงินด้วยฝ่ามือ ที่ทั้งลดการสัมผัส รวดเร็ว ปลอดภัย และยังเก็บข้อมูลลูกค้าไปในตัวด้วย ไปดูว่าระบบนี้จะมีการทำงานอย่างไร

 

   ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างต้องลดการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ในที่สาธารณะ ซึ่งก็รวมถึงเงินสดด้วย ทำให้เทรนด์การชำระเงินดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาทในตอนนั้น และทำให้ในปี 2022  Amazon ได้มีการเปิดตัว Amazon One ระบบการชำระเงินที่สแกนด้วยฝ่ามือที่ใช้รูปแบบการตรวจสอบแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการระบุตัวตน ตรวจพิสูจน์ผู้ใช้ โดยใช้เทคนิคการแปรค่าเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละบุคคล

     แต่หลังจากการเปิดตัวระบบนี้ ก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ และกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก แต่ทาง Amazon ก็ได้ออกมาทำการแย้งว่า “การสแกนฝ่ามือที่ใช้การตรวจสอบแบบไบโอเมตริกซ์มีการเป็นส่วนตัวกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ เนื่องไม่สามารถระบุตัวตนของใครบางคนจากภาพพิมพ์ฝ่ามือเพียงอย่างเดียวได้”

    ซึ่งแน่นอนว่า Amazon ไม่ได้แค่เก็บภาพฝ่ามือเท่านั้น นอกจากนี้ยังจับคู่กับบัญชีลูกค้าและบัตรเครดิต สร้างฐานข้อมูลลูกค้ารวมกับไบโอเมตริกซ์ โดยระบบการชำระเงินแบบไบโอเมตริกถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจในการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส แต่ว่าโปรเจกต์นี้ก็ใช้ไม่ค่อยได้ผล เพราะว่าลูกค้าสวมถุงมือขณะซื้อของ และเมื่อจะทำการสแกนผ่ามือก็ต้องถอดถุงมือออก ทำให้ลูกค้าบางรายเผลอเอามือไปกดที่เครื่องอ่านฝ่ามือโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

     แต่ในปี 2021 มีการนำระบบนี้มาใช้ในร้านค้าปลีกหลายแห่งของ Amazon รวมถึงร้านสะดวกซื้อ Amazon Go, Amazon Go Grocery, Amazon Books และร้านค้าระดับ 4 ดาวของ Amazon เมื่อปีที่แล้วได้ขยาย Amazon One ไปยังร้าน Whole Foods หลายสิบแห่ง ระบบนี้ยังถูกนำไปใช้ในสนามกีฬาและสนามบินต่างๆ อีกด้วย

     และปัจจุบัน Panera Bread ร้านเบเกอรี่ & คาเฟ่ สัญชาติอเมริกัน ที่มีสาขามากกว่า 2,000 แห่ง นำ Amazon One ไปใช้ในร้านค้าเพื่อที่สามารถชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว และความพิเศษของระบบนี้สำหรับลูกค้าที่เชื่อมโยงบัญชี MyPanera กับ Amazon One จะได้รับคำแนะนำอาหารตามคำสั่งซื้อและการตั้งค่าก่อนหน้านี้ โดยทางพนักงานของ Panera จะสามารถทักทายลูกค้าด้วยชื่อ สามารถสื่อสารเกี่ยวกับสิทธิพิเศษที่ลูกค้ามี และสามารถบอกรายการโปรดของลูกค้าใหม่ได้

     ถึงตอนนี้เพื่อนๆ คงสงสัยว่าเขาจะรู้ได้ไงว่าเรา คือ ใคร เพราะว่าเวลาที่ไปคาเฟ่หรือร้านอาหารก็จะเข้าไปหาโต๊ะนั่งเลย ซึ่งระบบนี้จะทำการสแกนฝ่ามือทั้งหมดสองครั้ง ครั้งแรกทำการสแกนเพื่อให้รู้ว่าเรา คือ ใคร และครั้งที่สองจะสแกนเพื่อชำระเงินเมื่อทำการสั่งซื้อเสร็จนั่นเอง

     “ที่ Panera เราให้ความสำคัญในการบริการลูกค้าที่มีความอบอุ่น และเรามองหาเทคโนโลยีที่จะทำให้ประสบการณ์นั้นดียิ่งขึ้น สำหรับเราแล้ว นี่เป็นวิธีที่จะทำให้ Customer Journey มีประสิทธิภาพและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นผ่านกระบวนการแบบไม่ต้องสัมผัส รวดเร็ว และปลอดภัยและเพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบเกี่ยวกับ Panera ได้เร็วและง่ายขึ้น” George Hanson รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลของ Panera กล่าว

     โดย Amazon One เป็นไปได้มากกว่าแค่ต้องการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย เพราะว่าได้ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการชำระเงิน โปรแกรมความภักดี ที่ทำให้ Panera สามารถติดตามลูกค้าได้ง่ายขึ้น และยังได้รู้ข้อมูลความชอบ พฤติกรรม และความสนใจของลูกค้า เพื่อนำไปทำการตลาดต่อไปได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ได้ถูกเก็บสำหรับลูกค้าที่เลือกชำระเงินด้วยเทคโนโลยีการชำระเงินที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่า เช่น Apple Pay เป็นต้น

ที่มา: https://techcrunch.com/2023/03/22/amazons-palm-reading-payments-tech-is-coming-to-panera-bread/?utm

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่