​9 สิ่งที่ SME ต้องรู้! ก่อนธุรกิจพังไม่เป็นท่า

Text : กองบรรณาธิการ


    บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการเดินมาถึงจุดๆ หนึ่งเริ่มรู้สึกว่าไปต่อได้ลำบาก นั่นอาจเป็นเพราะว่า ธุรกิจยังขาดแผนนำทางที่ดี เพราะบางคนสตาร์ทธุรกิจแบบไม่ได้เตรียมแผนรองรับที่จะเติบโตในอนาคตไว้เลย หรือบางคนอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องก้าวไปในทิศทางไหน อะไรคือจุดอ่อนที่ต้องรีบแก้ไข และอะไรคือจุดแข็งที่ต้องเร่งต่อยอดเพื่อสร้างโอกาส 





     หากสถานการณ์แบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกำลังเกิดขึ้นกับคุณอยู่ในขณะนี้ ลองกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้งดีกว่าไหม เพื่อนำไปสู่การวางแผนธุรกิจที่ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ 9 เรื่องต่อไปนี้ที่ผู้ประกอบการต้องรู้และทำความเข้าใจให้ดี ถ้าทำได้ รับรองธุรกิจของคุณวิ่งฉิวแบบไม่ต้องกลัวเจอทางตันแน่นอน

 
1.            จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ – รู้จุดเด่นสินค้า เพื่อสามารถแข่งขันในตลาดได้


2.            กลุ่มลูกค้า – รู้ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการจะขาย คือ ใคร มีอุปนิสัยยังไง ชอบอะไร


3.            ช่องทางเข้าหาลูกค้า – เลือกช่องทางที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย


4.            สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า – ให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์


5.            รายได้ของธุรกิจ – รู้แหล่งรายได้ที่จะเข้ามาของธุรกิจ


6.            กิจกรรมที่ทำ - สำรวจว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องทำ


7.            สิ่งที่ต้องมี - ดูว่าในธุรกิจที่ทำจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ สถานที่ หรือองค์ความรู้อะไรบ้าง


8.            พาร์ตเนอร์ที่สำคัญ - มีบุคคลใดบ้างที่จะมาเป็นตัวช่วย หรือผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจ


9.            ต้นทุนที่ต้องจ่าย - เงินทุนที่ต้องจ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจมีอะไรบ้าง



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เจาะเทคนิคการเซฟต้นทุน กลยุทธ์พิชิตเกมธุรกิจฉบับ More Meat หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Plant based food ไทย

เพราะความตั้งใจดีที่อยากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค "More Meat" หนึ่งในผู้พัฒนาโปรตีนทดแทนจากพืช (Plant based) จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางการคัดสรรวัตถุดิบ

มีผลวิจัยหนึ่งบอกว่า ได้งานดีขึ้น 10-15% เมื่อไม่มีหัวหน้าคุม องค์กรควรเลือกทำงาน ตามกฎ VS ยืดหยุ่น

การทำงานมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำงานตามกฎเกณฑ์ และทำงานแบบยืดหยุ่น จริงๆ แล้วทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า หรือควรใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันไป ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ทักษะจำเป็นต่อความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ผู้นำองค์กรควรเรียนรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" ของ "คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์" กำลังมาแรงต่อเนื่อง หากติดตามมาตลอดจะสังเกตเห็นการตอบคำถามแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น การสื่อสารลักษณะนี้เรียกกันว่า "constructive communication" หรือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำองค์กรควรฝึกไว้