หัวหน้าควรดุดันหรือนิ่มนวลดี?




เรื่อง : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
twitter@apiwutp และ www.facebook.com/OrchidSlingshot




     บ่อยครั้งที่หัวหน้ามือใหม่หลายคนมักชอบถามว่า “หัวหน้าที่ดีควรเป็นอย่างไร?” 

  
 ยอมรับว่า “ตอบยาก” เพราะ...

    บางครั้งหัวหน้าที่ดีในสายตาใครคนหนึ่ง อาจไม่ดีในสายตาอีกคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันหัวหน้าที่ดีในสายตาของใครหลายๆ คน อาจเป็นหัวหน้าที่มีผลงานน้อยมากสำหรับองค์กร ก็เป็นได้

    ดัง
นั้น ถ้าจะให้ตอบว่า “หัวหน้าที่ดีควรเป็นอย่างไร” ก็คงตอบแบบกำปั้นทุบดิน คือต้องมีความรู้และทักษะสำคัญๆ สำหรับการเป็นหัวหน้า ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในงาน ทักษะเรื่องการสื่อสาร การมอบหมายกระจายงาน รวมทั้งการบริหารจัดการ เป็นต้น ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้หลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการอบรมสัมมนา การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง หรือแม้แต่แนวทางที่กำลังได้รับความนิยมกันมากในขณะนี้คือ “การโค้ชผู้บริหาร” เป็นต้น 

    แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ทักษะเหล่านี้จะให้ผลดีได้ก็ต่อเมื่อมีการนำไปใช้จริงเท่านั้น

    อย่างไรก็ดี จากคำถามข้างต้น มีประเด็นที่น่าสนใจกว่าเกิดขึ้นต่อจากนั้น คำถามคือ “หัวหน้าแบบไหนที่คนอยากทำงานด้วย?”

    วันก่อนผมมีโอกาสอ่านบทความของ Jack Zenger และ Joseph Folkman กูรูด้านการพัฒนาภาวะผู้นำที่มีผลงานหลายชิ้นตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Harvard Business Review 

    ทั้ง 2 ท่านได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับลักษณะของหัวหน้างานที่คนอยากทำงานด้วย โดยเก็บข้อมูลจากคนทำงานจำนวน 160,576 คน ที่ทำงานกับหัวหน้าจำนวน 30,661 คน จากหลายร้อยองค์กรทั่วโลก โดยการวิจัยครั้งนี้ได้ให้ผู้เข้าร่วมวิจัยบอกถึงลักษณะของหัวหน้างานที่พวกเขาทำงานด้วย บอกความรู้สึกที่มีต่อหัวหน้าและความผูกพันของเขาที่มีต่องานที่ทำอยู่

    ผลลัพธ์ที่ออกมาในเบื้องต้นดูไม่มีอะไรน่าประหลาดใจมากนัก กล่าวคือคนจำนวนมากมีคะแนนความสุขอยู่ในระดับ “สูง” เพราะได้ทำงานกับหัวหน้างานที่ “ดี” และในทางกลับกันคนมีคะแนนความสุขในระดับ “ต่ำ” เป็นคนที่ต้องทำงานกับหัวหน้างานที่ได้คะแนนความดี “น้อย”

    คราวนี้ ทีมวิจัยทดลองเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับหัวหน้าใหม่ โดยให้ผู้ประเมินลองประเมินหัวหน้าของตนเองว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร โดยแยกลักษณะของหัวหน้าออกเป็น 2 แบบคือหัวหน้าที่มีสไตล์แบบ “ดุดัน” และหัวหน้าที่มีสไตล์แบบ “นิ่มนวล” 

    หัวหน้าที่เป็นแบบ “ดุดัน” คือหัวหน้าที่มีการสร้างมาตรฐานในการทำงานสูง ผลักดันพนักงานให้สร้างผลงานมากกว่าที่เจ้าตัวเคยทำไว้หรือมากกว่าที่เจ้าตัวคิดว่าจะทำได้เสมอ ผลักให้พนักงานมองและมุ่งเน้นไปยังเป้าหมายที่สูงกว่าเดิมตลอดเวลา และทำทุกอย่าง (ซึ่งหมายถึงการกดดันอย่างหนักด้วย) เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายนั้น รวมทั้งพยายามกดดันให้พนักงานต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

    ในขณะที่หัวหน้างานแบบ “นิ่มนวล” จะตรงกันข้ามกับหัวหน้างานที่ “ดุดัน” กล่าวคือ เป็นลักษณะของหัวหน้าที่เข้าไปดูแลปัญหาและความวิตกกังวลของพนักงานอย่างใกล้ชิด เน้นที่จะทำตัวเองให้เป็นแบบอย่างที่ดี ให้ข้อมูลป้อนกลับหรือติชมอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา พัฒนาคนอย่างต่อเนื่องและพยายามรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ให้ได้มากที่สุด

    ลองทายดูว่าหัวหน้าแบบไหนที่น่าจะทำให้คนที่ทำงานด้วยรู้สึกผูกพันมากที่สุด?

    เก็บคำตอบไว้ในใจ...เดี๋ยวค่อยมาฟังเฉลย!

    ดูกันต่อว่ากูรูทั้ง 2 ท่านนี้ ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมาอีก...

    หลังจากเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้ ทีมงานก็ทำการทดลองสอบถามพูดคุยกับผู้คนจำนวนมาก ซึ่งพบว่าหลายคนเชื่อว่าหัวหน้างานแบบ “นิ่มนวล” น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างความผูกพันของพนักงานกับการทำงาน 

    ในขณะเดียวกันจากการพูดคุยกับตัวหัวหน้าเอง หลายๆ คนก็มองว่า การที่พวกเขาจะได้ใจและทำให้พนักงานมีผลงานที่ดีนั้น การใช้สไตล์แบบ “นิ่มนวล” จะช่วยเพิ่มโอกาสในความสำเร็จให้พวกเขาได้มากขึ้น

    แต่เชื่อหรือไม่ว่าบทสรุปที่ได้จากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์อย่างละเอียดตามหลักวิชาการและสถิติที่ถูกต้อง โดยกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า หัวหน้าที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สไตล์ดุดัน” จะต้องได้คะแนนพฤติกรรมด้านความดุดันมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หัวหน้า “สไตล์นิ่มนวล” ก็ต้องได้คะแนนพฤติกรรมด้านความนิ่มนวลมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน พบว่า 8.9 เปอร์เซ็นต์ ของพนักงานที่ทำงานให้กับหัวหน้าแบบ “ดุดัน” มีความผูกพันกับงานที่เขาทำในระดับ “สูง” ซึ่งฟังดูก็อาจจะยังไม่น่าแปลกใจนัก จนกระทั่งเมื่อนำเอาตัวเลขเดียวกันไปเทียบกับพนักงานที่ทำงานกับหัวหน้าแบบ “นิ่มนวล” กลับพบว่ามีเพียง 6.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่รู้สึกว่ามีความผูกพันกับงานที่ทำในระดับ“สูง”

    และสิ่งที่ทำให้ทีมงานวิจัยยิ่งประหลาดใจมากขึ้นอีก เพราะไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อนเลยคือ พนักงานที่ทำงานกับหัวหน้าแบบลูกผสม คือมีทั้ง “ความดุดัน” และ “ความนิ่มนวล” อยู่ในตัว กลับมีความรู้สึกผูกพันกับงานที่ทำในระดับ “สูง” มากถึง 68 เปอร์เซ็นต์

    นั่นหมายความว่าสมมุติฐานเดิมสำหรับการวิจัยครั้งนี้ที่ทีมงานตั้งไว้แต่แรกโดยเชื่อว่า หัวหน้ามี 2 แบบคือ “ดุดัน” และ “นิ่มนวล” รวมทั้งเชื่อลึกๆ ว่าความ “นิ่มนวล” จะช่วยสร้างความผูกพัน...เป็นอัน “ตกไป” ทั้ง 2 ประเด็น

    เพราะฉะนั้นผู้นำที่ดีที่มีคนอยากทำงานด้วยจึงไม่ใช่ผู้นำที่เลือกสไตล์ใดสไตล์หนึ่งในการทำงาน หากแต่เป็นผู้นำที่สามารถประยุกต์ใช้สไตล์ทั้ง 2 ได้เหมาะสมกับสถานการณ์

    ผู้นำที่ ”ดุดัน” ต้องไม่กลัวที่จะปรับตัวเองให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้นำที่ “นิ่มนวล” ก็ต้องไม่กลัวที่จะผลักดันพนักงานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงขึ้น

    ผู้นำทั้งสองรูปแบบแม้ดูเหมือนจะอยู่กันคนละขั้วแต่ก็เปรียบเสมือนหัวเรือกับท้ายเรือ ที่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน หากหัวเรือหันตรงทิศ ท้ายเรือมีกำลังส่งที่ดี ก็ย่อมส่งผลให้เรือลำนั้นทะยานไปข้างหน้าในทิศทางที่ถูกต้องได้อย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ต่างจากทีมงานและองค์กรที่จำเป็นต้องมีผู้นำที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนสไตล์ให้เหมาะกับสถานการณ์เพื่อช่วยสร้างผลงานและความผูกพันให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

    บทสรุปนี้จึงน่าจะย้อนไปตอบคำถามที่ตั้งไว้ตอนแรกว่า “ผู้นำที่ดีควรเป็นอย่างไร” ได้บ้างบางส่วน...

Create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MANAGEMENT

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง

สร้างทีมเล็ก ให้คิดการใหญ่ ด้วย Psychological Safety พื้นที่ที่ทำให้ทุกคนกล้าปล่อยของ

ทีมเล็ก แต่ทำไมบางที่ทำงานใหญ่ วิ่งเร็วกว่าทีมใหญ่ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่อยู่ที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ เพราะเมื่อคนในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก นั่นจะทำให้ได้ไอเดียดีๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจ

Unstress Your Day กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ เรียกพลังทำงานให้รุ่ง ธุรกิจ-ชีวิตไม่ยุ่งเหยิง    

รู้จัก “Unstress Your Day” กลยุทธ์ขจัดความกังวล 7 วัน 7 แบบ ที่จะพาเจ้าของ SME ค่อย ๆ คลายความตึงเครียด เติมพลังให้สมองและหัวใจ พร้อมกลับมาทำงานได้อย่างมีโฟกัส ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง และชีวิตไหลลื่นแบบไม่ต้องยุ่งเหยิงอีกต่อไป