4 เทรนด์ชี้อนาคตการทำงาน พนักงานต้องอ่าน ผู้บริหารต้องรู้!

Text: Yuwadi.s 





Main Idea
 
  • ความท้าทายของธุรกิจยุคนี้คือการกุมหัวใจของพนักงานให้อยู่หมัดแบบไม่หนีไปไหน เพราะในตอนนี้หลายองค์กรมี Turnover Rate ที่พุ่งสูง พนักงานเข้าออกเป็นว่าเล่น
 
 
  • องค์กรยุคใหม่จำเป็นต้องรู้เท่าทันความต้องการของพนักงานพร้อมทั้งตามติดเทรนด์การทำงานโลกว่าในตอนนี้องค์กรส่วนใหญ่ปรับตัวไปทางไหนกัน




     หลายเสียงกระซิบที่มาจากผู้ประกอบการยุคใหม่บอกว่าความยากที่สุดของการทำธุรกิจในตอนนี้คือเรื่องของคน การเฟ้นหาพนักงานสักคนที่มีฝีมือเก่งกาจ มีความเชี่ยวชาญ อดทนต่องาน แถมยังมีใจรักองค์กรนั้นหายากเหลือเกินในปัจจุบัน เมื่อเจอแล้วสักคนก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน วนลูปอยู่แบบนี้จนทำให้องค์กรต้องหัวหมุนอยู่กับการหาพนักงานใหม่เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ แล้วแบบนี้ผู้บริหารต้องปรับกลยุทธ์บริหารคนอย่างไรถึงจะซื้อใจพนักงานในองค์กรได้


     จากข้อมูลการศึกษาของ Mercer บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลกได้เปิดเผย 4 เทรนด์การทำงานปี 2019 หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าท่ามกลางความไม่มั่นคงของโลกทั้งเรื่องของปากท้อง เศรษฐกิจ สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่พนักงานต้องการมากที่สุดจากองค์กรคือความมั่นคง โดยทาง Mercer ได้บอกว่า 1 ใน 3 เหตุผลสำคัญที่พนักงานหนึ่งคนเลือกทำงานกับองค์กรคือความมั่นคงในหน้าที่การงาน นอกจากนี้พนักงานส่วนหนึ่งยังบอกอีกว่าพวกเขามีความกังวลใจในการเข้ามาของ AI และระบบอัจฉริยะต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งงานของพวกเขา สิ่งที่ทำให้พนักงานรู้สึกอุ่นใจจากความไม่มั่นใจเหล่านี้คือ กลุ่มพนักงานในองค์กรด้วยกัน มีเพื่อนพนักงานที่ประสบความสำเร็จในองค์กร พวกเขามองความสัมพันธ์ในองค์กรเป็นหลัก (Relationship Focused) รวมถึงยังต้องการทำงานในลักษณะเกื้อกูลกัน (Collaborative)



 

สำหรับ 4 เทรนด์การทำงานในอนาคตที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้มีดังนี้...


1.ปรับกลยุทธ์บริหารคน สร้างคุณค่าการทำงานร่วมกับ AI 

     แน่นอนว่าหลายองค์กรคงเริ่มมองเรื่องของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต โดย 60% ของบริษัทวางแผนให้การทำงานเป็นแบบอัติโนมัติมากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า สิ่งสำคัญที่ตามมาคือเรื่องของการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อให้สามารถทำงานบูรณาการกับเทคโนโลยีได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งเร่งสร้างทักษะที่จำเป็นในอนาคตให้แก่พนักงาน 





2.บริษัทที่กุมหัวใจพนักงานต้องรู้จักสร้างแบรนด์

     
หนึ่งในสิ่งสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานรวมถึงทำให้บริษัทเข้าตากลุ่มคนที่กำลังมองหางานอยู่นั่นคือความเข้มแข็งองค์กรและความมีชื่อเสียงของแบรนด์ นอกจากนี้พวกเขายังมองลึกไปถึงวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัท 1 ในเคล็ดลับกุมหัวใจของพนักงานให้อยู่หมัดคือการตอบแทนการทำงานของพนักงานอย่างสมน้ำสมเนื้อนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่มูลค่าของแบรนด์จะปรากฏชัดเจน นอกจากนี้ยังส่งผลให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการทำงานเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว โดยเฉพาะกับองค์กรที่มอบความเป็นธรรมด้านการจ่ายเงินและการเลื่อนตำแหน่ง
 

3.องค์กรต้องพร้อมสำหรับการเรียนรู้ของพนักงาน

     
หากคุณอยากรักษาพนักงานฝีมือดีไว้ให้ได้ต้องอย่าปล่อยให้พวกเขาจมอยู่กับองค์ความรู้เดิมๆ ต้องหมั่นเพิ่มเติมประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่พวกเขา จากการศึกษาของ Mercer พบว่าพนักงานที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอยากทำงานเพิ่มขึ้น 3 เท่าให้แก่องค์กรที่มีการตัดสินใจที่รวดเร็ว อีกทั้งยังต้องมอบเครื่องไม้เครื่องมือและทรัพยากรที่เอื้อต่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพนักงานกว่า 56% มีความต้องการบ่มเพาะความรู้ ทักษะต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต
 




4.ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลเท่าเทียมกับสายงานอื่น

     
เพราะแผนกทรัพยากรบุคคลเปรียบเสมือนตัวแทนและปากเสียงของพนักงานในองค์กร สิ่งสำคัญคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงในจุดนี้ให้พนักงานมั่นใจว่าพวกเขาคือศูนย์กลางในการสร้างความเปลี่ยนแปลงขององค์กรและแผนกทรัพยากรบุคคลควรมีสิทธิ์ในการออกเสียง เสนอความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในปีหน้าคือ “การลดจำนวนพนักงาน” และ “ความเชื่อถือของพนักงานที่ลดลง” ดังนั้นองค์กรควรสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงานและดูแลพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
 

     พนักงานแปรียบเหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักรที่ขาดตัวใดตัวหนึ่งไปก็อาจทำให้ธุรกิจของคุณสะดุด แต่หากคุณดูแลพวกเขาให้ดี หมั่นตรวจเช็คสภาพ หยอดกำลังใจลงไปให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อองค์กรพร้อมทั้งตอบแทนทุกคนอย่างสมน้ำสมเนื้อ เขื่อเถอะว่าพนักงานทุกคนคงไม่อยากหนีองค์กรดีๆ ไปอย่างแน่นอน
 



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เจาะเทคนิคการเซฟต้นทุน กลยุทธ์พิชิตเกมธุรกิจฉบับ More Meat หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Plant based food ไทย

เพราะความตั้งใจดีที่อยากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค "More Meat" หนึ่งในผู้พัฒนาโปรตีนทดแทนจากพืช (Plant based) จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางการคัดสรรวัตถุดิบ

มีผลวิจัยหนึ่งบอกว่า ได้งานดีขึ้น 10-15% เมื่อไม่มีหัวหน้าคุม องค์กรควรเลือกทำงาน ตามกฎ VS ยืดหยุ่น

การทำงานมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำงานตามกฎเกณฑ์ และทำงานแบบยืดหยุ่น จริงๆ แล้วทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า หรือควรใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันไป ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ทักษะจำเป็นต่อความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ผู้นำองค์กรควรเรียนรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" ของ "คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์" กำลังมาแรงต่อเนื่อง หากติดตามมาตลอดจะสังเกตเห็นการตอบคำถามแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น การสื่อสารลักษณะนี้เรียกกันว่า "constructive communication" หรือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำองค์กรควรฝึกไว้