​6 วิธี สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน




แปลและเรียบเรียง : เจษฎา ปุรินทวรกุล

    สำหรับผู้ที่เป็นหัวหน้าหรือผู้นำองค์กร หน้าที่สำคัญประการหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ การทำให้ทีมของตัวเองมีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงควรสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมได้ด้วย แต่คำถามคือ จะทำอย่างไร เพราะในการทำงานจริง ลูกน้องของคุณอาจต้องพบกับความท้าทายอีกมากมาย การที่พวกเขาจะผ่านพ้นวันแห่งความยากลำบากมาได้ ต้องมีทั้งแรงกระตุ้น แรงจูงใจ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ซึ่งบุคคลที่เป็นผู้นำต้องสามารถสร้างแรงจูงใจให้พนักงานก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี และนี่คือ 6 เคล็ดลับ ที่ผู้นำจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

1.    มองถึงอนาคต หากองค์กรของคุณมีนโยบายส่งเสริมพนักงานจากภายใน เช่น การสร้างผลงานเพื่อเลื่อนขั้น ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาตัวเอง ศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ให้ทุนการศึกษาต่อปริญญาโทหรือปริญญาเอก ฯลฯ ต้องพยายามบอกให้พนักงานรับรู้ เพราะโอกาสเติบโตเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ และพนักงานเองก็สามารถนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาองค์กรต่อไปได้ในอนาคต

2.    แชร์ประสบการณ์ การแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกับพนักงานในองค์กร ไม่จำเป็นต้องบอกถึงความสำเร็จ หรือวิธีการเดินไปสู่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ควรบอกถึงปัจจัยของความล้มเหลว ประสบการณ์ที่คุณเคยพลาด เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง นอกจากนี้ควรแบ่งปันเรื่องราวของบุคคลที่เคยล้ม แต่ปัจจุบันกลับประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ หรืออาจเล่าเรื่องราวขององค์กรที่เคยล้มลุกคลุกคลานกว่าจะเติบโตขึ้นมาได้ เพื่อให้พนักงานรับรู้ว่าทุกคนต้องพบกับปัญหาทั้งนั้น และถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งฝ่าฟันปัญหานั้นๆ ไปได้ เราก็ควรที่จะทำได้เช่นกัน



3.    สร้างสรรค์คำพูดเชิงสร้างสรรค์ในทุกสถานการณ์ พนักงานทุกคนมีการรับรู้และความเข้าใจแตกต่างกัน คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่คุณสื่อสารกับเขามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ทุกประโยคที่พูดกับพนักงาน ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ควรมีองค์ประกอบของคำพูดที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ หรือเมื่อคุณได้คุยกับพนักงานแบบตัวต่อตัว เป็นกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ๆ ผู้นำองค์กรหรือหัวหน้า ก็ควรใช้โอกาสเหล่านั้นในการสร้างประโยคที่จะสามารถจับใจของพนักงานได้อย่างอยู่หมัด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรต้องระมัดระวังก็คือ พนักงานอาจมีวันดีๆ และวันแย่ๆ ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเงิน ฯลฯ ซึ่งบางครั้งพวกเขาอาจไม่พร้อมที่จะรับรู้หรือตอบสนองกับคำพูดของคุณก็ได้

4.    จำไว้ว่า พฤติกรรมที่ดีในองค์กรเป็นโรคติดต่อได้ ลองมองหาใครสักคนหนึ่งในองค์กรของคุณที่ทำอะไรดีๆ สร้างสรรค์ แล้วชมเขาในที่ๆ พนักงานคนอื่นๆ สามารถได้ยินว่าเราคุยอะไรกับพนักงานคนนั้น ยกตัวอย่างเช่น พนักงานคนหนึ่งใช้เวลาหลังเลิกงานในการค้นคว้าข้อมูลก่อนการประชุมทุกครั้ง ทำให้ในทุกการประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น มีเอกสารรับรองครบถ้วน ไม่ต้องเสียเวลาประชุมซ้ำซ้อนกันหลายๆ ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เราสามารถชมพนักงานคนนั้นต่อหน้าพนักงานคนอื่นได้อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์หรือมีความขยัน ให้กล้าที่จะคิดนอกกรอบด้วย
 


5.    รู้ว่าพนักงานต้องการอะไร มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้พนักงานสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำที่พลิกลิ้นดิ้นไปดิ้นมาเป็นปลาไหลใส่สเก็ต ดังนั้น หากคุณเป็นผู้นำองค์กรและมักที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน หรือมีนโยบายส่งเสริมด้านต่างๆ ก็ควรจำไว้ว่าพูดอะไรไปแล้วบ้าง ไม่ใช่ว่าพอพนักงานทำได้ตามที่คุณเคยพูด คุณก็เปลี่ยนกฎให้พนักงานทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปอีก ซึ่งผู้นำองค์กรควรเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ในคำพูดและรู้ว่าพนักงานมีความปรารถนาอะไรจากองค์กร พร้อมกับคอยติดตามดูความก้าวหน้าอยู่เสมอ

6.    ก็แค่ถาม ในกรณีที่คุณไม่ทราบว่าแรงจูงใจของพนักงานคืออะไร ลองถามพวกเขาดูก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นทีมงานฝ่ายขาย หรือเซลส์ขายรถ บอกว่าแรงจูงใจในการทำงานของพวกเขาก็คือค่าคอมมิชชั่นจำนวนมหาศาล ขณะที่อีกคนอาจบอกว่าค่าคอมมิชชั่นไม่ใช่แรงจูงใจสูงสุด แต่เป็นการได้ทำงานตรงเวลา (ไม่ต้องทำล่วงเวลาแม้จะได้โอทีก็ตาม) เพื่อที่ช่วงเย็นจะได้มีเวลากลับไปดูแลครอบครัว เห็นไหม มันไม่ใช่เรื่องยากเลย ก็แค่ถามในสิ่งที่พนักงานต้องการ เราจะได้รู้ในสิ่งที่เขาต้องการ และสิ่งไหนที่เราสามารถทำได้ ก็ตอบสนองไป เพื่อให้พวกเขามีแรงกระตุ้นในการทำงาน รวมถึงมีความสุขกับการทำงานเพิ่มขึ้น

    ในบางองค์กร คุณอาจไม่สามารถใช้เคล็ดลับนี้ได้ครบทุกข้อ แต่การเริ่มต้นลงมือทำ แม้จะไม่กี่ข้อก็สามารถแสดงถึงความห่วงใยที่ผู้นำองค์กรมีต่อลูกน้องได้แล้ว   
 
    แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Marty Fukuda ผ่านทาง www.entrepreneur.com  

    Crate by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MANAGEMENT

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง