ถอด 5 บทเรียน ทำธุรกิจจากทารกน้อย ที่ผู้ใหญ่อย่างเราต้องรู้!

TEXT : นิตยา สุเรียมมา
 
 
 
Main Idea
 
  • เคยมีคนเปรียบเปรยว่า การทำธุรกิจ ก็เหมือนการเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ที่กว่าจะเติบโตขึ้นมาได้ต้องมีการประคบประหงม ดูแลเอาใจใส่ จึงจะโตมาเป็นธุรกิจหรือผู้ใหญ่ที่ดีขึ้นมาได้
 
  • แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเด็กคนหนึ่ง ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น แต่ยังมีหลายๆ บทเรียนจากพฤติกรรมของเจ้าตัวน้อยที่จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับบททดสอบทางธุรกิจ ที่ผ่านเข้ามาเพื่อรอให้เราพิสูจน์ตัวเองนั่นเอง  
 

 
               
     เพราะการเรียนรู้เกิดขึ้นได้เสมอและไม่มีที่สิ้นสุด ขอเพียงลองสังเกตจากสิ่งรอบข้าง และคิดตามเราอาจได้แง่คิดดีๆ ในการดำเนินชีวิตและทำงานกลับมาอย่างไม่รู้ตัวก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่การเรียนรู้จากพฤติกรรมของเด็กทารกเล็กๆ ที่ชีวิตช่วงนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากกินและนอน แต่กลับสามารถสร้างบทเรียนให้แก่ชีวิตเราได้หลายอย่าง ไม่ว่าการฝึกรับมือกับความต้องการหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ไปจนถึงความรักกับบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง และไร้เงื่อนไข เราจะเรียนรู้อะไรได้จากชีวิตน้อยๆ นี้บ้าง ไปดูกัน
 


 
  • ไม่ต้องสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง
               
     ผู้ใหญ่อย่างเราอาจคุ้นชินกับการทำอะไรที่สมบูรณ์แบบ วางแผนและคิดทุกอย่างไว้ดีเสมอ แต่สำหรับการเลี้ยงดูทารกแล้ว ต่อให้คุณเตรียมทุกอย่างไว้ดีแค่ไหนก็ตาม เช่น บ้านที่สะอาด เสื้อผ้าที่สะอาด แต่อยู่ดีๆ ไหล่ของคุณอาจเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบนม ผ้าอ้อมที่สะอาดหรือเพิ่งเปลี่ยนไปอาจเลอะของเสียรอบใหม่ ไม่มีอะไรคาดเดาได้เลย เปรียบเหมือนกับการทำงานและใช้ชีวิตที่เราอาจคิดว่าเตรียมทุกอย่างมาพร้อมแล้ว แต่วันหนึ่งอาจถูกล้มกระดานได้อย่างไม่เป็นท่า ดังนั้นแล้วไม่ต้องเฟลกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แค่มีสติ แล้วค่อยๆ แก้ไขปัญหาไปอย่างรอบคอบ ก็จะทำให้คุณสามารถผ่านพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนั้นไปได้
 


 
  • ฝึกให้เป็นมัลติสกิล มีความเชี่ยวชาญหลายด้าน
               
     การอยู่กับเด็กทารกจะทำให้เรากลายเป็นคนที่กระชับกระเฉง คล่องแคล่ว และมีความตื่นตัวตลอดเวลา เพื่อคอยรับกับปัญหาหลายด้านที่อาจเกิดขึ้นมาได้พร้อมๆ กัน เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า เวลาใดที่เจ้าทารกน้อยจะเกิดหิวขึ้นมา หรือเมื่อใดที่จะง่วงนอน รวมถึงอึ และฉี่ ไม่สบายตัวเพราะเหนียวเหนอะหนะ พฤติกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นเหล่านี้ และไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ก็เหมือนเป็นการฝึกสกิลให้เราเตรียมรับกับสถานการณ์ข้างหน้า ซึ่งอาจเข้ามาให้ต้องแก้ไขปัญหาจากหลายด้านในเวลาพร้อมกันก็ได้ สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือ การเรียงลำดับความสำคัญให้ดี อะไรควรทำก่อน อะไรสามารถทำทีหลังได้นั่นเอง
 


 
  • ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน

     สำหรับผู้ใหญ่แล้ว เราอาจพอคาดเดาความต้องการ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นล่วงหน้าได้บ้าง แต่สำหรับทารกแล้ว แทบไม่มีสัญญาณอะไรเลยที่จะทำให้รู้ล่วงหน้าได้ว่า อะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ หรือพวกเขากำลังเรียกร้องอะไรอยู่ ความเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนคือค่าคงที่เดียวที่เราจะรู้ได้สำหรับเจ้าตัวน้อย เปรียบเหมือนการทำธุรกิจที่มักมีความท้าทายต่างๆ เข้ามาให้ต้องพิสูจน์อยู่เสมอ ซึ่งหากเราสามารถยืนหยัดและอยู่รอดต่อไปได้ วันหนึ่งข้างหน้าก็อาจเป็นวันดีๆ ของเรา เหมือนกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเล็กๆ เวลาพวกเขาอารมณ์ดีที่ทำให้เรารู้สึกตื้นตันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
 


 
  • รู้จักกลั่นกรอง
               
     ด้วยการที่ยังไม่สามารถพูดสื่อสารบอกความต้องการออกไปได้ สิ่งที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงต้องทำ ก็คือการเฝ้าสังเกตพฤติกรรม ความชื่นชอบ และสิ่งที่เจ้าตัวน้อยเหล่านี้ต้องการ ซึ่งทั้งหมดอาจมาจากประสบการณ์ และการเรียนรู้ เช่น เด็กบางคนอาจชอบกินอาหารในเวลาที่ได้นั่งเล่นอยู่ในอ่างน้ำ มันอาจจะดูไม่ถูกสุขอนามัยมากนัก แต่ก็ทำให้เด็กสามารถกินข้าวได้ ซึ่งเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของพ่อแม่ เปรียบเหมือนการทำธุรกิจ ที่บางครั้งเราอาจต้องเดาใจผู้บริโภคของแบรนด์ ซึ่งบางอย่างอาจดูเหมือนจะไม่เข้าท่า หรือไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่หากสามารถทำให้ลูกค้าพึ่งพอใจได้ บางครั้งวิธีการหรือรูปแบบก็ไม่สำคัญเสมอไป หากสุดท้ายแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดี ชนะใจลูกค้าได้ก็พอแล้ว
 


 
  • ความรัก คือ สิ่งที่สำคัญ
               
     หากคุณเคยคิดว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณสามารถรักและทุ่มเทได้อย่างหมดหัวใจ ความคิดเหล่านั้นอาจเปลี่ยนไปเมื่อคุณได้มีลูก ซึ่งอาจทำให้คุณไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะรักอะไรได้มากถึงเพียงนี้ แถมเป็นความรักที่มีเติมเข้ามาให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีเงื่อนไข ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน หากคุณมีความรักในงานและอาชีพที่ทำแล้ว แม้ไม่ต้องรักมากเท่ากับลูกของคุณ แต่ความรักนั้นก็จะทำให้คุณสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ต่อให้ยากลำบากแค่ไหนหรือต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจสักเท่าไหน คุณก็จะยอมทำได้แบบไม่มีข้อแม้ หรือเหน็ดเหนื่อย จนในที่สุดก็จะสามารถนำพาความสำเร็จมาให้ได้นั่นเอง
 
               
     และเหล่านี้ คือ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากพฤติกรรมของชีวิตน้อยๆ ที่เรียกว่าทารก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างหากนำพาด้วยความรัก ต่อให้ยากเย็น ต้องอดทน หรือมีอุปสรรคเข้ามาแค่ไหนก็ตาม เราก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ จงศรัทธาในความรัก และทำในสิ่งที่คุณมีด้วยหัวใจ สักวันปลายทางต้องได้พบความสุขและความสำเร็จรอคอยอยู่แน่นอน
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว