พูดลับหลังเป็นความผิด! รู้เทคนิคการ Feedback แบบ Netflix ติเพื่อก่อพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา


               

     ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมมีโอกาสอ่านหนังสือที่กำลังเป็น Talk of the Town ในขณะนี้ ชื่อ “No Rules Rules” เขียนโดย “รีด เฮสติ้งส์” CEO ของ Netflix ที่บอกเล่าประสบการณ์และเคล็ดลับในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
               

     รีด เล่าถึงวัฒนธรรมหนึ่งที่สำคัญของ Netflix คือ การพูดกันอย่างตรงไปตรงมาและขอข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) กันอย่างสม่ำเสมอ
               

      ที่ Netflix เขาสอนพนักงานทุกคนว่า ข้อมูลป้อนกลับเป็นของขวัญ (Feedback is a gift) เมื่อได้รับจงดีใจและรีบกล่าวคำขอบคุณ



               

     เทคนิคการให้และรับ Feedback ของ Netflix น่าสนใจมาก ประกอบด้วย A จำนวน 4 ตัว โดย 2 ตัวแรก สำหรับการให้ Feedback และ 2 ตัวหลัง สำหรับการรับ Feedback
               

      A - Aim to Assist : การให้ Feedback ทุกครั้ง ผู้ให้ต้องมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้ผู้ได้รับ Feedback ดีขึ้น ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองได้มากขึ้น (คนไทยรู้มานานแล้ว เราเรียกว่าการติเพื่อก่อ)
                 

      A - Actionable : การให้ Feedback ที่ดี ต้องมีคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การให้ข้อมูลป้อนกลับหรือตำหนิเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีคำแนะนำว่า ถ้าต้องการทำให้ดีขึ้น ควรทำอย่างไร ถือเป็นข้อมูลป้อนกลับที่ไม่มีคุณภาพ
               

      รีดเชื่อว่าหากผู้ให้ Feedback คำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 2 ประการนี้ ตลอดเวลาที่ให้ Feedback ข้อมูลป้อนกลับนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับอย่างมาก และที่สำคัญการให้ Feedback นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะหัวหน้าให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานให้กันเพียงอย่างเดียว ลูกน้องก็สามารถให้ Feedback กับหัวหน้าได้ตรงๆ แบบซึ่งหน้า เช่นกัน เพราะที่ Netflix การพูดลับหลังเป็นความผิด!
               

      ในการประชุมหลายครั้ง รีด เฮสติ้งส์ ยังนำข้อความที่ลูกน้องให้ Feedback มาเล่าให้กับพนักงานคนอื่นๆ ฟัง เพราะอยากให้รู้สึกว่าพนักงานทุกคนสามารถให้ Feedback กับทุกๆ คนได้ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีสถานะเป็นอะไร (เจ้านาย ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงาน)




               
      นอกจากนั้นยังกำหนดแนวทางในการรับ Feedback จากผู้อื่นด้วย ดังนี้
               

     A - Appreciate : เมื่อได้รับ Feedback ให้กล่าวคำขอบคุณ ไม่ว่าจะชอบ Feedback นั้นหรือไม่ และไม่ว่า Feedback นั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเข้าใจผิด ก็ตาม เราขอบคุณที่เขาให้ Feedback ไม่ได้ขอบคุณเพราะ Feedback นั้นดีหรือไม่ดี
               

     A - Accept or Discard : เป็นสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับ Feedback ว่าจะรับและนำกลับมาปรับปรุง หรือทิ้งไปเลยก็ได้ ไม่มีปัญหาเพราะ Feedback ไม่ใช่คำสั่ง เป็นเพียงเสียงสะท้อนที่คนอื่นมีต่อเราเท่านั้น



               

     นอกจากมีวัฒนธรรมการให้ Feedback อย่างตรงไปตรงมาด้วยเทคนิค 4A แล้ว ยังมีข้อแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่าพนักงานทุกคน ในทุกระดับ (ไม่เว้นแม้แต่ CEO) ควรขอ Feedback จากเพื่อนร่วมงานและลูกน้อง เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอด้วย
               

     โดยเทคนิคการขอ Feedback ประกอบด้วย 3 ประเด็น คือ
               

     Start : สิ่งที่ยังไม่เคยทำ ควรเริ่มต้นทำ หรือสิ่งที่ทำอยู่แล้ว แต่ยังไม่มากพอ อยากให้ทำมากขึ้น
               

     Stop : สิ่งที่ทำอยู่แต่ไม่มีประโยชน์หรือไม่สร้างสรรค์ ควรหยุดทำ หรือทำให้น้อยลง
               

     Continue : สิ่งที่ทำได้ดีอยู่แล้ว อยากให้ทำต่อไป
               

      การขอ Feedback แบบ Start-Stop-Continue นี้ จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน สามารถนำไปใช้ปรับปรุงหรือพัฒนาตนเองต่อไปได้ ดีกว่าการถามแบบลอยๆ ว่า “มีอะไรจะ Feedback ไหม” ซึ่งส่วนใหญ่มักได้คำตอบว่า “ทั่วๆ ไปก็ดี ไม่มีอะไรครับ”
               

     ช่วงเวลานี้ อยากแนะนำให้ลองขอ Feedback จากคนรอบๆ ตัวดู ไม่จำกัดเฉพาะเพื่อนๆ หรือคนที่ทำงานเท่านั้น กับพี่น้องหรือแม้แต่แฟน ก็สามารถขอ Feedback ได้เช่นกัน
               

     เผื่อจะได้สิ่งดีๆ ที่สามารถไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองในปีที่ท้าทายนี้ได้







 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เจาะเทคนิคการเซฟต้นทุน กลยุทธ์พิชิตเกมธุรกิจฉบับ More Meat หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด Plant based food ไทย

เพราะความตั้งใจดีที่อยากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค "More Meat" หนึ่งในผู้พัฒนาโปรตีนทดแทนจากพืช (Plant based) จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางการคัดสรรวัตถุดิบ

มีผลวิจัยหนึ่งบอกว่า ได้งานดีขึ้น 10-15% เมื่อไม่มีหัวหน้าคุม องค์กรควรเลือกทำงาน ตามกฎ VS ยืดหยุ่น

การทำงานมีอยู่ 2 แบบ คือ ทำงานตามกฎเกณฑ์ และทำงานแบบยืดหยุ่น จริงๆ แล้วทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า หรือควรใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันไป ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ทักษะจำเป็นต่อความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ผู้นำองค์กรควรเรียนรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" ของ "คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์" กำลังมาแรงต่อเนื่อง หากติดตามมาตลอดจะสังเกตเห็นการตอบคำถามแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น การสื่อสารลักษณะนี้เรียกกันว่า "constructive communication" หรือสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำองค์กรควรฝึกไว้