“ดู - พูด - คิด – ทำ” เทคนิคการจัดคนให้ตรงกับงานที่ใช่ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

 


     ทักษะการบริหารงานที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือการจัดคนให้เหมาะกับงาน (Put the right man on the right job) ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องพูดง่ายทำยาก แต่ถ้าทำได้ จะให้ผลลัพธ์อย่างดีชนิดพลิกฝ่ามือ
                 

     หลักการง่ายๆ ของเรื่องนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่สำคัญ คือ คนทุกคนมีจุดเด่นในตัวเอง หากงานที่ทำ ได้ใช้จุดเด่นที่มี เขาจะประสบความสำเร็จมากและเร็วยิ่งขึ้น
                 

     คนหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน เป็นเพราะพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ไม่ถนัด อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้ว่า “ถ้าเราให้ปลาปีนต้นไม้ มันคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต”



                 

     เรื่องนี้ผมมีประสบการณ์โดยตรง สมัยเรียนจบและเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ได้งานฝ่ายบุคคลและธุรการ ทำได้สัก 2 ปี หัวหน้าเรียกไปคุย บอกว่าผมคงไม่เหมาะกับงานที่ทำอยู่และดูทรงแล้วไม่น่าจะรุ่ง ด้วยความเป็นคนช่างพูด หัวหน้าเลยแนะนำให้ย้ายไปทำงานขาย เผอิญผมเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เลยตัดสินใจไปตามที่หัวหน้าแนะนำ ทำได้ไม่นานก็รู้เลยว่าชอบงานใหม่มาก ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดได้เลื่อนตำแหน่ง ประสบความสำเร็จพอสมควร ทุกวันนี้เมื่อมีโอกาส ยังคงกลับไปขอบคุณหัวหน้าเป็นประจำเสมอๆ ที่มองเห็นจุดเด่นและชี้ทางสว่างให้
               

     คำถามที่น่าสนใจคือ จะมีแนวทางอย่างไรให้สามารถจัดคนให้ตรงกับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้มีเทคนิคง่ายๆ มาเล่าให้ฟัง


     แนวทางเบื้องต้นประกอบไปด้วยสิ่งที่ต้องพิจารณา 3 ประการ


     1. คุณลักษณะสำคัญในการทำงาน


     2. ลักษณะเด่นของคนทำงาน


     3. ลักษณะงานที่เหมาะกับคุณสมบัติแต่ละประการ





     เริ่มต้นจากคุณลักษณะสำคัญในการทำงาน ถ้าคิดง่ายๆ ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานมีแค่ 4 ประการคือ ดู - พูด - คิด - ทำ

               
     จากนั้นลองพิจารณาลักษณะเด่นของคนทำงาน ว่าใครมีจุดเด่นในด้านใด
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “ดู” (ซึ่งหมายรวมถึงการฟังด้วย) มักเป็นคนละเอียด ช่างสังเกต
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “พูด” มักเป็นคนพูดเก่ง นำเสนอดี
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “คิด” มักเป็นคนช่างคิด ชอบเรียนรู้
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “ทำ” มักเป็นคนร่างกายแข็งแรง ทำงานตามสั่งได้ดี



               

     เมื่อแยกคนตามจุดเด่นที่มีได้แล้ว ก็มาพิจารณาว่าแต่ละคุณลักษณะเหมาะกับงานอะไร
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “ดู” เหมาะกับงานประเภท นักบัญชี งานตรวจสอบ เป็นต้น ซึ่งต้องการความละเอียดรอบคอบในการทำงาน
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “พูด” เหมาะกับงานประเภท การบริการ งานขาย งานประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งต้องการความสามารถในการสื่อสารและการนำเสนอ
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “คิด” เหมาะกับงานประเภท วางแผน งานด้านการตลาด เป็นต้น ซึ่งต้องการความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วางแผน
               

     คนที่มีจุดเด่นด้าน “ทำ” เหมาะกับงานประเภท ที่ต้องใช้ความสามารถของร่างกาย งานที่ต้องลงมือทำ งานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เป็นต้น ซึ่งต้องการความพร้อมทางด้านร่างกายและทักษะในการปฏิบัติ



               

     ดังนั้น หากเราสามารถจัดสรรคนให้เหมาะกับงาน ตามความถนัดของเขาแล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งคนและงาน ย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
               

     อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังหาจุดเด่นที่ชัดเจนไม่เจอ ลองหาทางช่วยพัฒนาพวกเขาดู หากพยายามแล้วยังไม่ได้ผลอยู่ดี ก็คงต้องถึงเวลาที่จะ “คอนเวิร์ส” คือ ทางใครทางมันแล้วครับ







 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว