ล้มแล้วลุก สำเร็จได้ แค่คำปลอบใจหรือทำได้จริง?

TEXT : กองบรรณาธิการ

Mian Idea

  • ในปัจจุบันเรามักได้ยินนักสร้างแรงบันดาลใจพูดถึง ความล้มเหลว ความผิดหวังว่าเป็นเหมือนบันไดไต่สู่ความสำเร็จ

 

  • แต่ทำไมหลายคนจึงล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แท้จริงแล้วมันแค่คำปลอบใจไปวันๆ หรือว่ามันทำได้จริง

 

  • เรียนรู้ 2 วิธีการเอาชนะความล้มเหลวอย่างชาญฉลาด อาจเป็นคำตอบที่ช่วยคลี่คลายปมได้

 

ความล้มเหลวทำให้ชัยชนะดูหอมหวานขึ้นไหม?

     ในทศวรรษที่ผ่านมา งานวิจัยทางจิตวิทยาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่พยายามหาวิธีจัดการกับความล้มเหลวอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งนักพูดสร้างแรงบันดาลใจทั้งหลายได้นำคำพูดของนักเขียนนวนิยายชื่อ ซามูเอล เบ็คเก็ตต์ ที่ว่า “ล้มเหลวอีกครั้ง ล้มเหลวดีกว่า” เป็นยากระตุ้นให้กับผู้ฟังอยู่บ่อยครั้ง

     แต่ความจริงก็คือ พวกเราส่วนใหญ่ยังล้มเหลวอีก (หลาย) ครั้งและยังล้มเหลวเหมือนเดิม จนทำให้หลายคนเริ่มถอดใจละทิ้งความฝันก่อนถึงเวลาอันสมควร

ความล้มเหลวเป็นยาพิษหรือยาชูกำลังกันแน่!!!!

     Hallgeir Sjåstad ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและพร้อมด้วยเพื่อนร่วมงานจาก Norwegian School of Economics ที่ได้ทำงานวิจัยเพื่อพยายามที่จะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งคนเราถึงยอมแพ้เร็วเกินไป ทั้งที่หากอดทนมากกว่านี้อีกสักหน่อยและเต็มใจที่จะลองอีกครั้งเราจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้พวกเขาจึงนำอาสากว่า 1,200 คนเพื่อทำการทดลองช่วยไขข้อสงสัย ได้คำตอบว่า มนุษย์จะมีปฏิกิริยาตอบโต้คอยปกป้องตัวเองจากความผิดหวัง หรือหาทางหลีกหนีไม่เจอกับสิ่งเหล่านี้

     ทั้งนี้ยังไปสอดคล้องกับข้อมูลของศาสตราจารย์ด้านปรัชญาของโคลัมเบีย จอน เอลสเตอร์ บอกว่า โดยธรรมชาติของผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร และส่วนใหญ่มักปรับความต้องการของตนไปชอบในสิ่งที่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเกิดความล้มเหลว วิธีหนึ่งในการปกป้องความรู้สึกของตนเอง คือการปฏิเสธหลีกเลี่ยงความผิดหวังหรือความล้มเหลวนั่นเอง

วิธีเอาชนะความล้มเหลวอย่างชาญฉลาด

     นับว่ายังโชคดีที่ในการวิจัยของ Fishbach ร่วมกับ Eskreis-Winkler ชี้ให้เห็นว่ามีกลยุทธ์บางอย่างที่จะเอาชนะอุปสรรคทางอารมณ์ในการเผชิญหน้ากับความล้มเหลว

     1. ใช้บุคคลที่สามมาช่วย คือกระบวนการที่เรียกว่า “self-distancing” เช่น แทนที่จะถามว่า “ทำไมฉันถึงล้มเหลว” อาจถามว่า “ทำไมนาย ก. ถึงล้มเหลว” เป็นต้น มีผลการศึกษาหลายชิ้นหนึ่งในนั้นคือนักจิตวิทยา Ethan Kross แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน แสดงให้เห็นว่า “self-distancing” ช่วยลดปฏิกิริยาทางอารมณ์ด้านลบของคนลงได้ ทำให้มองเหตุการณ์ได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น และสามารถทำให้วิเคราะห์สาเหตุของความผิดหวังได้ดีขึ้น

     2. เป็นกูรูให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นที่เผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน เช่น ผู้ที่ประสบปัญหาในการลดน้ำหนักได้เขียนคำแนะนำจากความล้มเหลวของตนเองให้กับคนอื่นๆ ที่พยายามควบคุมอาหาร หลังจากนั้น พวกเขารู้สึกมีแรงบันดาลใจมากขึ้นในการทำตามเป้าหมายน้ำหนักของตนเองต่อไป

     อย่างไรก็ดี Sjåstad ชี้ให้เห็นว่าความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “ถ้าคุณไม่เคยล้มเหลว แสดงว่าคุณตั้งเป้าต่ำเกินไป” เขากล่าว

     จงตั้งเป้าหมายในชีวิตหรือการทำธุรกิจให้สูงไว้และจงเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับความผิดหวังอย่างชาญฉลาด คุณอาจพบว่าถนนสู่ความสำเร็จอาจเป็นเส้นทางที่เรียบง่ายกว่าเดิม

ที่มา : https://www.bbc.com/worklife/article/20221019-the-smart-way-to-learn-from-failure

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว

Soft Skills ที่ควรอัปเกรดในปี 2026 ลงทุนกับตัวเอง ให้ชีวิตและงานไปได้ไกลกว่าเดิม

ปี 2026 อยากให้ “เราเวอร์ชันใหม่” เก่งขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิมไหม ลองเริ่มจาก Soft Skills ใกล้ตัวเหล่านี้ EQ, การสื่อสาร, คิดเป็นระบบ และรู้จักใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง และเมื่อเราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น โอกาสดีๆ ก็เริ่มเข้ามาเอง