คู่มือรับวิกฤตแรงงานครั้งใหม่ เมื่อแนวคิดคนทำงานเปลี่ยนไป ไม่หวังก้าวหน้า ไม่ทำเกินหน้าที่

TEXT : กองบรรณาธิการ

Main Idea

  • แนวโน้มตลาดแรงงานกำลังเผชิญความผันผวนครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อกำเนิด Satori Generation หรือคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดจะ "ไม่ทำงานเกินกว่าคำสั่ง" และ "ไม่ทำงานเกินความจำเป็น"

 

  • เหมือนคลื่นลูกเก่าทุ่มเททำงานแบบ 10 ปีที่แล้วอาจสูญหายไป

 

  • คลื่นลูกใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ในองค์กร ธุรกิจจะรับมือกับแนวคิดนี้อย่างไร

 

  • นี่คือ คู่มือรับมือพนักงานยุคใหม่

 

Satori Generation คือใคร

     ความทรงจำในอดีตมักมีผลกับปัจจุบัน ทำให้กลุ่มคนที่เกิดมาในช่วงที่เติบมาในความเป็นจริงอันโหดร้ายของสังคม อาทิ ฟองสบู่แตก การเกิดแผ่นดินไหว การทำงานหนักจนมีข่าวการฆ่าตัวตาย ฯลฯ ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่คนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2530 – 2547 ไม่อยากดิ้นรน เกิดคำศัพท์ในญี่ปุ่นที่เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Satori Generation”

พฤติกรรมของกลุ่ม Satori

     1. ไม่เน้นแบรนด์เนม

     เมื่อไม่ได้ทุ่มเทในหน้าที่การงานแล้ว คนรุ่น Satori จึงไม่มีความทะเยอทะยานอยากได้สินค้าแบรนด์เนมเหมือนกับคนยุคก่อน การใช้จ่ายเงินของคนกลุ่มนี้จะไม่เน้นไปสิ่งที่ดูไร้สาระ แต่ะเน้นไปที่การใช้งานได้จริง เลือกเสื้อผ้าที่คุ้มราคาแม้ว่าจะไม่มีแบรนด์ก็ตาม ลักษณะเฉพาะของการบริโภคในยุค Satori คือพวกเขามักจะตระหนักถึง ความคุ้มค่าโดยเน้นค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

     2. ดิจิทัลเนทีฟ

     ต้องยอมรับว่าคนในรุ่น Satori เกิดและเติบโตในยุคที่มีอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือแพร่หลาย สามารถเสพข้อมูลทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เด็ก ดังนั้นข้อดีอย่างหนึ่งของคนเจนนี้คือ "สามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท" และ "เหมาะสมกับสังคมโลกปัจจุบัน"

     3. เน้นความจริงที่จับต้องได้

     จากผลสำรวจของ Recruit พบว่าประมาณ 60% ของคนเจน Satori ตอบว่า "ฉันต้องการมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ" และ "ฉันต้องการได้งานที่ทำให้ความฝันของฉันเป็นจริง"

     ในทางกลับกัน มีเพียง 40% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ตอบว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมในบริษัทขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียงในอนาคต หรือพวกเขาต้องการเป็นใหญ่ในบริษัท ลักษณะเฉพาะของคนรุ่น Satori คือพวกเขาเลือกที่จะตั้งเป้าหมายชีวิตที่มั่นคงมากกว่ากังวลกับความฝันที่ไม่แน่นอน

     4. สไตล์การทำงานของคนเจน Satori

     ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นคนเจน Satori เป็นยุคที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตที่สามารถหาข้อมูลได้มากมาย จึงไม่ถูกผูกมัดกับวิธีการทำงานแบบเดิมๆ

     5. รับผิดชอบเฉพาะงานตนเอง

     คุณลักษณะอย่างหนึ่งของรุ่น Satori คือพวกเขายอมรับคำแนะนำอย่างซื่อสัตย์และพยายามทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ในทางกลับกันยังมีแนวโน้มที่จะ "ไม่เพิ่มงานเกินกว่าคำสั่ง" และ "อย่าทำงานเกินความจำเป็น "

     6. เน้นความเป็นส่วนตัว

     คนรุ่น Satori เป็นรุ่นที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว หลายคนแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างชีวิตส่วนรวมกับชีวิตส่วนตัว และพวกเขาไม่ชอบให้ชีวิตส่วนตัวถูกละเมิด ถึงเวลาส่วนตัวแล้วมักจะไม่มีเรื่องของงานมาเกี่ยวข้อง ยอมที่จะได้รับเงินน้อยลงแต่ได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างมีความสุข

     7. ความรู้สึกเป็นเจ้าของบริษัทน้อยลง

     บรรทัดฐานที่เคยอยากก้าวหน้าในการทำงานของคนกลุ่มนี้อาจเปลี่ยนไป เพราะคุณลักษณะอย่างหนึ่งของพวกเขามีความรู้สึกในการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทน้อยมาก ดังนั้นความรู้สึกช่วยเหลือทีมหรือออฟฟิศเหมือนคนยุคสัก 10 ปีที่แล้วจะน้อยลง แทนที่พวกเขาจะทุ่มเททำงานให้กับบริษัท มีแนวโน้มสูงที่พวกเขาทำงานเพื่อพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของตนเอง

วิธีทำงานร่วมกับคนเจน Satori

     1. พึงระลึกไว้เสมอว่าให้ “คำแนะนำ” แทน “คำสั่ง”

     อย่าต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่าโดนบังคับทำ นั่นจะส่งผลแย่ทันที แต่จงใช้วิธีอธิบายว่า "เหตุใดพวกเขาจึงจำเป็นต้องทำงานนี้" และ "เหตุใดพวกเขาจึงต้องทำงานด้วยวิธีนี้"

     2. ดูที่กระบวนการมากกว่าผลลัพธ์

     ในการทำงานใช่ว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสที่ผลลัพธ์ ให้ โฟกัสที่ "สิ่งที่พวกเขาได้ทุ่มเทและสิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีกว่าวันวาน และจงทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุณได้เห็นความพยายามของพวกเขา และจะทำให้พวกเขานับถือคุณมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่แรงจูงใจและประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น

     3. ไม่ก้าวล้ำความเป็นส่วนตัว

     คนเจน Satori แบ่งเรื่องส่วนตัวกับการทำงานอย่างชัดเจน เคล็ดลับในการเข้ากันได้ดีกับคนกลุ่มนี้คือ การไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของพวกเขา

     4. สื่อสารตรงประเด็น

     อย่าพยายามหว่านล้อมด้วยคำพูดที่ดูอ้อมไปอ้อมมา เมื่อต้องตักเตือนหรือแนะนำก็ให้พูดด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมาพร้อมคำแนะนำที่ชัดเจน

Cr : https://www.kaonavi.jp/

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

“รู้งี้…” คำสั้นๆ ที่ทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส เปิดสูตรลับการตัดสินใจ ของ Jeff Bezos ที่ใช้สร้าง Amazon

บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดในธุรกิจ ไม่ใช่เงินลงทุนที่พลาด แต่คือโอกาสที่เรา “ไม่ได้ลอง” รู้จัก Regret Minimization วิธีคิดแบบ Jeff Bezos ที่ช่วยให้เลือกทางที่ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

คุณเป็นหัวหน้าแบบนี้ไหม “Snowplow” ผู้ที่ชอบแบกทุกเรื่อง จัดการทุกอย่าง หวงงานไว้คนเดียว ไม่ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำ ได้คิด จนองค์กรไม่โต     

งานมีเยอะ แต่ทำไมหัวหน้าทำอยู่คนเดียว? ถ้าเป็นเพราะหัวหน้าคิดว่าทำเองเสร็จเร็วกว่า องค์กรคุณอาจเจอเข้ากับ “Snowplow” หรือหัวหน้าที่ชอบเก็บงานไว้กับตัว ไม่กระจายให้ลูกน้อง เพราะกลัวคนอื่นจะทำผิด มีหัวหน้าแบบนี้ส่งผลเสียต่อองค์กรได้ยังไง

ก่อนพนักงานจะเป็นซอมบี้ ไม่เหลือคนมีไฟในองค์กร 5 กระจกสะท้อน 'รอยร้าว' ในองค์กร จากหนัง HUMAN RESOURCE

ทำไมเด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน? ทำไมคนเก่ง ๆ ถึงเริ่มเงียบหาย? หนังเรื่อง HUMAN RESOURCE (พนักงานใหม่: โปรดรับไว้พิจารณา) ไม่ใช่แค่หนังเล่าชีวิตออฟฟิศขี้บ่น แต่คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อน 5 รอยร้าว ในองค์กรที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว