5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรแยกตัวจากหุ้นส่วน

 




เรื่อง  ยุวดี  ศรีภุมมา



    ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ มันคงจะดีไม่น้อยหากเราได้เริ่มต้นทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนสนิทที่ไว้ใจ หรือเพื่อนร่วมงานที่รู้จักกันมานาน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการทำธุรกิจร่วมกับใครสักคนโดยเฉพาะคนที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก่อน อาจจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์นั้นลงไปตลอดกาลก็เป็นได้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียเพื่อนหลังจากเข้ามาทำธุรกิจด้วยกันสักพัก แต่หากเรารับรู้สัญญาณเตือนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่เรายังสามารถรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ก็คงจะดีไม่น้อย งั้นเราลองมาดูสัญญาณดังกล่าวกันเลย 


1. ความแตกต่างในการสื่อสาร 

    คนเรามักจะได้รับการปลูกฝังถึงความสำคัญของการสื่อสารมาตั้งแต่วัยเด็ก การสื่อสารถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นรวมไปถึงการทำธุรกิจก็เช่นกัน คุณอาจจะสามารถสื่อสารได้อย่างเข้าอกเข้าใจกับหุ้นส่วนของคุณตอนที่เป็นแค่เพื่อนกัน แต่เมื่อเข้ามาทำธุรกิจร่วมกันแล้วการสื่อสารจะแตกต่างออกไปทำให้ความคิดเห็นของคุณกับหุ้นส่วนอาจจะไม่ตรงกันหรือมีความต้องการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างก็เป็นได้


2. พวกเขาไม่สามารถทำในสิ่งที่พูดได้ 

    ในการทำธุรกิจร่วมกันกับหุ้นส่วน ในบางทีคุณอาจจะต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าหุ้นส่วนของคุณจะสามารถรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาพูดไว้ได้หรือไม่ และบางทีพวกเขาก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวมาถึงอาจทำให้คุณเสียสมดุลและส่งผลให้ธุรกิจเริ่มสั่นคลอนจนอาจจะกลายเป็นจุดจบของธุรกิจ


3. แนวทางการทำงานไม่ตรงกัน
    
    มันอาจจะฟังดูไร้สาระ เพราะในแต่ละคนก็มีแนวทางเป็นของตนเอง แต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในการทำงานร่วมกัน หากคนหนึ่งทำงาน 70 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ และอีกคนทำงานเพียง 40 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ คุณจะเริ่มมองเห็นถึงปัญหาและความไม่เท่าเทียมในการทำงานที่มีแนวทางแตกต่างกันอย่างแน่นอน


4. อีโก้สูง 

    ในตอนเริ่มต้นธุรกิจ คุณควรสังเกตคู่หูของคุรว่าพวกเขามีอีโก้ที่สูงผิดปกติหรือไม่ การมีอีโก้สูงผิดปกตินั่นหมายความว่าพวกเขาจะคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่มากที่สุดและอยู่เหนือคนอื่น ซึ่งมันอาจจะส่งผลแง่ลบในอนาคตการทำงานของคุณกับเขาก็เป็นได้ ในการเริ่มต้นธุรกิจความอ่อนน้อมถ่อมตนถือเป็นสิ่งที่ดีในการทำงานร่วมกัน


5. คุณเหมือนกันมากเกินไป

    สำหรับข้อนี้จะแตกต่างจาก 4 ข้อก่อนหน้า เมื่อคุณและคู่หูมีความเหมือนกันมากเกินไปในด้านวิธีการคิดและการตัดสินใจจะส่งให้ธุรกิจของคุณไม่เกิดความสมดุลขาดความหลากหลายในกระบวนการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ สำหรับเรื่องนี้คุณอาจจะพึ่งพาบุคคลที่ 3 ที่ไม่ใช่คู่หูของคุณมาช่วยสร้างความสมดุลให้กับคุณทั้งคู่ หรือคุณอาจจะแยกตัวออกมาทำธุรกิจเองเลยก็สามารถทำได้ 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)



RECCOMMEND: MARKETING

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทำยังไงเมื่อ “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

ไม่แปลกที่ช่วงเริ่มต้นการตัดสินใจมักมาจากสัญชาตญาณของเจ้าของ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด นี่คือ 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน เมื่อวันหนึ่ง “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มไม่พอสำหรับการเติบโต