เคล็ดลับทำตลาดออนไลน์ให้สำเร็จ

 
 
 
1. กฎ 10/90
 
มีธุรกิจจำนวนเพียง 10% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จกับการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น การลงโฆษณาออนไลน์ การตลาดผ่านอีเมล์ การทำเวปไซต์ แล้วอะไรคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นหนึ่งในสิบเปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณทุ่มเท 90% กับการปรับปรุงคุณภาพของการตลาดออนไลน์ ซึ่งทำได้โดยการวัดผลอย่างชัดเจน (Performance Assessment) วิเคราะห์ผลอย่างแม่นยำ (Analysis & Review) และปรับปรุงอย่างชาญฉลาด (Continuous Optimization) 
 
2. วัดผลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
 
If you can’t measure, you can’t control อะไรก็ตามที่คุณวัดไม่ได้ ก็ยากที่คุณจะควบคุมมันได้ การตลาดออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน หลายธุรกิจลงทุนไปกับสืื่อหลากหลายชนิด ทั้งลงนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ แผ่นพับ ใบปลิว หรือ โฆษณาผ่านอินเตอร์เนต แต่กลับละเลยที่จะวัดผลของสื่อเหล่านั้นอย่างมีรูปธรรม เป็นโชคดีของการตลาดออนไลน์ ทีมีทางออกง่ายๆ ในการวัดผลตอบแทน เนื่องจากมีเครื่องมือในการวัดผลอย่าง Google Analytics ซึ่งนอกจะใช้บริการฟรีแล้วยังสามารถ ติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง ไม้ว่าเทคโนโลยีที่ใช้จะเป็น website, flash, email หรือ video แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่อง pageviews หรือจำนวนหน้าในการเข้าชมจะต้องไม่เกิน 5 ล้าน pageviews ต่อเดือน สำหรับฟรี account หากเกินกว่านั้นก็มาเป็นลูกค้าโฆษณาของ Google ก็สามารถใช้ฟรีโดยไม่มีข้อจำกัด
 
 
3. วิเคราะห์เด่น ก็เป็นต่อ
 
ปัญหา ที่พบในปัจจุบันไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถวัดผลได้ แต่การแปลผลที่ได้นั้นมีความสำคัญยิ่งกว่า จะมีประโยชน์อะไรที่มีกราฟสถิติมากมายแต่เราไม่ทราบว่าข้อมูลเหล่านั้นส่งผลอย่างไรต่อเว็บไซต์ของคุณ เคล็ดลับก็คือ Segmentation คุณต้องพยายามแบ่งกลุ่มผู้เข้าชม อาทิเช่น มาจาก Search Engine, โฆษณาออนไลน์, หรือพิมพ์ url ตรงๆเข้ามาเลย และทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจากข้อมูลที่ Segment เรียบร้อยแล้ว จะทำให้คุณทราบถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้ากลุ่มนั้นๆอย่างลึกซึ้ง
 
4. ปรับปรุงเพื่อชัยชนะ
 
ที่กล่าวมาคงจะไม่สมบูรณ์ถ้าขาดส่วนการปรับปรุง (Optimization) เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า เมื่อคุณได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์อย่างละเอียด คุณสามารถนำเอาข้อมูลดังกล่าวมาทดสอบ เพื่อปรับปรุงให้มีผลตอบแทนต่อหน่วยสูงที่สุดกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ต้องพยายามเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นลูกค้ามากที่สุด (Conversion) ไม่ว่าจะเป็นการทำรายการซื้อสินค้า สอบถามราคา หรือ ลงทะเบียนจดหมายข่าว
 
 
 
5. SEO
 
Search Engine Optimization (SEO) แปลตรงๆก็คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ Search Engine เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเตอร์เนตจำนวนไม่น้อยที่ค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine อย่าง Google, Yahoo, MSN หรือ Ask.com ทำอย่างไร Search Engine เหล่านี้จึงจะสามารถแสดงผลลัพธ์ในการค้นหาเป็นเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับต้นๆ นั่นเป็นที่มาการของ SEO เคล็ดลับหนึ่งก็คือ ส่ง Sitemaps ให้กับ Search Engine ดังๆ ที่ dmoz.org เพื่อการกระจายของ URL ไปยัง Search Engine ทั้งหมดข้างต้นฟรี
 
6. SEM
 
Search Engine Marketing คือการแสดงโฆษณาควบคู่ไปกับผลลัพธ์ของการค้นหาผ่าน Search Engine บางคนเข้าใจ SEM ว่า เพียงลงทุนในโฆษณามากๆผลลัพธ์ก็จะดีเอง หลายครั้งที่อันดับที่ของผลลัพธ์การค้นหาคนที่ลงทุนมากกว่ากลับได้อันดับที่ ต่ำกว่า เคล็ดลับก็คือ การ Benchmark เทียบการลงทุนกับผลตอบแทนจึงจะทราบว่า ความคุ้มค่าในการทำ SEM เป็นอย่างไร
 
 
 
 
7. Consultant is not needed
 
    หากมีทั้งบุคคลากรที่เชี่ยวชาญและเวลาในการวัดผลและวิเคราะห์รวมไปถึงการปรับ ปรุงผลลัพธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ก็ไม่มีความจำเป็น แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการตลาดออนไลน์ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การมีทีมที่ปรึกษาซึ่งทุ่มเทกับการวิจัย พัฒนา และนำมาใช้จริง จะสามารถลดทั้งต้นทุนและเวลาอีกทั้งเพิ่มความคุ้มค่าให้กับเม็ดเงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่คุณลงทุนไป ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
  
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  http://idealhosting8.blogspot.com/

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง