ทดสอบตลาด...ใช่ว่าต้องใช้งบมากเสมอไป



 




เรื่อง  ขวัญดวง แซ่เตีย



    ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมีไอเดียมากมายอยู่ในหัว สำหรับคิดค้นสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมานำเสนอตลาด ทว่าไอเดียเหล่านั้นจะตรงใจผู้บริโภคหรือสร้างโชคให้กับผู้ประกอบการหรือไม่นั้น คงต้องทดสอบให้แน่ชัดเพื่อให้แน่ใจว่าไอเดียนั้นเจ๋งจริง เสี่ยงน้อย และต้นทุนต่ำ แต่การทดสอบตลาดแบบเข้มข้น อาจต้องแลกมาด้วยการลงทุนที่ผู้ประกอบการ SME ยากจะเข้าถึง เพราะไม่ได้มีเงินถุงเงินถังเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสายป่านยาว


    ทว่าใช่จะไร้ซึ่งหนทางเสียทีเดียวนัก โจเทย์เลอร์ เขียนถึงวิธีการทดสอบตลาดแบบฉบับสำหรับผู้ประกอบการ SME ในเว็บ Small Business Computing ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME อย่างคุณไม่จำเป็นต้องใช้งบก้อนโตในการทำงานที่สำคัญอย่างการทดสอบตลาดนี้เลย


ตรวจสอบความต้องการของผู้บริโภค

    อันดับแรกที่คุณต้องรู้ให้แน่ชัดว่าไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณโดนใจตลาดหรือไม่ ก็คือ สินค้าตัวนั้นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคหรือไม่  วิธีง่ายๆ ในการวัดความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อไอเดียสินค้าของคุณ คือการสร้างแลนด์ดิ้งเพจ (Landing Page) หรือจดหมายขายขึ้นมา เพื่อแสดงรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์ และบอกสรรพคุณทั้งหลายลงไป แล้วนำเอาไปโพสต์บนเว็บไซต์ของคุณ 

    หากไอเดียของคุณโดนใจจะมีคนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าจากคุณ จำนวนเสียงตอบรับที่ได้รับกลับมานี่เองที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าสินค้านั้นควรผลิตออกสู่ตลาดหรือไม่อย่างไร ยิ่งเสียงตอบรับมีมากก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้มาก ไม่แน่ว่าหากไอเดียของคุณเจ๋งจริง คุณอาจได้เงินสั่งจองสินค้ามาเป็นทุนผลิตสินค้าล็อตแรกก็ได้



ผลิตเวอร์ชั่นต้นแบบ ออกชิมลางตลาด

    ถ้าคุณมั่นใจว่าไอเดียของตัวเองขายได้แน่นอน ก็อย่ารอช้า! ผลิตเวอร์ชั่น MVP (Minimum Viable Product) ออกมาทดลองตลาดได้เลย วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้คุณได้โดดเข้าตลาดเป็นรายแรก ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสย่อมเป็นของผู้มองเห็นโอกาสนั้นก่อนใคร อย่ากลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น เพราะคุณสามารถเรียนรู้ที่จะพัฒนาและปรับปรุงสินค้าของคุณผ่านความคิดเห็นต่างๆ จากลูกค้าผู้ทดลองใช้ ช่วงแรกของการนำสินค้าออกสู่ตลาดอาจขรุขระไปบ้าง แต่ก็ขอให้คิดเสียว่านี่คือเวลาที่คุณจะได้ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดร่วมกับลูกค้าตัวจริงของคุณ 

    จำไว้ว่าปริมาณเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสินค้าที่ผลิตออกมาไม่สำคัญเท่ากับการสร้างตัวชี้วัดที่ดี ผลลัพธ์ที่ได้จากตัวชี้วัดเหล่านี้จะบอกคุณได้ว่าคุณกำลังอยู่บนเส้นทางสู่การสร้างผลกำไร หรือกำลังตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้ผลิตออกสู่ตลาด 



พร้อมรับความคิดต่าง เพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุด

    ช่วงระหว่างทดสอบสินค้าต้นแบบคุณจะได้รับข้อมูลจากผู้ทดลองใช้ และผลลัพธ์จากตัวชี้วัดต่างๆ ที่คุณสร้างขึ้นมา ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยปรับแต่งไอเดียของคุณตลอดเวลากระทั่งถึงเวลาสินค้าตัวจริงได้ฤกษ์ออกสู่ตลาด ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะนำเอาไอเดียไหนมาปรับใช้ให้เข้ากับไอเดียเดิมของคุณ ไม่แน่ว่าข้อมูลใหม่ที่คุณได้รับอาจปรับเปลี่ยนความคิดของคุณไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยก็ได้  แต่อย่าได้แคร์กับเรื่องนี้นัก จำไว้ว่าเป้าหมายของคุณ คือต้องการให้สินค้าที่ผลิตได้รับการตอบรับจากตลาด เป็นสินค้าขายดีทำเงินให้กับธุรกิจของคุณ  ไม่ใช่แข่งขันประกวดความคิดแต่อย่างใด

    จะเห็นว่าสามวิธีข้างต้น คุณแทบไม่ต้องใช้เงินเลย หรือถ้าจะมีใช้บ้าง ก็คงไม่มากไปกว่าการเสียเงินค่าอินเตอร์เน็ตกับค่าทำเพจเท่านั้น ลองนำไปทำดู ไม่แน่ว่าประสิทธิภาพของวิธีทดสอบตลาดทั้งสามแนวทางนี้อาจเป็นประตูเปิดทางให้สินค้าของคุณเกิดเป็นแบรนด์ดังในวันข้างหน้าก็เป็นได้


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง