เขียนโฆษณา AdWords ให้ได้ “คลิก+ยอดขาย”



เรื่อง : ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช
          ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด
          marketing@prasit.com

    ทุกวันนี้แทบจะทุกธุรกิจต้องพึ่งพาการตลาดดิจิตอลในการเข้าถึงลูกค้า (Targeting) ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ จนอาจจะไม่มีที่ยืนในธุรกิจได้ในที่สุด ฟังดูน่ากลัว แต่ก็คงจะหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงไม่ได้ และสำหรับเครื่องมือการตลาดที่ได้รับการยอมรับว่า มันสามารถนำพาลูกค้าในโลกออนไลน์มาพบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ โฆษณา AdWords ของเซิร์ชเอนจิ้นอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Google



คำค้น+โฆษณา=คลิก+ยอดขาย

    สำหรับโฆษณา AdWords (Paid Ads หรือ PPC แล้วแต่จะเรียกกัน) ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันอย่างดี ก็คือ ข้อความโฆษณาที่ปรากฏอยู่ในหน้าผลลัพธ์การค้นของ Google โดยจะแสดงผลอยู่เหนือผลลัพธ์การค้นแบบธรรมชาติ (Organic) จำนวน 3 อันดับ และด้านข้างอีก 8 อันดับ ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคจะสังเกตโฆษณา AdWords ได้จากผลลัพธ์การค้นที่มีคำว่า Ad อยู่ในกรอบสีเหลือง (เฉพาะ 3 อันดับบนหน้าผลลัพธ์จะมีคำว่า Ad ทุกอันดับ 

    ในขณะที่ 8 อันดับที่อยู่ด้านข้างจะแสดงคำว่า Ads ที่มีกรอบสีเหลืองเพียงอันเดียวอยู่บนสุด ดังรูป) ทั้งนี้ โฆษณา AdWords จะแสดงผลโดยอ้างอิงจากคำค้น (Keywords) ที่ผู้บริโภคพิมพ์เข้าไปในช่องค้นหา ซึ่งเท่ากับว่า โฆษณาที่แสดงผลขึ้นมานี้จะเป็นพวกข้อมูล สินค้า หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับคำค้นที่ผู้บริโภคพิมพ์เข้าไปนั่นเอง 

    ถึงตรงนี้สำหรับมือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับโฆษณา AdWords มาก่อนคงพอจะเข้าใจขั้นตอนการทำงานบ้างแล้วนะครับ สรุปง่ายๆ ก็คือ จากคำค้น (Keywords) ของผู้บริโภคจะนำไปสู่การพบเห็นโฆษณา AdWords ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากโฆษณาที่แสดงผลขึ้นมามีชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่อ่านดูแล้วตรงกับความต้องการ และมีข้อเสนอที่น่าสนใจ ผู้บริโภคก็จะคลิกเข้าไปดูรายละเอียดบนหน้าเว็บ และอาจตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการของผู้ลงโฆษณาในที่สุด
 


โครงสร้างโฆษณา AdWords

    ประเด็นก็คือ เมื่อโฆษณา AdWords ของคุณ ปรากฏขึ้นบนหน้าผลลัพธ์ นอกจากเรื่องของอันดับการแสดงโฆษณา (Ad Rank) ที่แน่นอนเหลือเกินว่า อันดับบนสุด หรือเห็นก่อน ย่อมได้เปรียบกว่า (สำหรับการจัดอันดับของโฆษณา AdWords ทาง Google จะพิจารณาจากอัตราคลิกโฆษณา คุณภาพโฆษณา หน้าเว็บที่ลิงก์กับโฆษณาที่เรียกว่า Landing Page และค่าประมูล) เรื่องของคำโฆษณาที่ใช้ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้คุณได้ลูกค้าหรือไม่อีกด้วย 

    ซึ่งปกติโครงสร้างของชิ้นโฆษณา AdWords ที่แสดงในหน้าผลลัพธ์การค้นจะประกอบด้วย ไตเติ้ล (Title) 25 ตัวอักษร ลิงก์ของหน้าเว็บ (URL) 35 ตัวอักษร และรายละเอียด (Description) 2 บรรทัด บรรทัดละ 35 ตัวอักษรจะเห็นว่า AdWords มีรูปแบบง่ายๆ สั้นๆ แค่ 3-4 บรรทัดเท่านั้น แต่ด้วยความสั้นกระชับของโฆษณานี่เองยิ่งทำให้ทุกตัวอักษรที่เขียนเข้าไปต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อความโฆษณาดังกล่าวต้องสามารถดึงความสนใจจากผู้บริโภคได้ เพราะถึงแม้โฆษณา AdWords ของคุณจะปรากฏขึ้นอันดับหนึ่ง แต่ไม่น่าสนใจ นั่นก็หมายถึงการไม่ได้คลิก หรือลูกค้านั่นเอง 


 


เขียน AdWords อย่างไรให้ได้ “คลิก” มากขึ้น

    ในเมื่อเนื้อความของโฆษณา AdWords มีความสำคัญขนาดนี้ ไฉนเลยเราจะไม่ลองมาดูว่า มีเทคนิคการเขียนคำโฆษณาแบบใดบ้างที่จะสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคที่พบเห็นสนใจ และอยากจะคลิกเข้าไปดูข้อเสนอ ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ที่อาจจะนำมาซึ่งการตัดสินใจเป็นลูกค้าของเรา สำหรับเทคนิคการเขียนโฆษณา AdWords ที่นำมาฝากกันจะมีอยู่ 5 ข้อด้วยกัน


    1. เน้นความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของคุณ 

    หลักพื้นฐานการตลาด (หรือเทคนิคการขาย) ที่หลายคนมักจะลืมเสมอ ซึ่งใช้กับ AdWords ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ ลูกค้าไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์ แต่กำลังมองหาสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เขาได้ ดังนั้น คำโฆษณาที่บอกถึงการแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จะมีโอกาสได้รับการคลิกมากกว่า เช่น โฆษณาครีมรักษาสิว รายหนึ่งใช้คำโฆษณาว่า “ช่วยลบสิวฝ้า รักษาความสะอาดให้ผิวหน้าด้วยสูตรครีมของเรา” 

    กับอีกรายใช้ข้อความว่า “หน้าใส ไร้สิว คืนผิวหน้าเนียนสวย เห็นผลใน 30 วัน” หากเปรียบเทียบกันจะเห็นว่า ข้อความแรกเน้นขั้นตอนรักษาพร้อมชูจุดเด่นสินค้าตัวเอง ในขณะที่อีกรายเน้นที่ผลลัพธ์สุดท้าย (กำจัดสิวให้หน้าใส) ที่ลูกค้าจะได้รับ พร้อมคำมั่นสัญญาที่น่าสนใจ คงไม่ต้องถามอีกนะครับว่า โฆษณาชิ้นไหนได้รับการคลิกมากกว่ากัน





    2. ใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในคำโฆษณา 

    หลักการพื้นฐานที่ถูกละเลยอยู่บ่อยๆ คำแนะนำคือ ให้ใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปทั้งในส่วนที่เป็นรายละเอียด โดยเฉพาะหัวเรื่อง ซึ่งเทคนิคนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มันช่วยเพิ่มคลิกอย่างได้ผล เพราะนอกจากจะทำให้คีย์เวิร์ดกับโฆษณามีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนส่งผลต่อคุณภาพของโฆษณาแล้ว Google ยังช่วยทำ “ตัวหนา” ให้กับ “คีย์เวิร์ด” ทำให้สังเกตเห็นได้ชัดอีกด้วย (ตัวหนาของคีย์เวิร์ดช่วยดึงสายตาผู้บริโภคได้ดีกว่า)


    3. เพิ่มคีย์เวิร์ดเข้าไปใน URL
    
    นอกจากคำแนะนำให้ใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในรายละเอียด (Description) และหัวเรื่อง (Title) แล้ว อีกตำแหน่งหนึ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคเห็นโฆษณาของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่งนั่นก็คือ URL หรือลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บไซต์ปลายทาง (Landing Page) โดยสามารถใส่ต่อท้ายได้ เช่น สมมุติขาย iPhone 6 คุณสามารถใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปใน URL เป็น abcmobile.com/iphone6 เป็นต้น ด้วยวิธีนี้ เท่ากับว่า ในโฆษณาจะปรากฏคีย์เวิร์ดถึง 3 ครั้ง นอกจาก Google จะให้คะแนนคุณภาพของโฆษณาที่ดีแล้ว มันยังทำให้ผู้บริโภคสังเกตเห็นง่ายขึ้น แถมยังเป็นการเน้นย้ำถึงสินค้า และบริการของคุณอีกด้วย





    4. อยากให้ลูกค้าทำอะไรก็บอกไปตรงๆ หรือ Call to Action 

    กฎข้อหนึ่งที่อยู่ในใจผู้บริโภคมาโดยตลอดคือ “Don’t Make Me Think” จะให้ทำอะไรก็บอกมาเลย ไม่ต้องให้คิด ทั้งๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้ผู้บริโภคคลิก แต่กลับไม่ค่อยทำกัน กลัวว่าจะ Hardsale เกินไปบ้างล่ะ หรือบังคับลูกค้าเกินไปหรือเปล่า? 

    ข้อเท็จจริงก็คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการความชัดเจนว่าต้องการให้เขาตัดสินใจอย่างไร ทำอะไร ก็แค่บอกไปครับว่า สั่งซื้อเลยดาวน์โหลดทันที เลือกช้อปสินค้าพิเศษก่อนใคร หรือทดลองใช้ฟรี ก็บอกไป เข้าใจตรงกันนะ อ้อ...จะใส่เบอร์โทรศัพท์ก็ได้ (อันนี้จะได้อานิสงส์ในข้อ 5 ด้วย)







    5. ใช้ตัวเลขเพิ่มความน่าสนใจ

   จากสถิติ โฆษณา AdWords ที่มีการใส่ตัวเลขเข้าไปด้วยจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโฆษณาที่ไม่ได้ใช้ตัวเลข เหตุผลก็คือ การใส่ตัวเลขทำให้โฆษณาของคุณโดดเด้งกว่าพวกที่ใช้ตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ โฆษณาที่มากับตัวเลขดูน่าเชื่อถือกว่า แถมยังเข้าใจง่ายกว่าด้วย

    ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจศัลยกรรมรายหนึ่งใช้คำโฆษณาว่า “ผ่าตัดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เครื่องมือทันสมัย สะอาด ปลอดภัย” กับอีกรายหนึ่งบอกว่า “โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รับประกันด้วยลูกค้ากว่า 10,000 ราย” ในขณะที่โฆษณาสองรายนี้ แสดงผลพร้อมกัน แต่รายที่สองที่มีตำแหน่งโฆษณาอยู่ในอันดับ 2 กลับได้รับคลิกที่มากกว่า นี่คือมหัศจรรย์ของการใส่ตัวเลขเข้าไปในโฆษณาโดยแท้ 

    ความจริงยังมีเทคนิคการเขียนคำโฆษณา AdWords เรียก “คลิก” อีกมากมาย ซึ่งบางเทคนิคก็ค่อนข้างแอดวานซ์ เช่น การใช้ AdWords Extensions ที่สามารถแสดงลิงก์ภายในเว็บไซต์ในโฆษณาตลอดจนปุ่มโทร.ออก เพื่อให้ผู้บริโภคแตะเพื่อโทร.ติดต่อได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าบทความในตอนนี้น่าจะช่วยให้มือใหม่รู้จัก และเข้าใจ AdWords มากขึ้น ในขณะที่คุณผู้อ่านที่ทำโฆษณานี้อยู่จะได้นำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของคุณ 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง