6 เคล็ดลับเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นธุรกิจ







    หากวันนี้เราก้าวออกจากบ้านไปทำงานด้วยความรู้ที่เดิมๆ จำเจ ไม่มีอะไรใหม่ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเริ่มเบื่องานประจำแล้ว ซึ่งความรู้สึกนี้สามารถเกิดกับใครก็ได้ที่อยากมีอิสระ หรือทำงานไปนานๆ แล้วเริ่มสัมผัสได้ว่างานที่ตัวเองทำอยู่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ถ้าใครกำลังมีความรู้สึกนี้ หรืออยากเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นอาชีพ และกลายเป็นธุรกิจ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำ โดยเริ่มจาก


    1. ค้นหาความชอบให้พบจริงๆ

    ความชื่นชอบ ควรเป็นอะไรที่เราทำแล้วมีความสุข สนุกสนาน ซึ่งความชอบกับงานอดิเรกจะแตกต่างกัน ดังนั้น ควรหาความชื่นชอบให้พบและมั่นใจว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่คุณชื่นชอบก่อนลาออกจากงาน ยกตัวอย่างเช่น งานอดิเรกของคุณคือการวาดภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรสร้างอาชีพด้วยการวาดภาพ เพราะถ้าคุณมีฝีมือด้านการออกแบบกราฟิก อาจผสมผสานความสามารถของศิลปะและกราฟิกดีไซน์เข้าด้วยกันแทน ดังนั้น ลองเปิดใจให้กว้างเพื่อสำรวจตัวเอง และค้นหาความชอบที่แท้จริงให้พบ


    2. ตรวจสอบความต้องการของตลาด

    หลังจากค้นพบความชื่นชอบของตัวเองแล้ว ลำดับต่อไปลองตรวจสอบความต้องการของตลาดในพื้นที่ที่เราจะสร้างธุรกิจดู เพราะมันจะกลายเป็นความเสี่ยงอย่าสาหัส หากเราประกอบธุรกิจการออกแบบกราฟิกในพื้นที่ที่มีความต้องการน้อย หรือมีจำนวนคู่แข่งจำนวนมหาศาลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบและวิเคราะห์คู่แข่ง ว่ามีความสามารถประมาณไหน เพราะถ้าเรามีทักษะที่สูงกว่าคู่แข่ง ก็สามารถทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อแข่งขันได้


    3. ทำการวิจัยเพิ่มเติม

    ลองค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมดูว่าอาชีพของเรา ต้องใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์เฉพาะทางหรือไม่ ต้องมีวุฒิบัตร เอกสารรับรองด้านการศึกษาหรือการฝึกอบรมจากที่ใดบ้าง อาจหาเวลาไปพูดคุย ปรึกษา หรือขอคำแนะนำจากคนที่ทำธุรกิจเดียวกับที่เรากำลังจะทำ เพื่อดูว่ามีปัญหาหรือแนวทางในการทำธุรกิจอย่างไรบ้าง จะได้เตรียมรับมือถูก

    4. เขียนแผน

    ระบุรายละเอียดและขั้นตอนดำเนินการดูว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน หรือถ้าเป็นไปได้อาจเขียนเป็นแผนธุรกิจขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น ตั้งแต่กลุ่มเป้าหมาย รายละเอียดที่ต้องทำ ภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ แผนสำรอง หากดำเนินธุรกิจไปแล้วไม่เป็นไปตามที่คิด เราจะทำอย่างไร เป็นต้น


    5.สร้างความน่าเชื่อถือและประสบการณ์    

    การทำธุรกิจให้มีความน่าเชื่อถือ เราต้องแสดงความเป็นมืออาชีพ ซึ่งการมีทักษะพิเศษ อาจไม่เพียงพอให้ลูกค้าเห็นว่าเรามีความชำนาญ แต่ถ้ามีเอกสารรับรองการอบรมจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ก็จะช่วยให้ธุรกิจของเรามีความน่าสนใจและสร้างความต้องการทางตลาดได้สูงขึ้น ทั้งนี้ อาจใช้เวลาตอนกลางคืน หรือช่วงวันหยุดในระหว่างที่ยังทำงานประจำอยู่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ด้วยการเข้ารับการอบรมจากสถานที่ต่างๆ   


       6. มีความยืดหยุ่น

    ถนนสายธุรกิจนั้นไม่ได้ราบเรียบตลอดไป อาจสะดวกสบายในช่วงแรก แต่จะอย่างไรก็ต้องพบเจออุปสรรค ดังนั้น ต้องเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง รับฟังข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์ น้อบรับคำแนะนำและคำวิจารณ์จากลูกค้า เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ อยู่เสมอ และจำไว้เสมอว่าไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง หากมีโอกาสพบที่ปรึกษาทางธุรกิจ ร่วมงานเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เข้าร่วมคลัสเตอร์ ตลอดจนงานอบรมต่างๆ ก็ไม่ควรพลาด เพราะสิ่งที่เราจะได้รับนั้นมีทั้งประสบการณ์และคอนเนคชั่น

www.smethailandclubl.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


    

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง