เบื้องหลังการตลาดแบบ she - conomy





เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    วันก่อนขับรถเข้าที่จอดรถของอาคารแห่งหนึ่งแถวทาวน์อินทาวน์ รปภ.ยื่นบัตรจอดรถพร้อมโบชัวร์อะไรบางอย่าง เมื่อเปิดอ่านดูจึงรู้ว่าเป็นโฆษณาสถานออกกำลังกายแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ ที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือเป็นยิมที่รับเฉพาะสมาชิกผู้หญิงเท่านั้น ยิมดังกล่าวเป็นแฟรนไชส์จากอเมริกา มีสาขากว่าหมื่นแห่งใน 85 ประเทศทั่วโลก อ่านจากโบรชัวร์เห็นว่าที่ญี่ปุ่นได้รับความนิยมมาก เฉพาะแดนอาทิตย์อุทัย ยิมแบรนด์นี้เปิดบริการกว่า 1,600 แห่ง มีสาว ๆ แห่เป็นสมาชิก 7 แสนกว่าคน


    โอ้ว! ไม่ธรรมดา มันทำให้ดิฉันเปลี่ยนความคิดไปเลย จากที่เคยมองว่าการเจาะลูกค้าผู้หญิงนั้นเป็น niche market ไปไหมเฉพาะกลุ่มเกินไปหรือเปล่าตลาดต้องแคบแน่ ๆ เลย  แต่เมื่อนึกย้อนดู ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ธุรกิจและบริการเล็งเห็นความสำคัญของลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น  ห้างสรรพสินค้าบางแห่งกันพื้นที่จอดรถทั้งชั้นให้เป็น Lady Parking อนุญาตให้เจ้าของรถสตรีเข้าจอดเท่านั้น ขณะที่ครั้งหนึ่ง องค์การขนส่งมวลชนบ้านเราก็เคยให้บริการรถเมล์ที่รับเฉพาะผู้โดยสารหญิงหรือบริการรถไฟที่มีตู้สำหรับผู้หญิง ยังไม่นับรวมเกสต์เฮ้าส์หลายแห่งที่รับแขกเข้าพักเป็นผู้หญิง และบริการนวด& สปาบางที่จำกัดการให้บริการเฉพาะลูกค้าสตรี เป็นต้น 


    การให้บริการเฉพาะผู้หญิงส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัว แต่สำหรับนักการตลาด นี่คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า She-conomy หรือการโฟกัสที่ความสำคัญของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นสตรี เป็นกลยุทธ์ที่มีมานานและไม่เคยล้าสมัย นักการตลาดคนหนึ่งในฝั่งตะวันตก (ขออภัยจำที่มาไม่ได้) แจกแจงว่า 3 ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ควรถูกมองข้ามคือ


    She is large เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ 

    สถิติเมื่อหลายปีก่อนระบุจากจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ตัวเลข 3,400+ล้านคนเป็นเพศหญิง และมีแนวโน้มปริมาณผู้หญิงจะแซงหน้าผู้ชายในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่สำคัญ จำนวนผู้หญิงเหล่านี้เป็นแรงงานหลักในสังคม เป็นผู้หญิงทำงาน ส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ได้มีรายได้เป็นของตัวเอง


    She is powerful 

    ผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลต่อการซื้อสินค้า แม้สินค้านั้นจะเป็นของผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็มักจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ว่ากันว่า 85% ของการซื้อสินค้าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันไปถึงเรือรบ ผู้หญิงล้วนแต่เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น 


    She hasspending power 

    ผู้หญิงโดยเฉพาะที่ยังโสด การศึกษาดีเป็น working women และรายได้ดีจะมีกำลังซื้อสูง ลูกค้ากลุ่มนี้ยอมจับจ่ายไม่อั้นเพื่อความสุขของตัวเองและครอบครัว ในบางประเทศ อย่างสหรัฐฯ มีการคาดการณ์ปี 2028 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า ผู้หญิงจะมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าผู้ชาย  


    นอกจาก 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวมา เราทราบกันดีว่าผู้หญิง (ส่วนใหญ่) กับการช้อปปิ้งเป็นของคู่กัน มีการเก็บข้อมูลและพบว่าผู้หญิงใช้เวลาเตร็ดเตร่ในห้างสรรพสินค้านานกว่าผู้ชาย  เบื้องหลังการช้อปจะเพื่อคลายเครียดหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่แน่ ๆ ล้วนดีต่อธุรกิจ มาถึงยุคของ “การค้าบนฝ่ามือ” ไม่ต้องเยื้องกายออกจากบ้าน ยังจิ้มนิ้วช้อปกระจายผ่านอินเตอร์เน็ต และแน่นอน ผู้หญิงอีกเช่นกันที่ใช้อินเตอร์เน็ตโดยเฉลี่ยยาวนานกว่าผู้ชาย ในเมื่อช่องทางการเข้าถึงสินค้านั้นเปิดกว้าง ลูกค้าสตรีจึงเป็นผู้บริโภคที่สำคัญและมีศักยภาพเป็นลำดับต้น ๆ แล้วอย่างนี้ นักการตลาดจะเมิน she-conomy ได้อย่างไร
    
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ฉลากชื่อแบรนด์ตัวโตๆ ยังเวิร์กอยู่ไหม? ในยุคที่ลูกค้าหาฟังก์ชันก่อนซื้อ

บนชั้นวาง ลูกค้าต้องการ “คำตอบ” ไม่ได้ต้องการ “ชื่อแบรนด์” แบรนด์ที่ยังยึดมั่นกับชื่อใหญ่ๆ แบบยุคเก่า กำลังเริ่มพบว่า “ตัวโต” ไม่ได้แปลว่า “ขายดี” อีกต่อไป

ทำอย่างไรให้แบรนด์ไทยเป็น Luxury ที่โลกต้องการ บทเรียนจาก Fundao & PIPATCHARA

น้อยครั้งนักที่แบรนด์ไทยจะได้รับการยอมรับในเวทีโลกอย่างแท้จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีใครทำได้ เพราะวันนี้ แบรนด์ไทยรุ่นใหม่อย่าง Fundao และ PIPATCHARA กำลังพิสูจน์ว่า “Luxury Made in Thailand” ไม่ได้เป็นเรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป

CHA JUM กินชาก็ได้ จุ่มของก็ได้ในแก้วเดียว ไอเดียสุดว้าวจนโซเชียลแตก   

กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์กับชานมเบอร์รี่ของร้าน CHA JUM ที่มาพร้อมไอเดียน่ารักๆ เพราะรู้ว่าคนไทยชอบจุ่ม เลยจัดแก้วชาที่เป็นแก้วกระดาษทรงสูง แล้วทำฉลุช่วงล่างๆ ของตัวแก้ว ให้แกะดูได้ว่า คุณจุ่มได้อะไร!!