​น้ำผึ่งหยดเดียว จากร้านซูชิญี่ปุ่นสู่การปะทะข้ามชาติ

เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของงานบริการว่ามีความละเอียด เอาใจใส่ และมีใจบริการสูงมาก เป็นเช่นนั้นเสมอจนกลายเป็นภาพลักษณ์ด้านบวกที่รับรู้ในวงกว้าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2016 จนกลายเป็นข่าวทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อาจทำให้หลายคนฉุกคิดว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีจิตใจบริการเป็นเลิศเสมอไป 

    เหตุเกิดเมื่อนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีคนหนึ่งไปรับประทานอาหารที่ “Ichiba Zushi” ซึ่งเป็นเชนร้านซูชิในโอซาก้าแล้วเกิดความไม่ประทับใจโดยตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจีนหรือเกาหลีมาใช้บริการ เชฟจะป้ายวาซาบิในซูชิในปริมาณที่มากเกินไป คือมากกว่าปกติเท่าตัว ทำให้เกิดอาการเผ็ดขึ้นจมูกจนน้ำหูน้ำตาไหล ลูกค้ารายนี้คิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจึงไปเขียนรีวิว หลังจากนั้นก็มีประชากรชาวเน็ตของเกาหลีเข้ามาแชร์ประสบการณ์รัว ๆ ว่าเจอเหมือนกัน ร้านเดียวกันนี้เลย ต่างคนต่างงัดเอารูปซูชิของทางร้านมาแสดงประกอบ



    บล็อกต่าง ๆ ของเกาหลีก็เขียนถึง ยิ่งกระพือให้กลายเป็นดราม่า เป็นกระแสไวรัล ออนไลน์ไปอีก สร้างความไม่พอใจให้ชาวเกาหลีจำนวนมาก มีการกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การก่อการร้ายด้วยวาซาบิ” และเบื้องหลังเกิดจากการเลือกปฏิบัติ ทำให้ชาวโซเชียลในเกาหลีพากันเรียกร้องให้คว่ำบาตรร้านซูชิดังกล่าว น้ำผึ้งหยดเดียวที่เกิดจากลูกค้าคนหนึ่งรีวิวร้านอาหารลุกลามเป็นดราม่าใหญ่โต ทั้งสื่อโทรทัศน์เกาหลีและญี่ปุ่นต่างรายงานประเด็นนี้ 

    กระทั่งทางร้านทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องออกแถลงการณ์โดยระบุไม่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ แต่เนื่องจากที่ผ่านมามีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติหลายคนขอขิงดองและวาซาบิเพิ่มอยู่บ่อย ๆ จนตอนหลังทางร้านจัดให้ จัดเต็มโดยที่ลูกค้าไม่ได้ร้องขอ จึงอาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับลูกค้าที่ไม่ชอบวาซาบินัก แม้จะมีคำชี้แจงออกมาแล้ว แต่ลูกค้าก็ยังมองว่าเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น และทางร้านไม่แสดงทีท่าว่าจะขอโทษอย่างจริงใจ ดราม่านี้จึงเหมือนจะจบลงไม่สวยนัก

    เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่อาศัยในญี่ปุ่นต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมาย โดยชาวต่างชาติจะเล่าประสบการณ์เรื่องการถูกเลือกปฏิบัติต่าง  ๆ นานา และมีการวิเคราะห์ว่าอาจจะเกิดจาก xenophobia (การเกลียดชังชาวต่างชาติ การรังเกียจคนที่มีชาติพันธุ์ต่างจากตัวเอง) ซึ่งเป็นภาวะที่ยังฝังแน่นในชาวญี่ปุ่นหลายคน  โดยปกติ คนญี่ปุ่นจะเก็บงำความรู้สึก แต่การป้ายวาซาบิมากเกินปกติก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แสดงออกแบบนุ่มนวลให้รู้ว่า “ไม่ยินดีต้อนรับ” และ “ไม่ต้องการให้มาใช้บริการ”

    ขณะที่บางคนมองเชฟที่ร้านคงอนุมานเองว่าชาวเกาหลีชอบทานเผ็ด ดูจากกิมจิ อาหารประจำชาติที่ระดมใส่โคชูจัง (พริกบดเกาหลี) จนแดงเถือก แต่แท้จริงแล้วกิมจิสีแดงจัดจ้านนั้นไม่ได้เผ็ดร้อนแรงอะไรมากมาย จึงมีข้อแนะนำว่าควรถามลูกค้าก่อนดีกว่าว่าชอบประมาณไหน จะได้จัดตามที่ต้องการได้ เป็นหลัก customization พื้นฐานที่นำไปสู่ความประทับใจ 

    เหตุการณ์ดราม่าร้านซูชิในโอซาก้า เอาเข้าจริง ๆ เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สิ่งที่สามารถเรียนรู้จากกรณีนี้ คือในยุค 4.0 ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามพลังของโซเชียลมีเดีย และในการทำธุรกิจทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าผู้ประกอบการและพนักงานมีทัศนคติบวก มันจะสะท้อนออกในรูปบริการอย่างคุณภาพ  แต่ต่อให้มีอคติต่อลูกค้าแค่ไหนก็ควรปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเหมาะสม จึงจะได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง