E-Commerce: ขยายโอกาสการค้าไทย ขยายโอกาสอาเซียน


    ตลอดปี 2016 มีข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นกับวงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์สมากมายไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวพร้อมเพย์เพื่อกระตุ้น E-Payment, Alibaba เข้าซื้อกิจการ Lazada ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Amazon แห่งเอเชีย, การเกิด Rabbit LINE Pay เพื่อผสานแพลตฟอร์มการชำระเงินทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์, Central Online เข้าซื้อ Zalora ทั้งในไทยและเวียดนาม 


    หรือแม้กระทั่งการบอกลาของดีลชื่อดังอย่าง Ensogo ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันในวงการอีคอมเมิร์สเพื่อรองรับกับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตรวมทั้งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิตัล


    “ช้อปได้ทุกที่ มีทุกอย่างที่อยากได้” ดูจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินไปนักในโลกการค้ายุคเศรษฐกิจ 4.0 ที่การซื้อขายไม่ต้องมีทั้งหน้าร้านและเวลาทำการ ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อกันได้ทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้มูลค่าการค้าในตลาดอีคอมเมิร์สของโลกในปี 2016 มีมูลค่าถึง 1.92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและจะเพิ่มขึ้นอีกราว 17% ต่อปี (CAGR%) ทำให้มีมูลค่าสูงถึง 4.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020


    ในขณะที่ประเทศไทยเองก็มีมูลค่าถึง 2,450 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าราว 30% และจะเติบโตขึ้นกว่า 1 เท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า 

 


อาเซียน: โอกาสทางธุรกิจของอีคอมเมิร์ส

    มีการคาดประมาณไว้ว่าในปี 2020 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม จะมีชนชั้นกลางถึง 290 ล้านคน  จากจำนวนประชากรราว 470 ล้านคน บวกกับความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศเหล่านี้ ทำให้อาเซียนเป็นเป้าหมายต่อไปของธุรกิจอีคอมเมิร์สที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยมี Lazada เป็นรุ่นพี่ตัวอย่างที่เคยรุกสำเร็จมาแล้วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

    อีกทั้งปัจจัยพื้นฐานของการค้าออนไลน์ คือ การเข้าถึงอินเตอร์เนตของชาวอาเซียนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วราว 40% ของประชากรอาเซียนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เนตได้ แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้น โดยสิงคโปร์เป็นประเทศที่ประชากรสามารถเข้าถึงอินเตอร์เนตได้สูงที่สุด 100% 

    ส่วนประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งประเทศสามารถเข้าถึงอินเตอร์เนตได้คือ บรูไน มาเลเซีย และเวียดนาม ส่วนฟิลิปปินส์และไทยมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ราว 40% ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างขยายหน้าร้านไปยังโลกออนไลน์โดยมีทั้งเว็บไซต์หลักและสื่อสังคมออนไลน์อย่าง “เฟสบุ๊ค” ในการโฆษณาเพื่อขายสินค้าและพื้นที่ฮิตสำหรับ “ฝากร้าน” อย่าง “อินสตาแกรม” 


    "คลิกเดียวก็ซื้อได้ แค่มีสมาร์ทโฟน" นอกจากการค้าออนไลน์จะเติบโตตามอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เนตจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว การเข้าถึงจากสมาร์ทโฟนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยมีสัดส่วนผู้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนถึง 80% ของประชากรทั้งประเทศ อีกทั้งแต่ละค่ายสัญญาณโทรศัพท์ต่างแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด สมาร์ทโฟนจึงกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมากต่อการซื้อขายออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสของ M (mobile) – Commerce 

    ผลการสำรวจจากนีลสัน พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนชาวไทยใช้เวลาเฉลี่ยราว 230 นาที หรือราว 4 ชั่วโมงต่อวันในการเล่นสมาร์ทโฟน โดยช่วงเวลาที่ใช้งานมากที่สุดคือช่วง 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม จึงเป็นเวลาทองของนักขายออนไลน์ที่จะเพิ่มยอดการขายสินค้า


    ในด้านการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับแท้ออนไลน์ แม้ว่ายังไม่เป็นที่นิยมนักเนื่องจากผู้ซื้อยังขาด “ความเชื่อมั่น” จากการต้องจ่ายเงินก่อนได้รับสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นเพื่อชดเชยกับความลังเลดังกล่าวผู้ขายควรให้ข้อมูลสินค้าอย่างครบถ้วน โดยถ่ายภาพสินค้าตามสัดส่วนสินค้าจริง มีการระบุราคาและประเภทวัตถุดิบไว้อย่างชัดเจน และที่สำคัญควรมีการรับประกันหากเกิดความไม่พึงพอใจในตัวสินค้า หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้แล้ว ช่องทางออนไลน์จะเป็นช่องทางเพื่อการอยู่รอดและเติบโตต่อไปของผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยไม่ต้องมีต้นทุนสูงและความเสี่ยงจากการออกไปขยายสาขาในต่างประเทศ


    สําหรับท่านผู้อ่านที่สนใจข้อมูลข่าวสารด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ กฎระเบียบการค้าและอัตราภาษีนําเข้าของประเทศต่างๆ ทั่วโลก สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ (http://infocenter.git.or.th) ของศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือติดตามผ่านเฟซบุ๊ค facebook.com/GITInfoCenter


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง