​อี-คอมเมิร์ซพ่นพิษ ค้าปลีกสหรัฐฯปิดตัวระนาว

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ เจซี เพนนี เตรียมปิดร้านประมาณ 140 แห่งทั่วประเทศโดย ไม่ใช่เจซี เพนนีที่เดียวแต่ห้างอื่น เช่น เมซี่  วอลมาร์ท เซียร์ส และโคห์ลก็ทะยอยปิดมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งกระแสการปิดร้านของห้างต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างเมซี่มีแผนจะปิดร้าน 100 แห่งหรือประมาณ 15% ของร้านค้าที่มีทั้งหมดภายในปี 2017 ขณะที่เซียร์สประกาศปิดอย่างน้อย 30 ร้านภายในเดือนเม.ย.นี้ และจะทะยอยปิดเพิ่ม

    อาร์เจ ฮอตโตวี่ นักวางกลยุทธ์จากบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ให้ความเห็นว่าปี 2017 จะเป็นปีที่ลำบากสุดสำหรับผู้ค้าปลีก สินค้าที่ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อในห้าง เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว หรือสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพจะสูญเสียส่วนแบ่งให้กับตลาดออนไลน์ และจะเหลือสินค้าไม่กี่อย่างที่ยังขายในห้าง อาทิ อาหารสด อาหารแห้ง ของใช้กระจุกกระจิก และสินค้าบางอย่างที่ต้องลอง ส่วนร้านค้าปลีกที่อยู่รอดจะเป็นร้านสะดวกซื้อ และร้านขายยา



    สำหรับสาเหตุหลัก ๆ มาจากการแพร่หลายของอี-คอมเมิร์ซ ส่งผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากที่เคยเดินเข้าห้างเข้าร้าน ก็เปลี่ยนมาสั่งซื้อทางออนไลน์มากขึ้น  ซึ่งเทรนด์แบบบนี้ไม่มีแนวโน้มลดน้อยลง มีแต่จะมากขึ้น ๆ ระบบการค้าบนฝ่ามือที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ผลคือ foot traffic การเดินห้างของลูกค้าน้อยลง ขณะที่ยอดขายออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น คิดเป็น 13% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด

    อีกสาเหตุหนึ่งคือทำเลที่ตั้งของห้าง สาขาชานเมืองจะมีปัญหาเพราะคนหนุ่มสาวชอบเข้าเมืองมากกว่า ดูเหมือนจำนวนห้างที่มีมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาดีมานด์-ซัพพลายที่ไม่สมดุล รายงานระบุ แม้ร้านต่าง ๆ จะปิดไปจำนวนมาก แต่จำนวนร้านที่เหลืออยู่ก็ยังจัดว่ามากเกิน ถ้าให้แบ่งพื้นที่ห้าง/คน อเมริกาจะได้มากสุดโดย 1 คนครองพื้นที่ห้าง 23.5 ตารางฟุต ขณะที่แคนาดา และออสเตรเลียครอง 16.4 และ 11.1 ตารางฟุตต่อคน 

    นอกนั้นก็เป็นปัญหาจากร้านเอง เช่น ออกแบบสินค้าไม่โดนใจตลาด โดยเฉพาะธุรกิจเสื้อผ้าที่วัยรุ่นสมัยนี้หันไปอุดหนุน fast fashion อย่างร้าน H & M และ Zara  กันเสียส่วนใหญ่ ร้านเสื้อผ้าที่เคยเป็นขวัญใจของวัยรุ่นอเมริกัน เช่น  Abercrombie & Fitch ปิดร้านไป 180 สาขา American Eagles 150 แห่ง และร้านกระเป๋า Coach 70 สาขา ช่วงระหว่างปี 2015 จนถึงตอนนี้ ร้านค้าปลีกแบรนด์ดังในสหรัฐฯทะยอยปิดตัวไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ร้าน 

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา เศรษฐกิจอเมริกาขับเคลื่อนด้วยการใช้จ่ายของประชากรที่เป็นชนชั้นกลาง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เฟื่องฟูนักในปัจจุบัน ทำให้ชนชั้นกลางมีรายได้เพียงพอในการใช้จ่ายแค่เดือนต่อเดือน จึงไม่อยู่ในสถานะที่ฟุ่มเฟือยได้ ส่วนคนที่มีกำลังซื้อก็ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะจับจ่าย บวกกับสถานการณ์ทางการเมืองหลังโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นเป็นผู้นำทำให้ชาวอเมริกันเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง

    สิ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกา ผู้ประกอบการอย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เมื่ออเมริกาจาม เราอาจติดหวัดได้ อันนี้พูดถึงในแง่ของการส่งออก  เพื่อนของผู้เขียนซึ่งส่งออกสินค้าเซรามิกไปยังหลายประเทศทั่วโลก สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ซึ่งเป็นลูกค้ารายหนึ่งขอระงับคำสั่งซื้อไม่มีกำหนด ทั้งที่ออร์เดอร์นั้น สั่งกันล่วงหน้าข้ามปี แต่ลูกค้าขอชะลอไว้ก่อน เพราะสินค้าล้อตเก่าขายไม่ออก ออร์เดอร์หลายสิบล้านบาทที่น่าจะได้เป็นอันว่าหายวับอย่างน่าเสียดาย 


ข้อมูล:
www.businessinsider.com/stores-closing-macys-kohls-walmart-sears-2016-12
www.cnbc.com/2015/01/09/retailers-are-closing-up-shop-heres-why.html
www.zerohedge.com/news/2015-05-02/major-us-retailers-are-closing-more-6000-stores

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง