​ส่องกลยุทธ์ O2O เปลี่ยนขาจรเป็น “ขาประจำ” เพิ่มยอดขายตลาดออนไลน์

Text : กองบรรณาธิการ



 

     แม้ในอดีตอี-คอมเมิร์ซไทยจะสร้างยอดขายแบบพุ่งพรวดเป็นรูป J Curve แต่ปัจจุบันที่สมรภูมิการแข่งขันดุเดือด การหวังเติบโตสร้างยอดขายหลักร้อยล้าน อาจพึ่งพาเครื่องมือการตลาดออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้


     จากการเปิดเผยของ ผรินทร์ สงฆ์ประชา ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร Nasket Retail ซึ่งได้กล่าวบนเวทีสัมมนา “ถอดรหัสธุรกิจ 4.0 ปั้นยอดขาย 100 ล้าน ผ่านดิจิทัล” บอกไว้ว่า เมื่อตลาดแข่งขันอย่างสมบูรณ์ โดยเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้ามาโลดแล่นในสนามออนไลน์ได้โดยเท่าเทียม ไม่จำกัดว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ แน่นอนว่าย่อมไม่เกิดการทำกำไรในเชิงธุรกิจ อย่างไรก็ดี การที่เอสเอ็มอีเจ้าของร้านค้ามีตัวตนอยู่บนโลกออนไลน์ ก็ไม่ได้ทำให้ได้รับชัยชนะเสมอไป เพราะทุกวันนี้ช่องทางออนไลน์ก็เหมือนสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างไฟฟ้าประปาที่ทุกคนควรมี แต่ก็มิได้การันตีว่าจะอยู่รอดในเกมธุรกิจ เพราะคู่แข่งก็ทำได้ไม่แตกต่างกัน


     ที่สำคัญด้วยต้นทุนค่าโฆษณาออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น แถมยิ่งโพสต์ คนยิ่งเห็นน้อย ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในเวลานี้ เรียกว่า คือการผสมผสานการทำการตลาด “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” ให้กลมกล่อม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความประทับใจในแต่ละช่องทางที่ตนเข้าถึงและมีประสบการณ์ร่วม โดย 6 TouchPoints ที่เอสเอ็มอีไม่ควรมองข้ามมีดังนี้


1. เว็บหลัก จุดเชื่อมต่อที่เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ถือเป็นสินทรัพย์ของเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง ในขณะที่การทำธุรกิจผ่านโซเชี่ยลมีเดียนั้น เป็นการยืมจมูกคนอื่นหายใจมากกว่า  


2. โซเชียลมีเดีย จุดที่เป็นแขนขา หากเชื่อมต่อกับเว็บหลัก จะยิ่งทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น  


3. พนักงานหน้าร้าน จุดที่เป็น ‘สื่อ’ คอยให้ข้อมูลโปรโมชั่นออนไลน์เพิ่มเติมแก่ลูกค้าที่มาหน้าร้าน  


4. สมาร์ทโฟน จุดเชื่อมต่อกับลูกค้าออนไลน์ แต่อย่าได้ทำแอปพลิเคชั่น เพราะสมัยนี้ไม่มีใครโหลดกันแล้ว


5. ร้านค้า จุดที่สร้างความเชื่อมั่นให้เอสเอ็มอีได้ดีที่สุดในสายตาลูกค้า  

 
6. คอลเซ็นเตอร์ จุดระบายความโกรธของลูกค้า คำถามพื้นฐาน 80% แนะนำให้พนักงานเป็นผู้ตอบ กรณีที่เป็นคำถาม


     วิกฤตชี้เป็นชี้ตาย ซีเนียร์หรือเจ้าของธุรกิจควรเป็นคนเคลียร์ใจ หากให้คำตอบที่ดีอาจได้ลูกค้าที่จงรักภักดีเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การจะทำธุรกิจในยุคดิจิทัลให้ได้กำไร จำเป็นต้องใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการดึงดูดลูกค้า ‘ขาจร’ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้เข้าหา จากนั้นใช้เครื่องมือที่เหลือจูงใจให้กลับมาซื้อซ้ำที่ร้านในรูปแบบ Online to Offline : O2O ถือเป็นวิธีเปลี่ยนขาจรเป็น ‘ขาประจำ’ ที่ได้ประสิทธิผล ไม่เพียงทำให้ได้ลูกค้ากลุ่ม ‘ครีม’ ที่รักและเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า การซื้อซ้ำสม่ำเสมอยังหมายถึงการทำกำไรที่ต่อเนื่องด้วย

 
     นอกจากกลยุทธ์ O2O หากเอสเอ็มอีคิดจะทำธุรกิจให้ได้ยอดขายร้อยล้านในยุค Third-Wave ที่อี-คอมเมิร์ซส่งสัญญาณของการอิ่มตัว แนะนำให้คิดถึงหลักการ 3P ดังนี้


     1. Platform มองหาแพลตฟอร์มธุรกิจที่สามารถทำซ้ำ เพื่อให้ผู้อื่นนำไปขยายต่อได้ อาทิ แฟรนไชน์ ตัวแทนจำหน่าย ขายตรง ฯลฯ


     2. Partnership อย่าทำคนเดียวทั้งหมด มองหาพาร์ทเนอร์ทำธุรกิจ แล้วแบ่งกำไรกัน ธุรกิจจะเดินหน้าไปได้ไวกว่า


     3. Policy คิดจะสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ อย่ามองข้ามกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจได้
               

     ธุรกิจบนโลกออนไลน์จะ “โต” หรือถึงทาง “ตัน” ขึ้นอยู่กับเอสเอ็มอีที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตด้วยตนเอง 
 
 
 www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
 
 
 

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง