ชุดชั้นในจากเครื่องหรือจากไปรษณีย์

 

 

 

ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นสินค้าหลายๆ อย่างขายผ่านเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง อาหารทะเล หรือหนังสือ และเราก็เคยเห็นธุรกิจชุดชั้นในแบบสมัครเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซต์ ล่าสุด MeUndies รวมวิธีการขายสองอย่างเข้าด้วยกัน ขายชุดชั้นในชายและหญิงผ่านเว็บไซต์และผ่านเครื่องขายอัตโนมัติ เริ่มต้นด้วยการให้ลูกค้าตอบแบบสอบถามผ่านอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสไตล์ ขนาดและสีของชุดชั้นในที่ชอบ จากนั้น MeUndies ก็จะไปหาสินค้าจากสต๊อกที่มีสำหรับหญิงและชายให้เหมาะกับลูกค้านั้นๆ  

 

 

สมาชิกของร้านสามารถเข้าไปดู “ลิ้นชักเสมือน” ที่จะมีสินค้าแนะนำจากทางร้าน จากนั้นให้เลือกว่าต้องการจะบอกรับชิ้นใด โดยทางร้านจะส่งให้เดือนละชิ้นที่ราคา 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 500 บาท) ซึ่งราคานี้รวมค่าขนส่งเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ  สมาชิกจะเลือกเว้นบางเดือนหรือหยุดบอกรับชั่วคราวก็ได้  นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มสินค้าได้ที่ราคา 16 ดอลลาร์ฯ ต่อชิ้นเช่นกัน 

 

 

หากไม่ต้องการบอกรับอยากได้เร็วๆ ทางร้านก็มีเครื่องขายชุดชั้นในไว้บริการเช่นกันที่ Confederacy Boutique ในเมือง Los Angeles  ขณะนี้ทางร้านมีแผนที่จะขยายเครื่องขายชุดชั้นในนี้ไปยังโรงแรม ฟิตเนส และสนามบินต่างๆ  ราคาสินค้าจะเป็นราคาตามหน้าเว็บไซต์   

 

 

MeUndies แห่งนี้ก่อตั้งโดย JONATHAN SHOKRIAN และ BARAK DISKIN ซึ่งกล่าวว่า “ชุดชั้นในแบรนด์ดังทั้งหลายขายด้วยราคาสูงกว่าต้นทุนถึงสิบเท่า พวกเขาจึงอยากเปิดบริษัทที่ขายสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม”

 

  SME ยุคใหม่ต้องรู้จักตัดขั้นตอนการค้าผ่านนายหน้า จะได้ลดต้นทุน เพราะใครๆ ก็อยากซื้อของดีราคาถูกไม่ใช่หรือ 

   www.meundies.com

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง