​GLEAMWOOD ดึงเสน่ห์งานไม้ ดีไซน์เป็นเครื่องประดับ






 
     เพราะไม้แต่ละชิ้นแต่ละชนิดนั้นมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง จึงจุดประกายให้แบรนด์ GLEAMWOOD หยิบเอาสี ลวดลายของเนื้อไม้มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ ที่งานนี้ไม่เพียงแต่จะได้ใจคนรักงานไม้ แต่ยังโดนใจคนที่ชื่นชอบการใช้เครื่องประดับที่มีดีไซน์แบบเฉพาะตัวอีกด้วย


     สำหรับเรื่องนี้ ธีระรัฐ จารุวัฒนชัย ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ GLEAMWOOD เครื่องประดับจากไม้ บอกว่า เริ่มทำแบรนด์เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีและลวดลายของเนื้อไม้โดยธรรมชาติ ซึ่งเริ่มจากการทำจิวระเบิดหูแบบ Custom Made ก่อนแล้วต่อยอดมายังผลิตภัณฑ์อย่างแหวนและเครื่องประดับต่างๆ





     “ในช่วงแรกๆ เครื่องประดับไม้ที่มีอยู่ในตลาดจะไม่ค่อยมีสีให้เลือกหลากหลายมากนัก ซึ่งหลังจากที่เราไปเจอไม้ในต่างจังหวัดหลายๆชนิดที่มีสีสันแปลกๆและดูมีเสน่ห์จึงเกิดไอเดียและเป็นที่มาของการนำไม้พวกนี้มาดีไซน์ออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์คือจิวระเบิดหู ซึ่งตัวเองเป็นคนใช้ด้วย ใส่ด้วย เราก็ออกแบบมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว จากนั้นจึงแตกไลน์มาเป็นแหวนและเครื่องประดับในปัจจุบัน โดยคอนเซปต์ของแบรนด์คือการเอาสีสันของเนื้อไม้แต่ละชนิดมาออกแบบมาดีไซน์”


     แน่นอนว่าการทำงานไม้ย่อมมีข้อจำกัดโดยเฉพาะขั้นตอนการผลิตเพราะเนื้อไม้บางประเภทมีการแตกหักง่าย เรื่องคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญโดยงานทุกชิ้นที่ผ่านมือต้องออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด





     “ข้อจำกัดของไม้แน่นอนว่ามีมากกว่าโลหะต่างๆ อยู่แล้ว เช่น ไม้มีโอกาสแตกหักได้ง่ายกว่าโลหะชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะในขั้นตอนของการผลิต บางชิ้นผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพที่เราต้องการ และเพราะเป็นงานมือเลยทำให้ไม่สามารถควบคุมความคงที่ได้ตลอด อย่างคอลเลกชั่นใหม่ที่เป็นแหวนรามเกียรติ์ต้องมีการฝังไม้แต่ละชนิดที่มีสีต่างกันลงไป ต้องทำทีละชิ้น ถ้าเคาะมุมไหนแล้วหัก ก็ต้องทำใหม่หมดเลย ซึ่งเปอร์เซ็นต์การหักมีค่อนข้างสูงอย่างทำมา 10 อัน ก็จะหักซะ 8”


     นอกจากนี้ ความทนทานในการใช้งานในชีวิตประจำวันของเครื่องประดับยังเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ให้ความสนใจและพัฒนามาตลอด
 

     “อีกข้อจำกัดของงานไม้คือจะมีการเปลี่ยนสภาพไปตามเวลาการใช้งาน เช่น มีสีคล้ำขึ้น ดำขึ้น หรือมีราขึ้น แต่ทางแบรนด์มีการร่วมมือกับบริษัทจากญี่ปุ่นทำการผลิตสารเคลือบชนิดพิเศษที่สามารถกันน้ำได้ กันเชื้อราได้และให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติอยู่ ซึ่งเราเป็นเจ้าเดียวที่มีสารเคลือบตัวนี้ โดยอายุการใช้งานของเครื่องประดับถ้าใช้โดยไม่หล่นหรือไม่สมบุกสมบันมากนักก็อยู่ได้หลายปี อย่างต่ำๆก็ 4 - 5 ปีขึ้นไป และเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนชอบงานไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาใช้เขาก็จะรู้ข้อจำกัดตรงนี้คือเขาจะใช้อย่างทะนุถนอมนั่นเอง”


​Cr : GLEAMWOOD 

 
      มาถึงตรงนี้ ธีระรัฐ บอกว่า เพราะแบรนด์มีต้นกำเนิดมาจากการเป็น Custom Made จึงรับทำงานตามความต้องการของลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นหรือคนวัยทำงานอายุ 25 – 35 ปีที่ชื่นชอบงานไม้ กลุ่มคนระเบิดหู ต่อยอดไปยังกลุ่มคนทั่วไปที่ใช้เครื่องประดับที่ถูกใจสีสันและการดีไซน์ของแบรนด์


     “ก่อนที่จะทำแบรนด์เราเจอปัญหาว่าเราอยากได้อะไรแล้วเราไม่สามารถสั่งได้หรือสั่งก็ต้องสั่งทีละเยอะๆ เลยหยิบอันนี้มาแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าลูกค้าอยากได้จิวระเบิดหูที่เป็นลายที่เขาชอบก็สามารถมาสั่งเราได้ คู่หนึ่งเราก็ทำ หรือถ้าอยากได้แหวนสักวงตามลายที่เขาต้องการเราก็สามารถทำให้ได้ ถือเป็นอีกจุดแข็งที่แบรนด์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจากการใช้ลวดลายของไม้มาสร้างเสน่ห์และความแตกต่างได้”    






www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทำยังไงเมื่อ “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

ไม่แปลกที่ช่วงเริ่มต้นการตัดสินใจมักมาจากสัญชาตญาณของเจ้าของ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด นี่คือ 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน เมื่อวันหนึ่ง “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มไม่พอสำหรับการเติบโต