​Bangkok Tales เล่าเรื่องอดีตผ่านถุงโชคดี กลายเป็นซีรี่ย์กระเป๋าที่น่าติดตาม





               

     ถุงผ้ากระสอบสีน้ำตาลธรรมชาติ มีคำพูดที่ทำให้ใครต่อใครสะดุดตานั่นคือคำว่า “โชคดี” เป็นกระเป๋าสุดชิคของแบรนด์ Bangkok Tales ที่นำถุงโชคดีที่เคยโด่งดังในอดีตกลับมารีเมคใหม่ให้คนได้หวนนึกถึงสมัยก่อน โดย รวิวรรณ วรสินศิริ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bangkok Tales ได้เล่าให้ฟังว่าเธอเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงงานผลิตกระเป๋าหนัง เมื่อถึงช่วงเวลาที่เธอต้องเข้ามารับช่วงต่อ เธอจึงต้องเริ่มคิดว่าจะทำอะไรเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมผสมผสานกับสิ่งที่เธอมีนั่นคือ Passion ด้านแฟชั่น
               

     “ด้วยความที่เราเป็นคนรุ่นใหม่ เราอยากจะหยิบจับอะไรที่เป็นกระแสและใช้ความรู้ที่เรามีนำมาทำได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ สินค้าเดิมของโรงงานเราจะเป็นกระเป๋าหนังที่พิมพ์ลายไทยๆ เป็นของฝาก เช่น ลายช้างชน ลายแผนที่ประเทศไทย เราก็อยากเกาะไปในแนวทางเดิมเป็นกระเป๋าในกลุ่มของฝาก เราก็หาข้อมูลและไปเจอถุงโชคดี ซึ่งเรารู้จักถุงโชคดีอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโตก็ยังเห็น ถุงโชคดีคือถุงกระดาษที่มีเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนสมัยที่คนยังไม่รู้จักถุงพลาสติก จะมีผู้ผลิตเจ้าหนึ่งที่เขาทำถุงกระดาษออกมาแล้วมีคำว่าโชคดี คนก็จะใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยความที่คุณภาพดี คนก็จะนำกลับมาใช้ใหม่ อย่างพ่อแม่เองก็ใช้ถุงโชคดีใส่หนังสือไปโรงเรียน ด้วยความที่ความหมายดีด้วย คนก็จะจดจำมันได้ เราเลยคิดว่าเอาถุงโชคดีนี่แหละมารีเมคกันดีกว่า”
 




หนังสือ Bangkok Tales บทที่ 1 : กระเป๋าโชคดี
               

     หากว่าแบรนด์ Bangkok Tales เปรียบเหมือนหนังสือหนึ่งเล่ม กระเป๋าโชคดีก็คือบทที่หนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวของความเป็นไทยสไตล์ Thailand Only ผ่านกระเป๋าหนึ่งใบให้ทุกคนได้คิดถึงอดีต  
               

     “เราคิดว่าช่วงปีที่ผ่านเป็นปีที่คนหันมาสนใจเรื่องการลดใช้ขยะและใช้ถุงผ้ากันมากขึ้นด้วย เราเลยอยากทำถุงผ้าที่มีสไตล์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้คนนึกถึงอดีต สำหรับ Bangkok Tales เราก็ตั้งใจว่าจะไม่ได้เล่าเรื่องถุงโชคดีตลอดไป เพราะว่าประเทศไทยยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เล่า เหมือนกับเป็นการหยิบจับเรื่องราวในอดีตหรือปัจจุบันมาเล่าเรื่องผ่านโปรดักต์ดีไซน์ ถ้าเราเปรียบตัวเองเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่จะเล่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยในมุมที่แตกต่างกันออกไป เราจะเล่าเรื่องราวเป็นบทๆ บทที่ผ่านมาเราเล่าเรื่องถุงโชคดี บทที่สองของเราคือถุงอวยพร เป็นถุงที่จะมีคำอวยพรดีๆ หยิบมาจากคำอวยพรของผู้ใหญ่ในสมัยโบราณ เช่น คุณพระคุ้มครอง สมดั่งหวัง มั่งมีศรีสุข เป็นคำที่คนชอบให้กันในเทศกาลพิเศษพอดี สินค้านี้เราจะออกมาในช่วงสิ้นปีพอดี ใกล้ปีใหม่ ถือเป็นเครื่องรางให้เราอุ่นใจหรือจะซื้อเป็นของขวัญก็ได้”
               

     การออกคอลเลคชั่นใหม่ของ Bangkok Tales ที่ใช้ลักษณะของการออกมาทีละบทเหมือนหนังสือหนึ่งเล่มนับว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำสินค้าและการตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากจะช่วยดึงดูดให้ลูกค้าคอยติดตามอยู่เสมอ สร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่แบรนด์ได้มากขึ้น
 




เรื่องเล่าที่ดีต้องมีคนฟัง กลยุทธ์การทำตลาดในแบบ
Bangkok Tales
               

     แม้ว่าตัวกระเป๋าของ Bangkok Tales จะสามารถเล่าเรื่องราวได้ด้วยตัวเองแต่เรื่องเล่าที่ดีก็จำเป็นต้องมีคนฟัง จีจี้จึงได้เน้นการเล่าเรื่องผ่านออนไลน์เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดจริงๆ นอกจากนี้ยังสร้างสรรค์คาแรคเตอร์เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น
               

     “เราทำการตลาดหนักๆ เน้นไปที่ออนไลน์ เราเลือกใช้วิธีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายด้วยการโพสต์อะไรที่เขาสนใจและอยากฟังในรูปแบบของความเป็นเพื่อนกัน มีความขำขัน สนุกสนาน บางทีโพสต์เรื่องดวง เรื่องโชคดี ถ้าใกล้หวยออกก็โพสต์ตั้งสำนักหวยใบ้หวยแบบขำๆ ทำให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเขาก็ยังอยากอยู่ในเพจเราและเป็นเพื่อนเรา คือการตลาดคงไม่มีใครหนีพ้นเรื่องพวกนี้ นอกจากที่คุณมีสินค้าที่ดีแล้ว ต้องรู้ด้วยว่าจะขายสินค้าให้ใคร ขายที่ไหน ขายยังไง นี่คือหลักการตลาดทั่วไปแต่ตอนนี้มันมีเรื่องออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เราต้องรู้จักตัวเอง รู้จักลูกค้าและต้องรู้ด้วยว่าจะคุยภาษาไหนกับลูกค้าเพื่อให้เขาอยากฟัง ใช้สำเนียงแบบไหน เนื้อหาแบบไหน วิธีเล่าเรื่องแบบไหน วันนี้เขาอาจจะยังไม่ซื้อของเรา แต่ในอนาคตเขาอาจจะซื้อของเราก็ได้”



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง