​เบื่อแล้วโลกโซเชียล! มาล้างพิษจิตใจด้วยการทำ Social Media Detox กันเถอะ!





               

     ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่คุณทำคืออะไร? เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อเช็คข้อความ ดูความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะเช็คอีเมล์ ตอบไลน์ลูกน้อง สั่งงานและอื่นๆ อีกมากมาย ชีวิตของเราทุกวันนี้ผู้ติดอยู่กับโซเชียลมีเดียเยอะมากจนกินเวลาแทบทั้งหมดของเราไปโดยที่ไม่รู้ตัว สิ่งที่ตามมาคือเราทุกคนมีสมาธิสั้นลง จดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน อ่านหนังสือที่ซื้อมาตั้งนานไม่จบเล่มสักทีแถมยังมีเวลาให้คนรอบข้างน้อยลง เวลาไปปาร์ตี้สังสรรค์เหมือนไปเปลี่ยนสถานที่เล่นมือถือ บางคนก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้นจนหลงลืมความสุขที่อยู่ตรงหน้าไป ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Social Media Detox เหมือนกับเป็นการล้างสารพิษในร่างกายออกไปด้วยการหยุดเล่นโซเชียลมีเดียสักพัก
               

     มีคนดังหลายคนที่ใช้วิธีนี้ในการบำบัดตัวเอง เช่น Ariana Grande ที่ประกาศหยุดพักจากโซเชียลมีเดียหลังจากที่เธอเลิกกับแฟนหรือแม้แต่ Selena Gomez, Gigi Hadid, Ed Sheeran ต่างก็เคยพาตัวเองออกห่างจากโซเชียลมีเดียทั้งสิ้น โดยการทำ Social Media Detox เป็นครั้งคราวจะทำให้คุณมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น ยิ่งผู้ประกอบการควรต้องหาเวลาทำบ้าง อาจจะลองใช้ช่วงวันหยุดยาวแล้วตัดขาดโลกออนไลน์ดูสักพัก คุณอาจจะค้นพบความสุขที่แท้จริงรอบตัวมากขึ้น
 

เหตุผลที่คุณควรทำ Social Media Detox
               

     มีข้อดีมากมายที่คุณควรหยุดใช้โซเชียลมีเดียสักพักแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรเลิกใช้ตลอดไปเพราะเรายังต้องติดต่อผู้อื่นผ่านโซเชียลมีเดีย ยังต้องทำงานผ่านโซเชียลมีเดีย แค่เพียงหาเวลาหยุดพักหลังจากนั้นก็กลับมาใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติและควบคุมมันได้มากขึ้น


1.เลิกเครียดเพราะคำพูดของคนอื่น

     
     
เชื่อว่ามีคนมากมายที่แคร์คำพูดของคนอื่นและมากดดันตัวเอง ยิ่งการเล่นโซเชียลมีเดียยิ่งทำให้คุณเกิดความเครียดได้ง่ายจากการ Comment ของผู้อื่น รวมทั้งเรื่องดราม่าต่างๆ ที่ลอยอยู่เต็มโลกออนไลน์ ยิ่งคุณเสพเรื่องเหล่านี้มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเครียดโดยไม่จำเป็นมากเท่านั้น การทำ Social Media Detox ทำให้คุณมีลิมิตแก่ตัวเอง หากเป็นเมื่อก่อน ยิ่งมีเรื่องดราม่า คุณยิ่งชอบ ยิ่งอ่าน มีใครพูดอะไรไม่ดีก็พร้อมจะถกเถียงได้ตลอดเวลา แต่หากคุณหยุดเล่นสักพัก จะทำให้คุณรู้ว่าเรื่องไหนควรเครียด เรื่องไหนควรปล่อยวาง บางเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ


2.คุณจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น


     
การเล่นโซเชียลมีเดียก็เหมือนเป็นการเปิดประตูบ้านแง้มๆ ไว้ให้คนอื่นสามารถเข้ามาในโลกส่วนตัวของคุณได้ ความเป็นส่วนตัวที่แท้จริงไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ แม้แต่ข้อมูลสำคัญบน Facebook ยังหลุดได้ มีโฆษณามากมายที่ใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณในการทำตลาด ไหนจะ Telesales ที่โทรขายของตลอดเวลา  โดยการทำ Social Media Detox จะทำให้คุณมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ไม่ต้องพยายามมีความสุขและอัพโปรไฟล์ให้คนอื่นอิจฉาตลอดเวลา


3.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่คุณ


     
จากคนที่เคยทำ Social Media Detox (wanderingaimfully.com/social-media-detox-recap/) ได้บอกว่าหลังจากที่เขาทำแล้วเขารู้สึกว่าตัวเองมีประสิทธิภาพในการทำงานเรื่องต่างๆ มากขึ้น เหมือนรู้เท่าทันความคิดตัวเองมากขึ้น หลังจากที่หยุดใช้โซเชียลมีเดีย 1 เดือน นอกจากนี้พฤติกรรมแย่ๆ ก็น้อยลง เช่น การใช้เวลาไถหน้าจอ ดู News feed แบบไม่มีจุดหมาย ซึ่งกินเวลาในแต่ละวันไปหลายชั่วโมง ทั้งที่สามารถใช้เวลาเหล่านี้ไปทำอะไรที่ควรทำได้มากกว่า


4.ทำให้คุณเห็นคุณค่าของเวลากับคนรอบข้างมากขึ้น


     
เมื่อคุณหยุดพักจากโซเชียลมีเดีย คุณจะมีเวลาเหลือและสามารถใช้เวลาเหล่านี้ไปกับคนที่คุณแคร์ได้อย่างเต็มที่จริงๆ ไม่ต้องมีโซเชียลมีเดียมากวนใจ ลองนึกภาพเวลาคุณนัดดินเนอร์กับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอนาน แต่ต่างคนต่างก้มหน้าสนใจเรื่องตัวเองแทนที่จะได้คุยกัน เวลาที่มีค่าก็เสียไปอย่างสูญเปล่า
 




วิธีเริ่มต้น Social Media Detox
               

     คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องหักดิบ เลิกเล่นทันทีทุกช่องทางเป็นเวลา 30 วัน นั่นอาจจะโหดไปหน่อย คุณสามารถเริ่มต้นทีละเล็กทีละน้อยก่อน เพื่อทำให้ชีวิตของคุณได้ปรับตัวจากการติด Social Media นานๆ
  1. เริ่มต้นจากการเลิกเล่นโซเชียลมีเดียก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมงและอ่านหนังสือแทน
  2. ลองหยุดเล่นโซเชียลมีเดียที่ไม่ต้องติดต่องานก่อน
  3. กำหนดเวลาเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น เล่นแค่ 1 ชั่วโมง หรือเล่นเฉพาะช่องทางที่จำเป็น
  4. เริ่มตัดขาดโซเชียลมีเดียในช่วงสุดสัปดาห์และบอกลูกน้องเอาไว้ก่อนว่าหากไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ ก็คุยกันในวันทำงานเท่านั้น
  5. หากมีเวลาวันหยุดยาว ก็ลอง Social Media Detox นานขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยการหยุดพักโซเชียลมีเดียทั้งหมด


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง

7 กลยุทธ์ร้านกาแฟล้มยักษ์ ร้านเล็กก็ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เกิดขึ้นเยอะมาก ทั้งร้านขนาดเล็กที่เปิดขึ้นเอง ร้านแฟรนไชส์ หรือไม่ก็ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนา ประเด็นคือ หากเทียบร้านกาแฟ 3 กลุ่มนี้แล้วที่ยืนของร้านกาแฟขนาดเล็กกำลังเหลือน้อยลงไปทุกที