เผยยุทธวิธี เจาะตลาดพญามังกรผ่านอี-คอมเมิร์ซ




Main Idea
  • จากผลวิจัยพบว่ามูลค่าการนำเข้าผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (cross-border e-commerce: CBEC) ของชาวจีนในปี 2020 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3 ล้านล้านหยวน ด้วยอัตราการเติบโตราว 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
 
  • CBEC นับเป็นมูลค่าตลาดที่ SME ไทยไม่อาจมองข้าม จะเป็นหนึ่งในช่องทางการดำเนินธุรกิจของ SME ไทยที่ต้องการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังผู้บริโภคชาวจีน



     ธุรกิจค้าปลีกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (cross-border e-commerce) ของจีนมีแนวโน้มเติบโตสูง เห็นได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของ AliResearch พบว่า มูลค่าการนำเข้าผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของชาวจีนในปี 2015 มีมูลค่าราว 9 แสนล้านหยวน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจนในปี 2020 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3 ล้านล้านหยวน ด้วยอัตราการเติบโตราว 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี




     ทั้งนี้ช่องทางหลักในการนำเข้าผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ คือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ประกอบการต่างชาติเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีน และอีกหนึ่งช่องทางที่มีสัดส่วนค่อนข้างน้อยมากคือ แพลตฟอร์มของต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวจีนเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการต่างชาติ
 
ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ SME ขยายตลาดผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ
  1. สินค้าต้องมีลักษณะเหมาะสมในการวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม
  2. ต้องมีสินค้าวางจำหน่ายทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเลือกจุดจำหน่ายที่มีการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวจีนในไทยเพื่อทำให้ผู้บริโภคเห็นและคุ้นเคย
  3. สร้างช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคชาวจีน โดยอาจใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวสินค้า
 
ลักษณะสินค้ามีโอกาสเข้าไปเจาะตลาดจีนผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
  1. มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เนื่องจากหากสินค้ามีขนาดใหญ่ต้นทุนในด้านการขนส่งและการจัดเก็บในคลังสินค้าจะมีมูลค่าสูง
  2. มีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างนาน (long shelf life) และมีความทนทานต่อการขนส่งได้
  3. เน้นการเจาะตลาดผู้บริโภคจำนวนมากและราคาไม่สูงนัก เนื่องจากข้อจำกัดทางมูลค่าที่ซื้อได้ต่อปีของชาวจีน
 


Multi-brand Store ช่วยเพิ่มโอกาสให้ SME

     ธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังจีนได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งผู้ประกอบการ SME ควรรวมตัวกันในการจัดตั้งร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้า ทั้งนี้การร่วมมือกับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าอยู่ในหมวดเดียวกัน (multi-brand store) เพื่อตั้งร้านร่วมกันในแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อย่าง Kaola, JD Worldwide หรือ Tmall Global จะช่วย SME ในการทำธุรกิจได้ในหลายแง่มุม ได้แก่
  1. สามารถลดต้นทุนในการวางจำหน่ายสินค้า อาทิ ค่ามัดจำในการตั้งร้าน ค่าคอมมิชชั่นที่แต่ละร้านจะต้องเสียซึ่งหากเป็นผู้ประกอบการรายเดียวมีความจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากหรือหลีกเลี่ยงด้วยการเข้าใช้แพลตฟอร์มขนาดเล็กที่ต้นทุนและจำนวนผู้ใช้งานต่ำกว่า
  2. ช่วยลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า โดยปริมาณยอดขายส่งผลต่อการเลือกใช้ช่องทางในการนำเข้าสินค้า เมื่อปริมาณยอดขายมากควรเลือกการนำเข้าไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน (bonded warehouse) โดยผู้ประกอบการจะต้องส่งสินค้าไปเก็บไว้ในคลังสินค้าที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (free trade zone) ก่อน และเมื่อมีคำสั่งซื้อ ผู้ให้บริการด้านการขนส่งจึงส่งสินค้าจากคลังสินค้าไปยังผู้บริโภค วิธีนี้จะมีต้นทุนการขนส่งต่ำ เนื่องจากสามารถใช้การส่งออกทางเรือได้ ทำให้ระยะเวลาในการขนส่งสินค้าสั้นลงหลังจากมีคำสั่งซื้อ
 


ช่องทางสนับสนุนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ
  1. ใช้สื่อในโซเชียลมีเดียสื่อสารกับชาวจีน เนื่องจากโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าภายในจีน ดังเช่น การสื่อสารผ่าน influencers (Key Opinion Leaders : KOLs) หรือการสร้าง official account ในแพลตฟอร์ม อาทิ Wechat Official Account หรือ Weibo Official Account ที่สามารถเป็นทั้งช่องทางในการโปรโมทสินค้า หรือกระทั่งการแชร์สื่อต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและยอดผู้ติดตาม
  2. ช่องทางการรับชำระเงินที่อำนวยความสะดวกแก่ชาวจีน ได้แก่ Alipay หรือ WeChat Pay ที่มีสัดส่วนผู้ใช้ค่อนข้างสูงและรองรับการใช้งานของผู้ประกอบการต่างประเทศ
  3. เชื่อมโยงระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ หรือเรียกว่าโมเดลธุรกิจ Online to Offline (O2O) ของแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการที่แพลตฟอร์มออนไลน์สร้างร้านค้าปลีกออฟไลน์ของตนเอง ที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการในการวางขายบนร้านค้าดังกล่าว
 
 
ที่มา : SCB



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

6 สิ่งที่ SME ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ TikTok ปี 2026 ทำอย่างไรให้คนจำได้ ไม่ใช่แค่ดู

พามาเจาะลึก 6 หัวใจสำคัญ ช่วยเปลี่ยน TikTok จากแค่ช่องทางสื่อสาร ให้กลายเป็นช่องทางสร้างยอดขายและการเติบโตอย่างยั่งยืน

แบบนี้ก็มีด้วย! อ่อยลูกค้าด้วย “ขยะ” เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ ยิ่งรก ยิ่งเลอะ ยิ่งดูเหมือนขายดี น่าเข้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การนำขยะออกมาโรยที่หน้าร้าน กำลังเป็นเทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าจีน นำมาใช้เรียกลูกค้ากันในวันที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้า

คิดได้ไง! ร้านขายยำสุดครีเอท ใช้ป้ายร้านยาเก่า เปลี่ยน "ยา" เป็น "ยำ" จนดังทั้งโซเชียล

กลายเป็นกระแสไวรัลดังอยู่บนโซเชียลในขณะนี้ เมื่อป้ายร้านขายยาเก่า ถูกดัดแปลงเป็นป้ายร้านยำเล็กๆ ชื่อว่า “ยำแซ่บเวอร์ สุขุมวิท 101”