ถอดสูตรสำเร็จ ‘Harriston’ แบรนด์อาเซียนสู่ช็อกโกแลตระดับเวิลด์คลาส

Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • จากมัคคุเทศก์ชาวมาเลเซียที่สังเกตพบว่าของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักซื้อในสนามบินคือ ช็อกโกแลต กลายเป็นแรงผลักสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจช็อกโกแลต “Harriston”
 
  • พร้อมการวางตำแหน่งสินค้าอยู่ระดับบน และสร้างความแตกต่างจากวัตถุดิบ โดยเป็นแบรนด์แรกที่มีช็อกโกแลตรสทุเรียน และรากปลาไหลเผือกจำหน่าย มีสถิตินักท่องเที่ยวกว่า 8 ล้านคนจาก 80 ประเทศทั่วโลก นิยมซื้อเป็นของฝาก





     หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามาเลเซียเป็นผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมาเลเซียมีสินค้าชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว สินค้าที่ว่าคือช็อกโกแลตยี่ห้อ Harriston ซึ่งผลิตจากเมล็ดโกโก้ปลูกในมาเลเซียเอง โดยมีการพัฒนาคุณภาพและรสชาติให้เทียบเท่าแบรนด์ช็อกโกแลตชั้นสูงที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Lindtจากสวิตเซอร์แลนด์ และ Godiva จากเบลเยี่ยม




     ผู้ที่ให้กำเนิดช็อกโกแลต Harriston  คือ เอส.ซี. เต็ง ชายชาวมาเลเซียผู้หลงใหลช็อกโกแลตมาตั้งแต่เด็กและมีความฝันในการเป็นเจ้าของโรงงานผลิตช็อกโกแลตหลังจากที่เต็งจบการศึกษาช่วงทศวรรษ 1970 และยึดอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ เขาสังเกตว่าของฝากที่นักท่องเที่ยวชอบซื้อที่สนามบินคือช็อกโกแลต จึงได้แต่วางแผนไว้สักวันหนึ่งจะทำความฝันให้เป็นจริงในการเป็นเจ้าของธุรกิจช็อกโกแลตให้ได้


     ปี พ.ศ.2548   แผนที่คิดไว้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เต็งมีแบรนด์ช็อกโกแลตเป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อ Cocoa Boutique และ Chocolate Gallery แต่สองชื่อนี้ถูกใช้ได้ไม่นาน เต็งตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Harriston โดยได้แรงบันดาลใจจากชื่อสกุลของนักดนตรีที่เขาโปรดปรานที่สุดคือ จอร์จ แฮร์ริสัน แห่งวงเดอะบีเทิลส์ เพียงแต่เต็งเติมตัว T ซึ่งเป็นพยัญชนะแรกของชื่อเขาเข้าไปเพิ่ม ให้กลายเป็น Harriston




     แม้จะเป็นธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นเพียง 14 ปี แต่ปัจจุบัน Harriston กลายเป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่อันดับ 1 ของมาเลเซีย และมีพนักงานในสังกัดกว่า 200 คน Harriston การวางตำแหน่งสินค้าตั้งแต่แรกให้เป็นแบรนด์ช็อกโกแลตระดับบนที่สามารถแข่งกับแบรนด์ดังจากต่างประเทศได้สบาย ๆ โดยปัจจุบันมีร้านต้นแบบเปิดบริการ 5 สาขารวมถึงในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และปะหัง


     ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านที่ทำยอดขายจากนักท่องเที่ยวได้มากคือสาขากัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และเกนติ้งไฮแลนด์ จากการรวบรวมสถิติมีนักท่องเที่ยวกว่า 8 ล้านคนจาก 80 ประเทศเคยอุดหนุน Harriston  ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีรถทัวร์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาแวะที่ร้านเพื่อชิม และช้อปสินค้าของทางร้าน




     คุณสมบัติเด่นที่ทำให้ช็อกโกแลต Harriston  แตกต่างจากคู่แข่งและได้รับความนิยม กลายเป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวซื้อหากลับบ้านคือรสชาติที่มีให้เลือกมากมายถึง 150 รส โดยมีการพัฒนารสชาติด้วยการผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น กาแฟ มะพร้าว ขิง พริก และรสแกง (Curry) แต่ที่โดดเด่นและเป็นสินค้าขายดีที่สุดคือช็อกโกแลตรสทุเรียนที่มีการผสมเนื้อทุเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ ลงไป รวมถึงช็อกโกแลตรส ตงกัท อาลี หรือรากปลาไหลเผือกที่เป็นสมุนไพรบำรุงสุขภาพ Harriston เป็นแบรนด์แรกของโลกที่ทำช็อกโกแลต 2 รสนี้ออกจำหน่าย


     ที่ร้านนอกจากจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต ยังเปิดเป็นมุมเวิร์กช็อปให้ความรู้เกี่ยวกับช็อกโกแลต และสอนทำช็อกโกแลตสำหรับลูกค้าที่สนใจอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่หัวละ 35 ริงกิตหรือประมาณ 270 บาท และหลังจากที่สร้างชื่อเสียงในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ Harriston ก็เริ่มหันกลับมาสู่รากเหง้าตัวเองโดยต้องการขยายฐานลูกค้าที่เป็นชาวมาเลเซียเอง เป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนในประเทศได้ทราบว่ามาเลเซียก็มีแบรนด์ช็อกโกแลตที่ทัดเทียมแบรนด์จากต่างประเทศ


     ทั้งนี้ สินค้าของ Harriston ได้รับการโปรโมทให้อยู่ใน Agro Tourism Program โครงการของรัฐบาลที่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในมาเลเซีย ปัจจุบันธุรกิจ Harriston อยู่ภายใต้การบริหารของครอบครัวเต็ง โดยมีภรรยาและลูกสาว 2 คนเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแล เป้าหมายของพวกเขาคือการเป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตพรีเมี่ยมและส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
 
ที่มา : https://vulcanpost.com/659531/harriston-malaysia-chocolates-queenie-teng/
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง