เมื่อโซเชียลมีเดียกำลังจะเป็นธนาคาร

 


เรื่อง  : นเรศ เหล่าพรรณราย

    สื่อสังคมออนไลน์ไม่เพียงแต่กำลังเป็นช่องทางสื่อสารที่สำคัญของโลก แต่โซเชียลมีเดียกำลังมีอีกบทบาทสำคัญ นั่นคือ การเป็นช่องทางสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าและสามารถชำระเงินได้ทันทีตลอดจนสามารถสั่งโอนเงินถึงกันได้  

    ในโลกไอทีกำลังจับตากระแสดังกล่าวอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของช่องทางสื่อสารระหว่างมนุษย์

    ล่าสุด ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังได้เปิดตัวบริการโอนเงินระหว่างผู้ใช้งานเพียงแค่ทวีตข้อความหากันเท่านั้น โดยเริ่มให้บริการเฉพาะในประเทศฝรั่งเศลด้วยการจับมือร่วมกับธนาคารใหญ่อันดับสอง ลูกค้าที่ผูกบัญชีธนาคารไว้กับแอคเคาท์ของตัวเองในทวิตเตอร์สามารถโอนเงินให้กันได้ แอพลิเคชั่นดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดย S Money ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบชำระเงิน
 

    บริการดังกล่าวยังให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปส่วนลูกค้าองค์กรธุรกิจกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา อย่างไรก็ตามการโอนเงินระหว่างกันจะไม่เกิดขึ้นหากมีการรีทวีต โดยจะเกิดขึ้นได้จากการทวีตและการส่งข้อความระหว่างกันเท่านั้น

    ทวิตเตอร์ ถือเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มุ่งมั่นกับการพัฒนาระบบชำระเงินเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาได้ทดลองติดตั้งปุ่ม Buy เพื่อให้ผู้ใช้งานได้กดเพื่อสั่งซื้อสินค้าผ่านไทม์ไลน์ได้ สาเหตุที่ทวิตเตอร์พยายามที่จะพัฒนาระบบการชำระเงินเพื่อที่จะหารายได้ทางอื่นนอกเหนือจากโฆษณานั่นเอง

    อีกหนึ่งโซเชียลมีเดียที่กำลังพัฒนาระบบการชำระเงินนั่นคือ แอพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้แล้วกว่า 500 ราย โดยสื่อในประเทศญี่ปุ่นได้รายงานว่า ไลน์ เตรียมที่จะเปิดตัวบริการแจ้งเตือนในกรณีที่มีการฝากหรือถอนเงินออกจากธนาคารซึ่งได้ผูกบัญชีเข้ากับแอคเคานท์รวมถึงสามารถเรียกดูยอดเงินคงเหลือในบัญชีได้เช่นกัน คาดว่าจะให้บริการได้ในปี 2558 



    จุดประสงค์ที่ไลน์ รุกเข้ามายังบริการทางด้านการเงินเพื่อที่จะขยายุรกิจให้เป็นมากกว่าแอพลิเคชั่นสำหรับการแชทเท่านั้น เนื่องจากมีคู่แข่งในธุรกิจจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น วอทส์แอปที่ถูกผนึกรวมกับเฟซบุ๊คหรือผู้พัฒนาใหม่จากเกาหลีนั่นคือคาเคา ทำให้ไลน์ต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่

    นอกจากนี้ เฟซบุ๊ค ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ของโลกมีข่าวว่าเตรียมที่จะพัฒนาบริการชำระเงินผ่านบริการ Messenger รวมถึงแอปเปิล ผู้ผลิตสินค้าไอทีอย่างไอโฟนและไอแพดได้เปิดตัวระบบการชำระเงิน Apple Pay ผ่านฮาร์ดแวร์ แล้วเช่นกันหลังจากปล่อยให้แอนดรอยด์พัฒนาเทคโนโลยี NFC ไปก่อนหน้าแล้ว 

    นักวิเคราะห์ทางด้านไอทีได้ประเมินสาเหตุที่สื่อสังคมออนไลน์ได้หันมาพัฒนาระบบการชำระเงินเสมือนกับการเป็นธนาคารย่อมๆ เนื่องจากสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของโซเชียลมีเดียก็คือจำนวนผู้ใช้งาน (Account) ที่มีอยู่ในมือนับร้อยล้านรายซึ่งมีมากพอที่จะต่อรองกับพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาบริการต่างๆได้ 

    นอกจากนี้ โมเดลความสำเร็จของ App Store และ iTune Store ของแอปเปิล ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานไอโฟนและไอแพดสามารถกดเพียงปุ่มเดียวก็สามารถสั่งซื้อแอพลิเคชั่นได้ ทำให้สื่อสังคมออนไลน์มองเห็นโอกาสที่จะสร้างช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถจ่ยเงินซื้อสินค้าได้ง่ายและเร็วที่สุด

    ในแง่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ขายสินค้าบนโลกออนไลน์ ควรที่จะจับตากระแสดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นช่องทางที่จะประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าสู้ผู้ใช้งานกว่าร้อยล้านราย ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่รวมถึงทั่วโลก 

    อย่างไรก็ตามความท้าทายของการเปลี่ยนจากโซเชียลมีเดียสู่ความเป็นธนาคารย่อมๆคือการพัฒนาระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมที่ปัจจุบันตกเป็นเป้าหมายสำคัญของนักแฮกเกอร์ที่จะเจาะข้อมูลเพื่อสร้างความเสียหาย

Create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MARKETING

จากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ เจาะกลยุทธ์ 5 แบรนด์ดัง สเกลธุรกิจโตด้วย LINE OA

ไม่ต้องมีงบเยอะ ก็โตได้ถ้าคุณใช้ “เครื่องมือถูกตัว”  จากเวที BOOTCAMP DAY 2026 ฉายภาพชัดว่า SME ที่โตได้วันนี้ ไม่ได้แค่ “ทำการตลาดเก่ง” แต่ใช้ “เครื่องมือ” ได้ถูกจุด

Cute Premium กลยุทธ์มัดใจ Gen Z เปลี่ยนของมีราคา ให้ลูกค้าจับต้องได้ ด้วยคำว่า “ของที่ต้องมี”

จาก “ของหรูที่ไกลตัว” สู่ “ของน่ารักที่อยากมี” นี่คือเกมใหม่ของการตลาดที่เรียกว่า Cute Premium เมื่อแบรนด์พรีเมียหลายแบรนด์ เริ่มจับมือกับคาแรคเตอร์สุดคิวท์ เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทำยังไงเมื่อ “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

ไม่แปลกที่ช่วงเริ่มต้นการตัดสินใจมักมาจากสัญชาตญาณของเจ้าของ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด นี่คือ 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน เมื่อวันหนึ่ง “สัญชาตญาณเจ้าของ” เริ่มไม่พอสำหรับการเติบโต