พลิกการตลาดฉาบฉวยให้ยั่งยืนด้วย ‘ENVI Strategy’ ตัวช่วยปั้นแบรนด์โลกสวยให้ปัง!





Main Idea
 
 
  • เปิดเคล็ดลับการทำธุรกิจสายโลกสวยให้เก๋และดูไม่ใช่แค่การตลาดแบบฉาบฉวย เพราะผู้บริโภคยุคใหม่เขาหันมาเป็นสายกรีนกันเยอะขึ้น ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นที่สำคัญยังเลือกแบรนด์ที่เป็นสายกรีนเหมือนกันอีกด้วย 
 
  • กลยุทธ์การตลาดโลกสวยที่น่าสนใจนี้เรียกว่า ‘ENVI Strategy’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ปรับธุรกิจเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคทั้งสายกรีนและไม่กรีนหันมาสนใจแบรนด์ของคุณมากขึ้น 


 
 
     เปิดเคล็ดลับการทำธุรกิจสายโลกสวยให้เก๋และดูไม่ใช่แค่การตลาดแบบฉาบฉวย เพราะผู้บริโภคยุคใหม่เขาหันมาเป็นสายกรีนกันเยอะขึ้น ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นที่สำคัญยังเลือกแบรนด์ที่เป็นสายกรีนเหมือนกันอีกด้วย 




     อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกของเราในยุคปัจจุบันนั้นเข้าขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นภัยทางธรรมชาติที่กำลังย้อนกลับมาเล่นงานมนุษย์ น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว ขยะพลาสติกที่พรากชีวิตสัตว์น้อยใหญ่ในทะเลให้ล้มหายตายจากหรือแม้แต่เรื่องใกล้ตัวเราอย่างฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เราต้องสูดดมกันอยู่ทุกวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจนัก ถ้าผู้บริโภคยุคใหม่จะเบนเข็มตัวเองแล้วเข้าสู่สายกรีนแบบเต็มตัว 




     จากงานวิจัยล่าสุดของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ในหัวข้อ “การตลาดโลกสวย Voice of Green : เพื่อโลก เพื่อเรา” ที่ได้ทำการวิจัยเพื่อเจาะลึก Insight ของผู้บริโภคยุคใหม่และสรุปผลการศึกษาออกมาได้เป็น กลยุทธ์การตลาดโลกสวยที่น่าสนใจเรียกว่า ‘ENVI Strategy’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ปรับธุรกิจเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคทั้งสายกรีนและไม่กรีนหันมาสนใจแบรนด์ของคุณมากขึ้น 




     โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า องค์กรธุรกิจ ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคถึง 79 เปอร์เซ็นต์มองว่าองค์กรส่วนใหญ่ทำ CSR หรือสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ ส่วนผู้บริโภค 18 เปอร์เซ็นต์ มองว่าองค์กรธุรกิจทำเพื่อลดต้นทุน เพิ่มกำไร ตัวอย่างเช่น การลดใช้ถุงพลาสติกในห้างร้านต่างๆ พวกเขามองว่าองค์กรธุรกิจกำลังผลักภาระมาให้ผู้บริโภคและลดต้นทุนของตนเอง 
ฉะนั้น ผู้ประกอบการที่อยากทำเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยไม่ดูเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองจึงต้องมีความจริงใจในการดำเนินธุรกิจ 



 
  • ENVI Strategy กลยุทธ์การตลาดโลกสวย 
 
1.E : Early ปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ 
 
     เริ่มต้นที่ตัว E : Early องค์กรธุรกิจควรเริ่มที่จะสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมและปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหญ่อย่างกลุ่มคน Gen Z ที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญในอนาคต เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ อาทิ การแยกขยะ การประหยัดน้ำและประหยัดไฟเพื่อทำให้คนที่ยังไม่กรีน เปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้ไม่ยากเกินไป 

 
2.N : Now or Never ปัญหาสิ่งแวดล้อมควรแก้ไขทันที 

     เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่รอไม่ได้อีกต่อไป ทุกภาคส่วนรวมถึงองค์กรธุรกิจจะต้องสื่อสารถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างทันท่วงที เพราะไม่อย่างนั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะบานปลาย กลายเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก 

 
3.V : Viral  สื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง 
องค์กรธุรกิจต้องทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมและทำให้ข่าวสารต่างๆ สามารถแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างด้วยการทำให้กลายเป็นไวรัลโดยใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียเป็นหลักในการสื่อสาร เมื่อทำให้คนส่วนใหญ่สนใจได้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น 

 
4.I : Innovative ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ 
 
     หากคุณคิดจะทำสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อขับเคลื่อนปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีดีไซน์หรือนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวชูโรงและทำให้คนรุ่นใหม่มองว่าการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องเชยหรือน่าเบื่อ นอกจากนี้คนที่เป็นผู้บริโภคสายกรีนตัวจริงเขายอมควักเงินจ่ายเพื่อสินค้ารักษ์โลกที่มีดีไซน์และมีคอนเซ็ปต์โดนใจอย่างแน่นอน 


     เพราะการทำการตลาดในยุคนี้จะฉาบฉวยไม่ได้อีกต่อไปเมื่อผู้บริโภคยุคใหม่เขาต้องการสิ่งที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่านั้น ENVI Strategy นี่แหละที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นแบรนด์รักษ์โลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ส่อง 10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 65 ธุรกิจไหนคู่แข่งมาก ธุรกิจไหนคู่แข่งน้อย

ในยุคหนึ่งอาชีพราชการเคยเป็นที่ใฝ่ฝันของใครต่อใครหลายคน แต่มาถึงยุคนี้อย่าว่าแต่อาชีพราชการ หลายๆ อาชีพที่เคยเป็นคณะยอดนิยมในมหาวิทยาลัยก็ยังเปลี่ยนไป และนอกรั้วมหาวิทยาลัยก็มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายทุกวันนี้

เปลี่ยน ผู้ซม ให้เป็น ผู้ซื้อ จากคนดูให้เป็นลูกค้าตัวจริง

โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาทำการตลาดผู้ประกอบการธุรกิจส่วนมากมักพุ่งเป้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เข้ามาซื้อสินค้าของตนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วนั้นอาจเป็นเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะยังมีลูกค้าอีกมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ด้วยกันที่เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง แวะเข้ามาดู แต่สุดท้ายก็ปล่อยมือไป

ทำอย่างไรให้แบรนด์เติบโตครองใจลูกค้ายาวนาน กรณีศึกษา Decathlon ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 47

หากพูดถึงธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่คุณภาพดีราคาไม่แพงก็ต้องยกให้แบรนด์ “อิเกีย” จากสวีเดนที่ขึ้นแท่นร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้านที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก