แบบนี้ก็มีด้วย! อ่อยลูกค้าด้วย “ขยะ” เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ ยิ่งรก ยิ่งเลอะ ยิ่งดูเหมือนขายดี น่าเข้า

Text : Sir.nim


     เห็นร้านรกๆ แบบนี้ ไม่ใช่มักง่าย หรือขี้เกียจ แต่คือ กลยุทธ์ตกคนให้เข้าร้าน

     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะนี่คือ เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าจีนยุคนี้ นำมาใช้เรียกลูกค้ากันในวันที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้า

     โดยมักจะนำขยะออกมาโรยที่หน้าร้านหรือในร้าน เช่น ถุงพลาสติก, เปลือกผลไม้, ยางรถ หรือแม้แต่เศษผมที่ตัดเสร็จแล้วในร้านทำผม เพื่อสร้างภาพให้ดูรู้สึกเหมือนว่ายุ่ง เพราะขายดี ลูกค้าเข้าเยอะ จนไม่มีเวลาเก็บกวาด

     เมื่อลูกค้าเห็น ก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าร้านนี้ต้องขายดี มีลูกค้าเข้าเยอะ ทำให้มั่นใจอยากลองเข้ามาใช้บริการดูบ้าง

     ซึ่งวิธีการนี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาเล่นๆ ลอยๆ แต่ว่ากันว่านำมาจากเทคนิคการตกปลาของจีนที่เรียกว่า “ต่าวอ” แปลว่า “การอ่อยเหยื่อ” เพื่อเรียกฝูงปลาให้มารุมกินเหยื่อ จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าจีนทดลองนำมาใช้เพื่อเรียกลูกค้าดูบ้าง โดยทำร้านให้ดูรกๆ เหมือนคนเข้าเยอะนั่นเอง

     จากแหล่งที่มา ไม่ได้แจ้งว่า สรุปแล้ว วิธีการดังกล่าวได้ผลมาก-น้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ มีการนำมาใช้กันหลายร้าน หลายธุรกิจกันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นสุดยอดวิชาการตลาดแบบใหม่ แบบสับที่คาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว

     คิดเห็นกันอย่างไรบ้างกับเทคนิคนี้ น่าทดลองนำไปใช้ดูบ้างไหม คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเข้ามาให้รู้หน่อย.

     ที่มา : Malakit Shikiri

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

คิดได้ไง! ร้านขายยำสุดครีเอท ใช้ป้ายร้านยาเก่า เปลี่ยน "ยา" เป็น "ยำ" จนดังทั้งโซเชียล

กลายเป็นกระแสไวรัลดังอยู่บนโซเชียลในขณะนี้ เมื่อป้ายร้านขายยาเก่า ถูกดัดแปลงเป็นป้ายร้านยำเล็กๆ ชื่อว่า “ยำแซ่บเวอร์ สุขุมวิท 101”

เปิด 4 กลยุทธ์ให้ลูกค้ายอมรอซื้อจาก 4 ร้านขายดี คิวแน่น !

ในยุคข้าวยากหมากแพง ร้านค้าหลายแห่งเงียบเหงา แต่ก็มีบางร้านขายดีแบบดีมานด์ล้น อะไร คือ กลยุทธ์หรือความพิเศษให้ร้านเหล่านั้นถึงมีลูกค้ารอคิวเข้ามาใช้บริการ

หมดยุคปั่นยอดวิว? ปี 2026 Social Media เปลี่ยนไป เมื่อ CFO ระดับโลกมองเป็น “สินทรัพย์” ในเกมธุรกิจ

ทำไม CFO ระดับโลกถึงเลิกมองโซเชียลเป็นการตลาด แต่เริ่มนับเป็น "สินทรัพย์"? ถอดบทเรียนดีล 2,000 ล้านดอลลาร์ของแบรนด์ที่โตบน TikTok อย่าง Poppi ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อโซเชียลแข็งแรง กำไร และ มูลค่าบริษัท"จะพุ่งสูงขึ้นอย่างวัดผลได้