แค่รักษ์โลกไม่พอ! อยากทำธุรกิจให้ไปต่อ ต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วย

TEXT : กองบรรณาธิการ





Main Idea
 
  • การทำสินค้ารักษ์โลก ก็คือธุรกิจหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการต้องเจอกับความท้าทายไม่ต่างจากธุรกิจทั่วๆ ไป ซึ่งเป้าหมายที่ทุกคนอยากไปให้ถึงก็คือ สินค้านั้นๆ สามารถขายได้ มีเม็ดเงินเข้ามาสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ไม่ใช่แค่เทรนด์ฉายฉวยที่มาแล้วก็หายไปเมื่อหมดกระแส
 
  • นี่คือโจทย์ที่โยนใส่ผู้ประกอบการรักษ์โลก ให้ต้องกลับมาตระหนักว่า สิ่งที่จะขายไม่ใช่แค่คำว่า “รักษ์โลก” แต่สินค้านั้นๆ ต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้ และสามารถแข่งขันได้ในตลาดทั่วไป เพื่อเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งมีพลังไปสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนต่อไป



     “คุณกำลังขายสินค้า ไม่ใช่คำว่า รักษ์โลก”


     นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กำลังโยนใส่เหล่าผู้ประกอบการที่ทำสินค้าเกี่ยวกับโลกและสิ่งแวดล้อม แม้วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจของแต่ละคน ล้วนเป็นเรื่องดี คืออยากมีส่วนช่วยทำให้โลกใบนี้งดงามขึ้น แต่ในมุมของการทำธุรกิจ แนวคิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะขายได้ หรือขายได้ตลอดไป ถ้าสินค้าและบริการนั้นๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
               

      “ทำไมสินค้ารักษ์โลกจะต้องจ่ายแพงกว่า หรือคนใช้จะต้องยอมลำบากมากขึ้นเพื่อคำว่ารักษ์โลก ไม่จำเป็นเลย นั่นเป็นโจทย์ของผู้ประกอบการอย่างเราในฐานะคนทำธุรกิจ ที่ต้องมาคิดเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คนใช้แล้วรู้สึกดี รู้สึกคุ้มค่า และอยู่ในราคาที่แข่งขันได้ด้วย”
               




     นี่คือคำกล่าวของ “เกศินี จิรวณิชชากร” เจ้าของแบรนด์ ซันนี่คอตตอน (SUNNY COTTON) ผ้าอนามัยซักได้ ที่ผู้คนต่างขนานนามว่าเป็น “สินค้ารักษ์โลก” ที่ลดปัญหาผ้าอนามัยใช้แล้วทิ้ง เป็นภาระให้กับโลก แต่เจ้าตัวกลับย้ำกับเราตลอดการสนทนาว่า ไม่อยากเอาประเด็นสิ่งแวดล้อมมาเป็นจุดขาย  แต่เป้าหมายแค่อยากทำของที่คนใช้แล้วรู้สึกดี และตอบโจทย์บริโภคเท่านั้น
               

     “เราทำผ้าอนามัยซักได้ สิ่งที่เราใช้เป็นจุดขาย คือ ใช้แล้วมันสบายกว่าผ้าอนามัยทั่วไปที่เขาเคยใช้อย่างไร ใช้แล้วสบายตัว คนแพ้ผ้าอนามัยสามารถใช้ได้ ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและราคา ช่วยให้ผู้หญิงประหยัดได้มากขึ้น จากเดิมที่ผู้หญิงต้องเสียเงินถึงปีละ 1-2 พันบาท ในการซื้อผ้าอนามัยใช้แล้วทิ้ง แต่เงินก้อนนี้เขาสามารถนำมาซื้อผ้าอนามัยซักได้ของเราและใช้ได้ตลอดไป ขึ้นอยู่กับการรักษาของเขา ส่วนจะทำอย่างไรให้ราคาแข่งขันได้ หรือคุณสมบัติดีกว่าผ้าอนามัยทั่วๆ ไป มองว่านั่นเป็นหน้าที่ของเราในฐานะผู้ประกอบการที่จะต้องไปคิดต่อให้ลูกค้า”  





     ขณะที่สินคาผ้าอนามัยซักได้ส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ในต่างประเทศ จะเน้นสีดำหรือสีเข้ม เพื่อไม่ให้สังเกตถึงความเลอะเทอะได้ แต่กับ ซันนี่คอตตอน พวกเขาเลือกใช้สีขาว เพื่อให้ผู้ใช้ได้สังเกตเลือดประจำเดือนของตัวเองซึ่งช่วยในการตรวจเช็คสุขภาพตัวเองในแต่ละเดือนได้
 

     ผ้าอนามัยทั่วไปออกแบบดีไซน์ได้จำกัด แต่กับผ้าอนามัยซักได้ เธอบอกว่าตอบโจทย์ด้านดีไซน์ให้กับผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพราะมองว่าผู้โภคยุคนี้มี่ความต้องการที่หลากหลาย และมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ซันนี่คอตตอน จึงเป็นแบรนด์ที่มีกว่า 100 sku เป็นผ้าอนามัยที่กลายเป็นสินค้าแฟชั่น ด้วยดีไซน์น่ารักน่าชัง และหลายขนาด ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการรับฟังความต้องการของลูกค้า แล้วมาพัฒนาสินค้าไปตอบสนอง





     ผลลัพธ์จากการทำงาน ทำให้สินค้าได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าแม้จะเริ่มจากกลุ่มรักษ์โลก แต่ปัจจุบันผู้บริโภคก็ขยับขยายออกไปจนมีลูกค้าอยู่หลายพันรายในปัจจุบัน


     “เราพยายามบอกทุกคนตลอดว่า จุดขายของเราไม่ใช่เรื่องรักษ์โลก เพื่อโลกมันเป็นแค่ผลพลอยได้ แต่จุดหลักคือ ความสบายตัว ความประหยัด  และคุณจะได้รู้ว่าเลือดประจำเดือนของคุณเป็นอย่างไร ซึ่งเรากำลังต่อสู้กับตลาดหลักที่เป็นผ้าอนามัยทั่วไป ฉะนั้นสินค้าของเราก็ต้องสู้กับเขาได้ด้วย  จากนี้เราจะเริ่มทำการสื่อสารอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น  โดยจะเน้นสื่อสารไปที่ความสบายและเรื่องของสุขภาพ เรามองว่า เราอาจเริ่มจากกลุ่มลูกค้าที่รักษ์โลกก็จริง แต่ถ้าจะขายกลุ่มคนรักษ์โลกอย่างเดียวมันไม่ยั่งยืน เราไม่ได้ต้องการคนร้อยคนที่ทำ Zero Waste แบบเพอร์เฟ็กต์ แต่เราต้องการคนล้านคนที่ทำ Zero Waste แบบคนละนิดคนละหน่อยเพราะมันจะมีพลังมากกว่า ฉะนั้นเราจึงไม่อยากจะเจาะแค่กลุ่มคนรักษ์โลกเท่านั้น เพราะมันคงสร้างผลกระทบอะไรไม่ได้มาก เราไม่ได้อยากทำตลาด Niche Market แต่เราอยากทำให้สินค้านี้กลายเป็น Mass ที่ทุกคนได้ลองใช้”  เธอบอกความมุ่งมั่น





     เมื่อถามเป้าหมายที่อยากเห็น คนทำธุรกิจผ้าอนามัยซักได้บอกเราว่า ภายใน 3 ปี ฝันอยากให้คนไทยได้ใช้สินค้าของเธอที่อย่างน้อย 1 ล้านคน
 

     ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าโลกใบนี้ก็จะงดงามขึ้น ด้วยพลังของสินค้าน้ำดี ที่จะไม่เอาคำว่ารักษ์โลกเป็นจุดขาย แต่จะทำสินค้าที่ดีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง