​5 วิธีง่ายๆ เพื่อยืนเหนือคู่แข่ง

 



เรื่อง : คัมภีร์ทอง

    หากต้องการจะอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขัน ผู้ประกอบการ SME จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาวิธีทำให้ตนเองแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งหมายถึงคนอื่นที่ขายสินค้าหรือบริการที่เหมือนหรือคล้ายๆ คุณ กลยุทธ์ 5 ประการต่อไปนี้จะช่วยให้คุณยืนตระหง่านเหนือคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย

1.บอกประโยชน์ให้ลูกค้า 

    กำหนดไปเลยว่าสินค้าหรือบริการของคุณช่วยให้ลูกค้าได้ประโยชน์หรือช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร ยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ประโยชน์จริงจากคุณเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าของสินค้าคุณมากเท่านั้น คำกล่าวว่า “สัญญาน้อยๆ แต่ให้มากๆ” นั้น ยังคงเป็นหลักการให้คุณทิ้งห่างคู่แข่งได้เสมอ

2.คิดนอกกรอบ 

    หลายบริษัทดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ จนกว่าจะเกิดวิกฤต สถานะการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่ก็รอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการในตลาดอย่างมากจึงจะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทที่ประสบความสำเร็จนั้น จะปรับเปลี่ยนการดำเนินธรุกิจตลอดเวลา พวกเขาจะหาหนทางสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้น เอาใจลูกค้าแบบสุดๆ และนำเสนอสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

   ดังนั้น หากคุณพยายามจะคิดนอกกรอบเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น คุณจะไม่มีทางนำคู่แข่งได้เลย คุณต้องมองไปข้างหน้าเพื่อหาหนทางความน่าจะเป็นในธุรกิจ จากนั้นกลับมาคิดดูว่าจะนำมาปรับใช้ธุรกิจของคุณอย่างไร คุณต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม 

    อย่างไรก็ตามปัญหาที่อาจตามมาก็คือกระแสต่อต้านสิ่งใหม่ๆ จากทั้งลูกค้าและพนักงานในบริษัทเอง แบบนี้คุณจะต้องเลือกว่าจะใช้วิธีแบบค่อยๆ เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแบบทันที

3.สร้างความตื่นเต้น 

    ลองคิดหาวิธีที่จะทำให้ลูกค้าประหลาดใจหรือทำสิ่งพิเศษที่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับจากคุณ เช่น บริจาคเงินในนามของลูกค้า เชิญมาร่วมงานหรือกิจกรรมพิเศษ แจกของขวัญของกำนัลพิเศษ หางานสัมมนาหรือการฝึกอบรมที่ลูกค้าสนใจ จากนั้นส่งบัตรเชิญไปให้ หากลูกค้าสนใจการอ่านหนังสือ คุณอาจจะเลือกส่งหนังสือในหัวข้อที่ลูกค้าสนใจไปให้ในโอกาสสำคัญเช่น ปีใหม่ หรือวันเกิด แต่มีสองเรื่องที่ต้องเตือนคุณไว้

- ระวังว่า “ของกำนัลพิเศษ” ของคุณจะไม่ถูกคิดไปว่าเป็นการติดสินบนให้พวกเขาต้องมาทำธุรกิจกับคุณ ดังนั้นการให้ของคุณไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ ติดไปด้วย

- คุณต้องแน่ใจว่าลูกค้าของคุณสามารถรับของขวัญได้ บางบริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานรับของจากคู่ค้า ดังนั้นคุณต้องเข้าใจในจุดนี้ด้วย
 

4.ติดตาม 

    มีเพียงไม่บริษัทไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ติดต่อกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ การติดต่อลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ลูกค้าคิดถึงคุณ และเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นการตื้อมากเกินไป นอกเหนือจากข่าวสารของบริษัทแล้วคุณควรให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มีสาระแนบไปด้วย

   คุณสามารถติดต่อกับลูกค้าได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นจดหมาย อีเมล์ โปสการ์ด หรือส่งผ่านโทรศัพท์มือถือ การติดต่อลูกค้าด้วยการส่งการ์ดอวยพรนั้นง่ายที่สุด นอกเหนือจากการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่แล้วคุณยังส่งการ์ดโปรโมชั่นใหม่ๆ สำหรับในช่วงเทศกาลอื่นๆ เช่นสงกรานต์ วันแม่ วันพ่อ ฯลฯ ได้อีกด้วย หรือหากต้องการที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคุณอาจส่งโปสการ์ดจากสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไปให้ลูกค้าคนพิเศษ แต่ระวังอย่าเขียนข้อความกันเองมากเกินไปก็แล้วกัน

5.จัดงานพิเศษ 

    ลองคิดจัดงานที่น่าสนใจเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ เช่น คุณอาจจัดแข่งกอล์ฟโดยเชิญลูกค้ามาเล่น บริษัทหนึ่งจัดงานเลี้ยงดินเนอร์ทุกปี เป็นงานเลี้ยงตอนเย็นที่เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายอาชีพ มีวิทยากรรับเชิญ พร้อมอาหารเยี่ยมเครื่องดื่มยอด เจ้าของบริษัทจะเชิญลูกค้า ว่าที่ลูกค้า และเพื่อนๆ มาที่งานนี้ หรืออีกบริษัทจัดงานพาลูกค้าไปเที่ยวที่โรงงานผลิตไวน์ เป็นทริประดับห้าดาวที่พร้อมไปด้วยไกด์ ชิมไวน์รสเลิศ และอาหารค่ำสุดอร่อย หรือจัดงานลดพิเศษประจำปีหากคุณเป็นผู้ค้าส่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและขนาดของธุรกิจของคุณ


Create by smethailandclub.com
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง