รู้ไว้ไม่แป้กชัวร์! 5 เคล็ดลับพลิกเทรนด์ใหม่ให้เป็นโอกาสที่ใช่ของธุรกิจ

TEXT : พิมพ์ใจ พิมพิลา




 
 
Main Idea
 
  • ธุรกิจในปัจจุบันต้องเรียนรู้และทันเหตุการณ์ เรียกง่ายๆ ว่าต้องตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา อาจจะด้วยเทคโนโลยี โซเชียลมีเดียในรูปแบบการสื่อสารที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนก็สามารถรับรู้ความเป็นไปได้เพียงแค่คลิกเดียว ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือโอกาสทางธุรกิจที่ลูกค้าจะสามารถเห็นธุรกิจของคุณเพียงแค่คลิกเดียวได้เช่นกัน
 
 
  • แต่สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการคว้าโอกาสนี้ไว้ก็คือการรับมือกับลูกค้าเพราะเชื่อว่ายังมีผู้ประกอบการที่รู้แต่ยังไม่พร้อมรับมือกับเทรนด์จนรู้สึกท้อและไม่อยากพัฒนาต่อไป แต่เคล็ดลับเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถต่อสู้และรับมือกับเทรนด์ได้อย่างมืออาชีพแน่นอน


 
 
     ในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องมีการตามเทรนด์ให้ทันอยู่เสมอ แต่บางครั้งก็ต้องล้มเหลวเพราะไม่มีความรู้มากพอที่จะรับมือกับเทรนด์เหล่านั้นจนส่งผลให้ธุรกิจเกิดความเสียหายหรือต้องสูญเสียเวลาและต้นทุนในการพัฒนาเพียงแค่ขาดศักยภาพไปอย่างไร้ประโยชน์และ SME Thailand จึงอยากมาแนะนำ 5 เคล็ดลับต่อไปนี้ที่จะทำให้คุณรู้ทันเทรนด์และสามารถใช้ประโยชน์จากเทรนด์ได้อย่างมืออาชีพแถมยังช่วยให้คุณลงทุนกับเทรนด์ได้อย่างไม่ขาดทุกแน่นอน! 



 
  • เทรนด์กับกระแสนั้นต่างกัน 

     หากคุณอยากตามทันเทรนด์ ต้องรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเป็นเทรนด์ที่ควรทำหรือเป็นเพียงกระแสที่มาไว ไปไว! 
สำหรับเทรนด์คือสิ่งจะเข้ามาและมีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการพัฒนาและสามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจคุณได้ ที่สำคัญคือเทรนด์นั้นจะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ไม่ใช่แค่สังคมในประเทศแต่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับคนทั้งโลก อย่างเช่นเทรนด์รักษ์โลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 


     ส่วนกระแสคือสิ่งที่จะผ่านเข้ามาและผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างเช่นกระแสการกินโรตีดิบที่ถูกตีกลับจากสังคมว่าไม่ควรกินอย่างยิ่ง ซึ่งผู้ประกอบการก็สามารถนำทั้งเทรนด์และกระแสไปปรับใช้ในการทำธุรกิจได้ แต่แน่นอนว่าความยั่งยืนและผลที่ตามมานั้นต่างกันอย่างชัดเจน โดยเทรนด์จะมีความยั่งยืนกว่า ส่วนกระแสนั้นมาแล้วก็ไป


      ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องใช้เทรนด์หรือกระแสเหล่านี้อย่างชาญฉลาดและต้องหาข้อมูลอยู่เสมอ เพราะถ้าเราใช้ในทางที่ผิดหรือการการโปรโมตของเรานั้นสามารถสร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับสังคมก็จะทำเกิดกระแสตีกลับสู่ธุรกิจเราได้ 


 
  • เมื่อการรีวิวมาพร้อมโอกาสทางธุรกิจ

     เมื่อคนยุคใหม่ใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การบอกปากต่อปากกลายเป็นการส่งต่อผ่านโซเชียลมีเดียหรือที่เรียกว่าการรีวิวเพราะพฤติกรรมของคนยุคใหม่มักจะท่องโลกโซเชียลเพื่อดูรีวิวก่อนตัดสินใจใช้บริการร้านค้า ร้านอาหารรวมถึงการเลือกซื้อสินค้า อย่างเช่น ผู้บริโภคอยากจะกินกาแฟก็ต้องเสิร์จหาร้านกาแฟใกล้ฉันใน Google มากกว่าที่ขับรถหรือเดินหาร้านเองอีกทั้งยังการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรียังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสะดวกสบายมากกว่าแถมเมื่อเทียบกับค่าเดินทางแล้วนั้นเรียกกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม! 


     การรีวิวก็เหมือนกับการบอกต่อที่มีทั้งดีและไม่ดีต่อธุรกิจ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าของคุณนั้นดีจริงหรือไม่? ถ้าหากสินค้าของคุณดีจริงและมีคนมารีวิวด้านบวกจำนวนมาก ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าคนอื่นๆ ตัดสินใจใช้บริการร้านคุณได้ไม่ยาก ฉะนั้น ธุรกิจยุคใหม่จึงต้องสร้างสรรค์สินค้าและบริการให้ดีทั้งต่อหน้าและลับหลังลูกค้า ไม่อย่างนั้นเทรนด์แห่งการรีวิวอาจฆ่าคุณได้! 


 
  • เทรนด์การสร้างร้านบนออนไลน์สำคัญก็จริง แต่หน้าร้านก็ต้องมีนะ!

     แน่นอนว่ายุคนี้คือยุคแห่ง E-Commerce แต่สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าของเราจนถึงขั้นตัดสินใจซื้อคือการที่ธุรกิจมีหน้าร้านอย่างชัดเจน แม้ว่าธุรกิจมากมายหันมาสร้างร้านค้าบนออนไลน์กันมากขึ้นแต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือโลกออฟไลน์ เช่น การมีร้านค้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เพราะมีผู้บริโภคจำนวนมากที่กลัวโดนหลอกหรือว่าไม่เชื่อรีวิวในโซเชียลมีเดีย บางร้านมีการโปรโมตในออนไลน์เยอะมากแถมยังมีคนรีวิวมากมายแต่เมื่อได้มาหน้าร้านกลับรู้สึกผิดหวังเนื่องจากภาพไม่ตรงปกนั่นเอง 


     แม้ว่าการสร้างพื้นที่ร้านบนออนไลน์จะสำคัญสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน แต่การมีหน้าร้านเพื่อรองรับลูกค้าก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามเช่นกัน 



 
  • เทรนด์เปลี่ยนแต่แก่นของธุรกิจไม่เคยเปลี่ยน

     เทรนด์สามารถเปลี่ยนได้ แต่แก่นของธุรกิจไม่ควรเปลี่ยน! แก่นในที่นี้คือจรรยาบรรณที่ผู้ประกอบการควรรักษาไว้แม้ว่าเทรนด์จะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นจรรยาบรรณต่อลูกค้าที่ต้องให้ความเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบหรือบีบบังคับลูกค้าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไปจนถึงจรรยาบรรณต่อสังคมที่ต้องดูแลเรื่องสินค้าให้ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสร้างความเสียหาย ความเข้าใจผิดสู่สังคม หรือแม้กระทั่งจรรยาบรรณต่อพนักงานที่ต้องดูแล เอาใจใส่ ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม


     สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมิติที่สำคัญที่จะบ่งบอกได้ว่าธุรกิจของคุณจะสามารถก้าวหน้าได้มากน้อยและยั่งยืนแค่ไหน คุณต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร คุณต้องการนำเสนอสิ่งไหนและอย่าตามเทรนด์จนไม่หลงเหลือเอกลักษณ์ในแบรนด์ของคุณ 


                                   
 
  • ไม่ต้องตามทุกเทรนด์ก็ได้ 

     เทรนด์ของโลกมีหลายประเด็นให้ติดตามและมีเข้ามาใหม่ทุกปีก็จริง แต่ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องตามทุกเทรนด์ก็ได้เพราะจะทำให้ธุรกิจและสินค้าของเราไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ดังนั้นจึงต้องเลือกบางเทรนด์ที่เหมาะกับธุรกิจของเราหรือเลือกเทรนด์ที่คิดว่าธุรกิจจะสามารถนำไปต่อยอดได้และเห็นว่ามันจะเกิดผลดีต่อแบรนด์จริงๆ เช่น เทรนด์ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์หรือเทรนด์ที่จะพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ เทรนด์ที่จะปรับรูปแบบองค์กรให้มีความทันสมัย ไม่ว่าจะเทรนด์รักษ์โลก เทรนด์อาหารสุขภาพ เทรนด์ของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจ ทุกอย่างล้วนทำให้แบรนด์นั้นก้าวทันต่อความเป็นไปของโลกทั้งสิ้น 


     เช่น คุณไม่จำเป็นต้องเปิดร้านค้าบนโลกออนไลน์ทุกแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยม แต่ให้เลือกแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยดูจากคาแรคเตอร์ของกลุ่มลูกค้า ดูว่าพวกเขาใช้แอพพลิเคชั่นไหนเยอะที่สุด พื้นที่ตรงไหนจะเหมาะกับธุรกิจของคุณบ้าง เมื่อเลือกแอพพลิเคชั่นที่ใช่ ก็ไม่ต้องเสียทั้งเงินลงทุนโฆษณาและเวลา แถมยังได้พื้นที่ที่มีกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง 
 

     เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ๆ และเทรนด์เหล่านี้ก็กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ไม่ว่าใครต่างก็อยากนำมาปรับใช้กับตนเองเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งมากมาย นั่นคือการเลือกใช้เทรนด์ให้เหมาะกับตนเอง รวมถึงเข้าใจเทรนด์ต่างๆ อย่างลึกซึ้งก่อนที่จะทำมาปรับใช้กับธุรกิจ หากคุณเลือกใช้เทรนด์ที่ใช่แล้วใส่พลังให้เต็ม เราเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ตามมานั้นจะดีต่อธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน! 



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง