สายมูมาแรง! เทรนด์ร้อนเครื่องประดับปี 2020 ที่นักออกแบบต้องรู้

TEXT : พิมพ์ใจ พิมพิลา
PHOTO : Leila Amulets





Main Idea
 
  • ธุรกิจเครื่องประดับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองในยุคปัจจุบัน เพราะในโลกของแฟชั่นนั้นมีความหลากหลาย ไม่ใช่มีแค่เสื้อผ้า แต่ยังมีเครื่องประดับเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี และเป็นอีกตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
 
  • ในปี 2020 นี้ เครื่องประดับจำพวกสายมู หรือเครื่องประดับที่นำเอาแฟชั่นมาผสมผสานกับความเชื่อหรือเครื่องรางก็ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน 




     ทำไมเทรนด์สายมูยังมาแรงในปี 2020


     แม้จะเป็นที่กล่าวถึงมาระยะหนึ่งแล้วสำหรับ “เครื่องประดับสายมู” หรือเครื่องประดับที่มาพร้อมกับความเชื่อ ในเรื่องช่วยส่งเสริมดวงเรื่องการงาน การเงิน สุขภาพ หรือแม้กระทั่งความรัก โดยมาในรูปแบบของแฟชั่นที่มีความงดงามและหลากหลาย เช่น แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ เป็นต้น ซึ่งถึงวันนี้เทรนด์นี้ก็ยังคงได้รับความนิยมไม่หยุดนิ่ง จนเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ร้อนเครื่องประดับในปี 2020 เลยทีเดียว
               




     เหตุผลสำคัญมากจากเรื่องของความเชื่อไม่เคยหายไปจากสังคมไทย อย่างเช่น การดูดวงประจำวัน การสวมใส่เสื้อผ้าสีมงคล เพื่อส่งเสริมโชคลาภในเรื่องต่างๆ   จึงไม่น่าแปลกใจที่เครื่องประดับสายมูจะยังคงมาแรงแซงโค้งเครื่องประดับประเภทอื่นๆ ในปีนี้


     บวกกับวันนี้ผู้คนเผชิญกับความเครียดจากปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ การเรียน การงาน และความรัก ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผู้คนไม่สามารถควบคุมได้ จึงส่งผลให้ต้องหันไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อยึดเหนี่ยวใจ และสร้างกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับปัญหานั่นเอง
               




     อีกทั้งเครื่องรางในปัจจุบัน ก็เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมากด้วยการนำเอาเรื่องของแฟชั่นมาผสมผสาน จนเกิดเป็นเครื่องประดับสายมู ที่สวย ดูดี เข้ากับการแต่งกายในแต่ละลุ้ค จนหลายคนอยากใช้ ขณะที่บางคนก็ไม่ได้มองว่าเป็นเครื่องราง แต่มองเป็นเครื่องประดับแฟชั่นคูลๆ ที่มีเอกลักษณ์ชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง
 
 


 
     ถอดกลยุทธ์ “ไลลา” ผู้บุกเบิกเครื่องประดับสายมู


      ไลลา เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่นำเอาความเชื่อมาสร้างเป็นแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดยเริ่มต้นจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองว่าเครื่องรางเหล่านี้คือความเชย ล้าสมัยและมักจะเหมาะสำหรับคนสูงวัยเท่านั้น ซึ่งไลลาอยากให้เด็กสมัยใหม่ มองในมุมที่ต่างออกไปและเห็นถึงความงามที่เป็นของดีของแดนสยามแห่งนี้


      พวกเขาจึงได้ออกแบบสินค้าให้อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างเครื่องรางของขลังและเครื่องประดับ ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยใส่ความเชื่อเรื่องพุทธคุณเสริมพลังบวก เพื่อทำให้ผู้สวมใส่มีกำลังใจในการลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยความมั่นใจ จึงเหมือนการปฏิวัติวงการพระเครื่องไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นการนำเอาความเชื่อมาผสมผสานกับความเป็นแฟชั่นนั่นเอง ที่สำคัญพวกเขายังทำให้เครื่องประดับชิ้นนั้นๆ สามารถไปอยู่บนตัวใครก็ได้ เพราะความเป็น Unisex ที่สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง นั่นเอง


     อีกทั้งยังเพิ่มความหลากหลายของความขลัง ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของเครื่องรางนำโชคอย่าง ช่วยเรื่องการงาน การเงิน การเรียน สุขภาพและความรัก และสวมใส่ได้ทั้งในรูปแบบสร้อยคอ สร้อยข้อมือ จี้สร้อย หรือเข็มกลัดที่สามารถใส่ไว้บนสายเสื้อได้ในกรณีที่ไม่สามารถสวมภายนอกได้เนื่องจากกฎของที่ทำงานหรือหน่วยงานไม่สามารถใส่เครื่องประดับได้นั่นเอง






     ความท้าทายสำคัญของไลลาคือการสร้างความเข้าใจให้กับลูกค้าว่า เครื่องรางของไลลาไม่ได้แตกต่างจากเครื่องรางที่มาจากวัดดัง ถึงแม้จะนำมาออกแบบให้กลายเป็นเครื่องประดับแต่คุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้จางหายไป และเครื่องรางเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเชยที่มีแต่คนแก่ใช้เท่านั้น ทว่าเป็นเครื่องประดับที่ไม่ว่าใครใส่ได้
 

     4 ปัจจัยทำเครื่องประดับสายมูให้ปัง


     การออกแบบเครื่องประดับให้ซัคเซส มีองค์ประกอบหลายอย่าง สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน สามารถวิเคราะห์จาก 4 ปัจจัยเหล่านี้ เพื่อเป็นแนวทางออกแบบเครื่องประดับให้ปังได้





     1.เน้นความหลากหลายหรือแสดงออกถึงความเฉพาะตัวของบุคคล



     เครื่องประดับที่มีรูปแบบตายตัวว่าสวย อาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเสียแล้ว แต่เปลี่ยนมาเป็น “สวยในแบบตัวเอง” มองว่าสวยและเมื่อสวมใส่แล้วทำให้เกิดความมั่นใจต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเครื่องประดับนั้นจะต้องมาในรูปแบบพร้อมที่จะใส่ไปงานสังสรรค์ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องแสดงให้เห็นถึงตัวตนผู้สวมใส่ได้นั่นเอง โดยเครื่องประดับนี้สามารถใส่ไปทำงาน ไปเรียนหรือไปสังสรรค์ก็ได้


      2.วัสดุมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ


      วัสดุสำหรับใช้ในการออกแบบเครื่องประดับนั้น มีทั้งวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ และวัสดุแบบสังเคราะห์ขึ้นมาเลียนแบบธรรมชาติ เช่น เครื่องประดับที่มาพร้อมกับอัญมณี เราจะเห็นได้ว่าเครื่องประดับอัญมณีสังเคราะห์เกิดขึ้นมาเยอะมากและขายดีในราคาที่ไม่ต่างกับอัญมณีแท้ นั่นหมายความว่าลูกค้ามีกำลังซื้อถึงและไม่ได้ให้ความสำคัญกับราคา แต่ให้ความสำคัญกับแบรนด์หรือองค์กรเป็นปัจจัยหลัก


     3.เอกลักษณ์ที่ชัดเจนช่วยส่งเสริมการขาย


      แน่นอนว่าการสร้างแบรนด์ขึ้นมาต้องมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทางแบรนด์ต้องมีการสำรวจว่ามีกลุ่มลูกค้าจริงไหม มีมากมาพอที่จะซื้อเครื่องประดับของเรามากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูแล้วเอกลักษณ์นั้นอาจะเป็นเรื่องลอยอยู่บนท้องฟ้า เป็นเรื่องที่ต้องจินตนาการ แต่ในความจริงแล้วล้วนต้องวิเคราะห์จากฐานข้อมูลลูกค้าที่มีทั้งสิ้น  


     4.ตรวจสอบว่าเทรนด์ไหนส่งเสริมแบรนด์เราได้


      หลังจากที่เราได้เอกลักษณ์ของแบรนด์มาแล้ว ก็ต้องมาดูว่าเทรนด์ไหนที่จะสามารถนำมาสนับสนุนเอกลักษณ์ของแบรนด์เราได้ และเทรนด์ที่กำลังมาแรงและมาแรงตั้งแต่ปีที่แล้วคือ เครื่องประดับที่มาพร้อมกับความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องราง ที่ไม่เพียงสวมใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น หากแต่ใส่เพื่อความอุ่นใจในชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าจะมีสองแบบคือกลุ่มที่ชื่นชอบเรื่องของแฟชั่น ความแปลกใหม่ รายละเอียดต่างๆ ที่ใส่ลงไปในเครื่องประดับและกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องเครื่องรางนำโชค นั่นเอง

 


 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 

RECCOMMEND: MARKETING

ส่อง 10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 65 ธุรกิจไหนคู่แข่งมาก ธุรกิจไหนคู่แข่งน้อย

ในยุคหนึ่งอาชีพราชการเคยเป็นที่ใฝ่ฝันของใครต่อใครหลายคน แต่มาถึงยุคนี้อย่าว่าแต่อาชีพราชการ หลายๆ อาชีพที่เคยเป็นคณะยอดนิยมในมหาวิทยาลัยก็ยังเปลี่ยนไป และนอกรั้วมหาวิทยาลัยก็มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายทุกวันนี้

เปลี่ยน ผู้ซม ให้เป็น ผู้ซื้อ จากคนดูให้เป็นลูกค้าตัวจริง

โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาทำการตลาดผู้ประกอบการธุรกิจส่วนมากมักพุ่งเป้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เข้ามาซื้อสินค้าของตนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วนั้นอาจเป็นเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะยังมีลูกค้าอีกมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ด้วยกันที่เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง แวะเข้ามาดู แต่สุดท้ายก็ปล่อยมือไป

ทำอย่างไรให้แบรนด์เติบโตครองใจลูกค้ายาวนาน กรณีศึกษา Decathlon ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 47

หากพูดถึงธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่คุณภาพดีราคาไม่แพงก็ต้องยกให้แบรนด์ “อิเกีย” จากสวีเดนที่ขึ้นแท่นร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้านที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก