พลิกเกมให้ทัน! เมื่อปี’ 63 รายได้ธุรกิจร้านอาหารรจะหายไปหลายหมื่นล้าน!




Main Idea
 
  • ผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางมาประเทศไทย ผู้บริโภคชาวไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงออกไปทานอาหารในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน บวกการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงาน กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
 
  • นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการรายได้ของธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 ลงเหลือ 4.02 – 4.12 แสนล้านบาท จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี 2563 มีมูลค่า 4.39 แสนล้านบาท หรือลดลงที่ประมาณ 2.65 - 3.65 หมื่นล้านบาท
 
  • สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ โดยปรับตัวเองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนในสภาวะเช่นนี้ เช่น เพิ่มช่องทางการจัดส่งอาหารไปยังที่พักหรือที่ทำงาน ในราคาและคุณภาพที่สอดคล้องกับกำลังซื้อที่อ่อนแอ เป็นต้น



         ส่องรอยช้ำธุรกิจร้านอาหารปี 2563
           

      อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังถูกพิษ COVID-19 และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเล่นงานเข้าอย่างจัง สำหรับ “ธุรกิจร้านอาหาร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ถูกพายุ COVID-19 สาดซัดไปก่อนหน้านี้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ร้านอาหารจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  เนื่องจากการชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาประเทศไทย สะท้อนให้เห็นจากข้อมูลสถิติของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ที่พบว่า จำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หดตัวสูงถึงร้อยละ 45 (YoY) และมีแนวโน้มที่จะหดตัวลงต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งส่งผลกระทบมายังร้านอาหารที่พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมูลค่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในกลุ่มการใช้จ่ายด้านการบริโภคอาหารมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 15 ของมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย (1.93 ล้านล้านบาทในปี 2562)
               




      ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศเอง ก็เผชิญกับความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยน่าจะมีการปรับพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงการไปนั่งรับประทานอาหารในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง อาทิ ในห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยอาจหันมาทำอาหารหรือเลือกสั่งอาหารมาทานที่บ้านแทน บวกกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจรวมถึงความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงานที่เข้ามาเป็นปัจจัยท้าทายอีกด้านของธุรกิจร้านอาหาร
               

     ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 น่าจะมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจค่อนข้างมาก อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสและสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ก็น่าจะช่วยให้แรงกดดันต่อธุรกิจร้านอาหารมีการผ่อนคลายลงบ้าง ส่งผลให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการรายได้ของธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 ลงเหลือ 4.02 – 4.12 แสนล้านบาท (จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี 2563 มูลค่า 4.39 แสนล้านบาท) หรือลดลง 2.65 - 3.65 หมื่นล้านบาท
               



            

     ร้านอาหารเต็มรูปแบบ-พึ่งรายได้จากหน้าร้านกระทบหนัก



     เมื่อเจาะเป็นรายประเภทธุรกิจร้านอาหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าวิกฤตข้างต้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านอาหารแต่ละประเภทในระดับที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งได้เป็น

 
  1. กลุ่มร้านอาหารที่น่าจะได้รับผลกระทบสูง


      เช่น ร้านอาหารที่มีการให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Service Restaurant) ซึ่งเน้นการสร้างยอดขายจากการนั่งรับประทานในร้าน ทั้งในห้างสรรพสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวมากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังพบกับความท้าทายของผู้บริโภคภายในประเทศที่หลีกเลี่ยงการกินเลี้ยงสังสรรค์อีกด้วย โดยร้านอาหารในกลุ่มนี้น่าจะมีการหดตัวของยอดขายอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งแรกของปี ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปีหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มีทิศทางที่ดีขึ้นก็คาดว่าการหดตัวของตลาดน่าจะอยู่ในระดับที่ชะลอลงเนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจกลับมาเดินทาง รวมถึงผู้บริโภคในประเทศบางส่วนที่อาจลดความกังวลและกลับมาทานอาหารนอกบ้าน


     ส่งผลให้มูลค่ายอดขายของร้านอาหารในกลุ่มนี้ทั้งปี 2563 อาจเหลือเพียง 1.64 แสนล้านบาท (จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี 2563 ที่มูลค่า 1.87 แสนล้านบาท) หรือลดลง 2.28 หมื่นล้านบาท
               


 
  1. กลุ่มร้านอาหารที่น่าจะได้รับผลกระทบปานกลาง

     เช่น ร้านอาหารที่มีการให้บริการอย่างจำกัด (Limited Service Restaurant)  รวมถึงร้านอาหารที่มีการกระจายรายได้จากช่องทาง Food Delivery ถึงแม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะได้รับผลกระทบจากยอดขายหน้าร้านเช่นเดียวกับกลุ่มแรก แต่จากการที่มีการกระจายช่องทางการขายผ่านการจัดส่งสินค้าไปยังที่พัก (Food Delivery) ทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยงของรายได้และช่วยลดผลกระทบของยอดขายได้บางส่วน นอกจากนี้เนื่องจากร้านอาหารในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงนัก ทำให้ผู้บริโภคในประเทศบางกลุ่มก็ยังคงอาจบริโภคแต่ลดจำนวนความถี่และค่าใช้จ่ายต่อมื้อลงบ้าง จากเหตุผลดังกล่าวทำให้คาดการณ์ว่าร้านอาหารในกลุ่มนี้น่าจะมีการหดตัวลงของยอดขายในระดับที่ไม่รุนแรงนัก อย่างไรก็ดีปัจจัยหลักที่น่าจะต้องจับตามองของร้านอาหารกลุ่มนี้คือสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่


     จากมุมมองดังกล่าว คาดว่ายอดขายของธุรกิจร้านอาหารในกลุ่มนี้ในปี 2563 จะเหลือเพียง 0.65 แสนล้านบาท (จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี 2563 ที่มูลค่า 0.72 แสนล้านบาท) หรือลดลง 0.72 หมื่นล้านบาท
               


       3.กลุ่มร้านอาหารที่น่าจะได้รับผลกระทบอย่างจำกัดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น


     เช่น ร้านอาหารที่มีสัดส่วนรายได้จากช่องทาง Food Delivery สูง หรือ ร้านอาหารข้างทางที่สามารถซื้อกลับบ้าน (Take away) เนื่องจากร้านอาหารในกลุ่มนี้มีช่องทางการขายสินค้าที่หลากหลายทำให้อาจสามารถจำกัดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าร้านอาหารในกลุ่มอื่น นอกจากนี้ความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจก็อาจส่งผลให้ผู้บริโภคในประเทศบางส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการทานในร้านอาหารที่มีการให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Service Restaurant) และ ร้านอาหารที่มีการให้บริการอย่างจำกัด (Limited Service Restaurant) มาเลือกทานอาหารในกลุ่มนี้มากขึ้นเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า ส่งผลให้ยอดขายของร้านอาหารในกลุ่มนี้น่าจะมีการหดตัวลงเล็กน้อยทั้งในช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลังของปี





     โดยคาดว่ายอดขายของธุรกิจร้านอาหารในกลุ่มนี้สำหรับปี 2563 จะอยู่ที่ 1.79 แสนล้านบาท (จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี 2563 ที่มูลค่า 1.80 แสนล้านบาท) หรือลดลง 0.15 หมื่นล้านบาท
               

       อย่างไรก็ดีการจัดกลุ่มร้านอาหารดังกล่าวเป็นเพียงการแบ่งกลุ่มเบื้องต้น ทั้งนี้ระดับความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในร้านอาหารแต่ละร้าน ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญต่างๆอีกหลายประการ อาทิ ความคุ้มค่าของสินค้าและบริการ ที่ตั้งของร้านอาหาร ระบบการจัดการในร้าน รวมถึงระดับความปลอดภัยของพนักงานและสินค้าในร้าน ที่น่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะเข้ามาใช้บริการในภาวะดังกล่าว
               
           





     ปรับตัวรับมือวิกฤต พลิกโอกาสฟื้นรายได้



     ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำว่า เพื่อสร้างโอกาสและลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการอาจขยายช่องทางการขาย บริหารจัดการต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบในร้าน รวมถึงยกระดับการรักษาความสะอาดของร้านอาหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคมากขึ้น
               

      โดยถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะสร้างแรงกดดันต่อยอดขายของผู้ประกอบการร้านอาหารก็ตาม แต่ทว่าในขณะเดียวกันการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมารับประทานอาหารที่บ้านมากขึ้นก็อาจเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถปรับตัวรับมือได้ดังนี้





      1.เพิ่มช่องทางการขายโดยขายอาหารประเภทที่สามารถซื้อกลับบ้านได้ (Take away) หรือมีบริการจัดส่ง (Food Delivery) หรือหากร้านอาหารตั้งอยู่ในเขตที่ใกล้กับแหล่งทำงานหรือที่พักอาศัยอาจเลือกมีบริการจัดส่งให้กับลูกค้าที่สั่งอาหารเป็นกลุ่ม โดยอาจปรับระบบการทำงานของพนักงานบางส่วนและเสนอเมนูอาหารที่ราคาย่อมเยาและคุ้มค่าสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านกำลังซื้อที่อ่อนแอลง


     2.จัดตารางทำความสะอาดร้านและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อแสดงให้ผู้บริโภคเห็นถึงการยกระดับความสะอาดในร้าน


     3.บริหารจัดการต้นทุนโดยอาจเลือกลดการสต็อคสินค้าบางประเภทเพื่อรักษากระแสเงินสดไว้
               
           
      สรุป



     สำหรับผู้ประกอบการ SME  ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร การบริหารกิจการในปีนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและโจทย์ที่ยากเย็นขึ้นกว่าทุกปี ทั้งการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งกระทบต่อรายได้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่หายไป แต่ยังมีผลต่อเนื่องไปถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องปรับตัวโดยเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารจัดการต้นทุน และช่องทางจัดจำหน่ายอาหารมากขึ้น
               

      รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้น ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเช่น การแพร่กระจายข่าวสารที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของร้านอาหารผ่านช่องทางต่างๆ หรือการรับมือกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมถึงการบริหารช่องทางผู้ให้บริการวัตถุดิบที่สำคัญให้เพียงพอในภาวะที่เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ เป็นต้น
 
               
     ถ้าปรับตัวรับมือได้ทัน ไม่เพียงแต่จะผ่านสถานการณ์วิกฤตไปได้ ทว่า SME ก็อาจสร้างโอกาสในวิกฤตได้เช่นกัน
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง