ไขความลับมนุษย์ Gen Z! ผ่าความคิด พิชิตใจผู้บริโภคเปลี่ยนโลก



Main Idea

 
  • หากพูดถึงผู้บริโภคที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกและจะกลายเป็นกำลังซื้อที่สำคัญมากที่สุดนั่นคือชาว Gen Z! ซึ่งตอนนี้พวกเขาคือประชากร 1 ใน 3 ของโลกเลยทีเดียว
 
  • และถ้าคุณอยากจะพิชิตใจพวกเขา ก่อนอื่นต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมของเขา เขาชอบอะไร มีความฝันแบบไหน ผู้มีอิทธิพลสำหรับเขาคือใคร ก็จะสามารถคว้าใจพวกเขาได้ไม่ยาก
 
 
   
            
     หนึ่งในความท้าทายของการทำธุรกิจคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ยิ่งถ้าคุณเป็นคน Gen X หรือ Baby Boomer ที่ต้องขายสินค้าให้คนต่างวัย การจะใช้ความรู้สึกของตัวเองในการคาดเดาพฤติกรรมของลูกค้าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ยิ่งถ้าเป็นลูกค้า Gen Z ที่กำลังก้าวเข้ามาเป็นผู้เปลี่ยนโลก การใช้กลยุทธ์เดิมๆ เพื่อซื้อใจพวกเขา คงต้องโยนตำราเก่าๆ ทิ้งไปก่อน แล้วมานั่งทำความเข้าใจพวกเขาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
               

     จากข้อมูลล่าสุดของวันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์ที่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของชาว Gen Z (13 – 23 ปี) ในเอเชียแปซิฟิก ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจและจะช่วยไขความลับให้คุณเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ที่เผยข้อมูลดังกล่าวคือภูวดล ธาราศิลป์ Director of Digital and CRM และ ชญาน์นันท์ เจริญสุขศิริภาธร Senior Regional Planner บริษัท วันเดอร์แมน ธอมสันประเทศไทย ซึ่งสรุปออกมาได้ทั้งหมด 7 ประเด็นที่ผู้ประกอบการควรรู้!




 
  • พฤติกรรมออนไลน์ของชาว Gen Z

     ชาว Gen Z เป็นกลุ่มที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับวิถีชีวิตที่ผูกติดกับโลกออนไลน์ แม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ แต่พวกเขากลับหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในออนไลน์!
โดย 82 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z มีการใช้สมาร์ทโฟนหลายครั้งต่อวันและในขณะเดียวกัน พวกเขาไม่ได้แสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริง เพราะตระหนักถึงอันตรายของสังคมบนโลกออนไลน์ 92 เปอร์เซ็นต์ มีการคิดอย่างรอบคอบและกังวลในด้านความเป็นส่วนตัว


     นอกจากนี้ยังมีการได้รับข่าวสารใหม่ๆ รวมถึงความบันเทิงผ่านโซเชียลมีเดียถึง 85 เปอร์เซ็นต์ โดยแพลตฟอร์มที่ Gen Z เลือกใช้มากที่สุดคือ Facebook และ Line ทว่า ชาว Gen Z กลับมีความรู้สึกว่าตนเองใช้เวลากับอุปกรณ์ดิจิทัลมากเกินไป ในแง่ของการมองโลกดิจิทัล พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าเทคโนโลยีต่างๆ เป็นของใหม่ แต่กลับรู้สึกว่าต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีเหตุผล
               

     หากว่าแบรนด์หรือธุรกิจ อยากเข้าถึงชาว Gen Z ต้องมีการคิดแบบดิจิทัลและเข้าใจว่าไม่สามารถสื่อสารแบบใดแบบหนึ่งได้ในทุกแพลตฟอร์ม ควรเข้าใจความแตกต่างของแต่ละแพลตฟอร์ม รู้ว่าชาว Gen Z ใช้ช่องทางไหน ทำอะไร เพื่ออะไร
 



 
  • ความฝันและความกังวลของชาว Gen Z

     ชาว Gen Z เติบโตขึ้นมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โลกร้อนมากขึ้น มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สิ่งสำคัญของชาว Gen Z คือต้องการเห็นโลกที่พวกเขาอยู่ดีขึ้น โดย 43 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z ชาวไทยมีความกังวลเกี่ยวกับมลพิษและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ 33 เปอร์เซ็นต์ยังกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพวกเขาได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องการให้โลกดีขึ้น ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมและสังคม
               

     นี่จึงเป็นโอกาสดีสำหรับแบรนด์และธุรกิจต่างๆ ที่จะหันมาใส่ใจเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เนื่องจากชาว Gen Z มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนแบรนด์ที่ให้คุณค่าเรื่องเดียวกันกับพวกเขา แบรนด์ต่างๆ จึงควรเริ่มสื่อสาร Value ของตัวแบรนด์ให้ชาว GEN Z เห็นว่าแบรนด์นั้นๆ มีความสอดคล้องกับพวกเขาอย่างไร
 
  • อาชีพและความสำเร็จของชาว Gen Z

     เมื่อความสุขของชาว Gen Z ไม่เท่ากับคำว่าร่ำรวย ทว่า ความสุขของคนกลุ่มนี้คือการได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองหลงใหลและรักในสิ่งที่ทำ 90 เปอร์เซ็นต์พบว่า ชาว Gen Z มองว่าเพศไหนก็มีคุณค่าและความเสมอภาคกัน มีอิสระที่จะทำงานอะไรก็ได้ที่ต้องการ โดยกลุ่ม Gen Z จะมองหาการเติบโตและมุ่งมั่นในสิ่งที่ดีสุดเท่านั้น

     นอกจากนี้สภาพสังคมในปัจจุบันทำให้ 81 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z กลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่พวกเขาก็ยังมองโลกด้วยความหวัง ฉะนั้น ความคิดของพวกเขาคือความต้องการที่จะประสบความสำเร็จนั้นเท่าๆ กับการมีความสุข ประมาณ 36 – 37 เปอร์เซ็นต์ ส่วนต้องการร่ำรวยเพียงแค่ 14 เปอร์เซ็นต์
               





     สำหรับธุรกิจที่อยากพิชิตใจชาว Gen Z สิ่งสำคัญในการสื่อสารคือไม่ต้องบอกว่าทำไมแบรนด์ของคุณถึงดีเยี่ยม แต่ต้องสื่อสารและแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของคุณจะทำให้ชีวิตของพวกเขายอดเยี่ยมได้อย่างไร แบรนด์ของคุณจะทำให้ชีวิตเขามีความสุขได้มากขึ้นอย่างไร
 
  • การเงินของชาว Gen Z

     แม้ว่าชาว Gen Z จะมองว่าความร่ำรวยไม่ใช่เรื่องหลักๆ ในชีวิตแต่พวกเขากลับเป็นกลุ่มคนที่เริ่มออมเงินเร็วที่สุดและมีการใช้จ่ายไปกับการลงทุนเร็วที่สุดเช่นกัน


     94 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z ชาวไทยมองว่าการออมเงินอย่างชาญฉลาดสำคัญกว่าการมีรายรับจำนวนมาก และ 90 เปอร์เซ็นต์ยังเชื่อว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จมากกว่ารุ่นพ่อแม่ เหตุผลที่พวกเขาเริ่มอยากวางแผนชีวิตเป็นเพราะต้องการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น โดยในสังคมเพื่อนๆ ของพวกเขามีการเริ่มลงทุนและสร้างรายได้ให้ตัวเองแล้ว ไม่เพียงแค่วางแผน แต่ 65 เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนี้มีการเริ่มออมเงินอยู่ และ 74 เปอร์เซ็นต์มีการวางแผนลงทุนกับหุ้นและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ นอกจากนี้พวกเขายังไม่หยุดที่จะหาความรู้เพิ่มเติม โดย 93 เปอร์เซ็นต์ ของพวกเขาต้องการศึกษาความรู้ทางการเงินมากยิ่งขึ้น
               

     โอกาสของแบรนด์คือการเติมเต็มช่องว่างและสร้งคอนเทนต์ที่จะช่วยให้ความรู้ด้านการเงินและการออม รวมถึงการสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของพวกเขาก็จะช่วยให้คุณเข้าไปอยู่ในใจเขาได้แน่นอน
 



 
  • สุขภาพกับชาว Gen Z

     หากพูดถึงเรื่องสุขภาพ ชาว Gen Z เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจ ต้องการเติบโตพร้อมสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุข โดยพวกเขาโตขึ้นมาในยุคที่เต็มไปด้วยทางเลือก ทำให้พวกเขามีความตระหนักและลงทุนในอาหารสุขภาพมากขึ้น


    โดย 83 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนใจกับฉลากอาหาร ส่วน 80 เปอร์เซ็นต์มีความใส่ในในสิ่งที่พวกเขากินอย่างใกล้ชิด นอกจากเรื่องอาหาร พวกเขายังให้ความสำคัญในการดูแลผิว 84 เปอร์เซ็นต์ของชาว Gen Z มีการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวอยู่เป็นประจำ ส่วนเรื่องของสุขภาพใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากความเครียดและความกดดันจากการแข่งขันในโรงเรียนหรือที่ทำงาน อาจทำให้พวกเขามีปัญหาทางจิตใจได้ โดย 92 เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนี้กล่าวว่า พวกเขาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตมากเท่าๆ กับการดูแลสุขภาพกายของพวกเขา
               

     นอกเหนือจากแบรนด์สุขภาพและความงาม ธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการที่จะเข้ามาช่วยดูแลจิตใจ สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้ชาว Gen Z ได้มีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้
 
  • เทรนด์ผู้บริโภคของชาว Gen Z

     เพราะชาว Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรสนิยมดี แต่พวกเขาช่างเลือกและต้องการสินค้าในราคาไม่แพงนัก โดย 64 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z กล่าวว่าการที่พวกเขามีสิ่งของหรูหราหรือสินค้าจากดีไซเนอร์ชื่อดังนั้นสำคัญ นอกจากนี้ 66 เปอร์เซ็นต์ยังมองว่าถ้าไม่ได้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลรุ่นล่าสุดจะไม่เท่ และ 83 เปอร์เซ็นต์ของคน Gen Z ในประเทศไทยจะมองหาสินค้าพรีเมียมในราคาที่ถูกที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ และพวกเขายังมีการเปรียบเทียบราคาจากช่องทางต่างๆ ส่วน 83 เปอร์เซ็นต์ จะมองหาสินค้าที่มีหน้าร้านเพื่อทดลองและสัมผัสของจริงก่อน แล้วหลังจากนั้นจะตัดสินใจซื้อบนออนไลน์เพื่อราคาที่ถูกกว่า


     นอกจากนี้พวกเขายังนิยมจ่ายเงินแบบออนไลน์ ไม่ว่าจะช้อปปิ้งผ่านช่องทางไหนก็ตาม 86 เปอร์เซ็นต์ ชอบจ่ายผ่านโทรศัพท์และ 84 เปอร์เซ็นต์ชอบจ่ายเงินโดยใช้กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลมากกว่าวิธีอื่นๆ
               





     ฉะนั้น แบรนด์จึงไม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียวแต่มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์และคุณค่าของสิ่งที่พวกเขาจะได้รับในการซื้อสินค้าจากคุณ นอกจากนี้การอำนวยความสะดวกเรื่องช่องทางจ่ายเงินที่หลากหลายก็สำคัญเช่นกัน
 
  • ใครที่ชาว Gen Z เชื่อมากที่สุด

     เมื่อยุคนี้เต็มไปด้วยผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ทั้ง Celebrity, Influencer ไปจนถึง Blogger แล้วใครกันล่ะที่จะเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อ Gen Z มากที่สุด


     โดยกลุ่มคนที่ชาว Gen Z ส่วนใหญ่มองว่าเป็นฮีโร่คือสมาชิกในครอบครัว พวกเขาจะมีการรับฟังผู้ปกครองเวลาต้องการพูดถึงเรื่องการเงินมากที่สุด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาต้องการข้อมูลเรื่องสุขภาพ Gen Z จะอ่านรีวิวและความเห็นจาก Expert ในเรื่องนั้นๆ ส่วนเรื่องของเทคโนโลยี พวกเขาจะรับฟังคนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเป็นหลัก และพวกเขาจะเชื่อ Influencer ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความบันเทิง


     เมื่อไหร่ก็ตามที่แบรนด์ของคุณมีการเลือกใช้ Influencer หรือ Blogger ต้องเลือกใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดให้เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของชาว Gen Z และที่สำคัญแบรนด์ต้องนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้คำแนะนำกับคนกลุ่มนี้ได้
 

     การจะทำธุรกิจกับคนต่าง Gen ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คงไม่ยากเกินไปถ้าคุณเข้าใจพวกเขา รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร มีพฤติกรรมแบบไหน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และทั้งหมดนี่คือความลับของชาว Gen Z ที่จะเปลี่ยนให้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจได้!
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี     

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง