เปิดยุทธวิธีธุรกิจร้านอาหาร สู้ศึก! COVID - 19 เราจะรอดไปด้วยกัน

TEXT  : นิตยา สุเรียมมา



 
 
 
Main Idea
 
  • ในขณะที่ไวรัส COVID-19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ “ธุรกิจร้านอาหาร” ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งค่าต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นของสด ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าสถานที่ ฯลฯ ขณะที่ปริมาณลูกค้ากลับลดลงไปมหาศาล 
 
  • เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารสามารถปรับตัวสู้ศึกวิกฤตครั้งนี้ได้ เราจึงได้รวบรวม 8 ยุทธวิธี ที่คิดว่าน่าจะพอช่วยเป็นแนวทางในการเอาตัวรอดให้กับผู้ประกอบการได้บ้างมาฝากกัน

___________________________________________________________________________________________
 
 

     จากสถานการณ์ความรุนแรงของไวรัส COVID – 19 ทั่วโลกและในประเทศไทยเองที่ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นแบบรายวัน จนประชาชนรวมถึงธุรกิจห้างร้านต่างๆ ตั้งตัวรับแทบไม่ทัน ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ไหนจะจำนวนลูกค้าที่ลดลงฮวบๆ ต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงลิ่ว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นของสดเก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน ค่าลูกจ้างพนักงาน ค่าเช่าต่างๆ ฯลฯ 


     ด้วยเหตุนี้เพื่อช่วยหาทางออกให้ สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ เราจึงรวบรวมกลยุทธ์การทำธุรกิจร้านอาหารในยุคที่โรคร้ายกำลังระบาดเช่นนี้มาฝากกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตนได้


 
  • หันมาใช้บริการ Delivery กันมากขึ้น

     การจัดส่งแบบเดลิเวอรีน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายร้านเลือกทำในยามวิกฤตเช่นนี้ เพราะเมื่อลูกค้าไม่มาหา เราก็ต้องไปหาลูกค้าเอง โดยสำหรับร้านอาหารเชนใหญ่ๆ ที่มีบริการจัดส่งเดลิเวอรีอยู่แล้วนั้น ไม่น่าจะยาก เพียงแต่อาจต้องเพิ่มสัดส่วนบริการจัดส่ง ตระเตรียมแพ็กเกจจิ้งเพื่อการจัดส่งให้มากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับรายใหม่หรือร้านค้ารายย่อยเองที่อาจไม่เคยสมัครใช้บริการเลย ก็สามารถรีบสมัครได้ในตอนนี้ ซึ่งธุรกิจบริการจัดส่งหลายค่าย ณ ตอนนี้ได้พยายามปรับรูปแบบการให้บริการสำหรับร้านค้าที่สมัครเข้ามาใหม่ให้สามารถเริ่มต้นใช้งานและเข้ามาอยู่ในระบบได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 7 วันทำการ


 
  • จัดส่งแบบไร้สัมผัส

     ทั้งนี้สำหรับร้านค้าที่อยากเพิ่มบริการจัดส่งด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หรืออย่างเช่นร้านหมูกระทะที่มักให้บริการจัดส่งให้กับลูกค้าอยู่แล้ว อาจลองเพิ่มมาตรการจัดส่งแบบไร้สัมผัส (Contactless Delivery) ขึ้นมาด้วยก็ได้เหมือนเช่นที่แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์กำลังทำอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัยให้กับทั้งลูกค้าและตัวพนักงานจัดส่งเอง วิธีการ คือ ให้พนักงานและลูกค้าอยู่ห่างกันประมาณ 2 เมตรในการรับส่งสินค้า โดยก่อนทำการจัดส่งอาจแจ้งค่าใช้จ่ายเพื่อให้ลูกค้าเตรียมเงินไว้พอดี หรือหากในกรณีที่ต้องมีการทอนเงินก็อาจจัดเตรียมใส่ถุงไว้ให้เรียบร้อยเลย เมื่อมาถึงยังจุดนัดหมายก่อนหยิบอาหารออกมาวาง เพื่อให้ลูกค้าเดินเข้ามาหยิบให้เช็ดทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อน จากนั้นเว้นระยะห่างจากกัน 2 เมตร เพื่อให้ลูกค้าทำการตรวจเช็คสินค้าและเงินทอน พร้อมวางเงินชำระค่าอาหาร เมื่อลูกค้ารับสินค้าไปแล้วจึงเข้าไปทำการเก็บเงิน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


 
  • ปรับขายเฉพาะหน้าร้านแบบ Take Home

     สำหรับร้านที่อาจไม่สะดวกใช้บริการเดลิเวอรี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดร้านเพื่อขายอาหารไปด้วย อาจลองใช้วิธีแบบ Take Home หรือเพื่อให้ลูกค้าซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านกันมากขึ้นก็ได้ โดยอาจมีโปรโมชั่นจูงใจ ลดแลก แจกแถม เพราะการซื้อกลับเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและให้บริการหน้าร้านอยู่แล้ว


 
  • ปรับพื้นที่ให้เป็น Social Distancing มากขึ้น

     ในกรณีที่ทางร้านมีความจำเป็นต้องให้บริการนั่งรับประทานที่ร้านอยู่ อาจลองใช้วิธีปรับให้เป็น Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคมให้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่การจัดโต๊ะนั่งให้มีระห่างกันอย่างน้อย 1–2 เมตร ปรับพื้นที่ให้โล่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก รับลูกค้าปริมาณจำกัดไม่ให้แน่นร้านเกินไป จัดเตรียมภาชนะการใช้งานสำหรับรายบุคคล เช่น หากลูกค้ามาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปอาจจัดเตรียมช้อนกลางส่วนตัวไว้ให้ใช้ตักอาหารของแต่ละคนด้วย นอกจากนี้หากมีเจลแอลกอฮอล์ หรือเพิ่มจุดล้างมือไว้หลายๆ จุดภายในร้านก็ดี

 
  • เน้นขายอาหารเซ็ตกินคนเดียวมากขึ้น

     เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด แต่ละร้านอาจลองจัดเซ็ตเมนูสำหรับลูกค้ารายบุคคลให้มากขึ้น เช่น มีการปรับขนาดหรือปริมาณให้น้อยลง และจัดเป็นชุดเซ็ตราคาพิเศษให้ลูกค้าเลือกรับประทานได้หลายอย่างสำหรับกินคนเดียวอิ่ม วิธีการดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้าแล้ว ยังทำให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น แทนที่ลูกค้าจะสั่งแค่จานเดียวหรือไม่กี่อย่างเพราะกลัวกินไม่หมด ก็สามารถเลือกสั่งได้เป็นเซ็ตให้สามารถเลือกกินได้หลายอย่าง ขณะเดียวกันก็จ่ายน้อยกว่า และไม่อิ่มจนเกินไป
 
 
  • งดการรีฟิล ใช้ซ้ำ ออกไปก่อน

     การรักษ์โลกเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในที่มีโรคระบาดที่เกินควบคุมเช่นนี้ การเซฟทั้งตัวเองและผู้อื่นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุด การใช้ซ้ำหรือรีฟิลอาจนำพาเชื้อโรคให้ติดถึงกันได้ ดังนั้นจึงอาจขอยกเลิกให้บริการดังกล่าวออกไปก่อนเหมือนเช่นที่ร้านกาแฟหลายแห่งประกาศออกมา แต่ถึงจะต้องใช้แก้วหรือภาชนะใหม่ใส่ให้กับลูกค้าขณะเดียวกันเราสามารถเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบรักษ์โลกมาทดแทนก็ได้


  • เข้มงวดเพิ่มมาตรการทำความสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า

     เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมั่นใจทั้งต่อตัวลูกค้าและพนักงานทุกคนในร้านเอง ผู้ประกอบการควรเพิ่มมาตรการทำความสะอาดที่เข้มงวดมากขึ้น ตั้งแต่การทำความสะอาดร้านทั้งระหว่างวันและก่อน-หลังเปิดปิดร้านด้วยการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ การให้พนักงานใส่เครื่องป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ การทำความสะอาดภาชนะแบบเข้มงวดขึ้น เช่น ล้างเสร็จแล้ว ก็นำมาลวกน้ำร้อนอีก โดยมาตรการทำความสะอาดและปลอดภัยต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้ ทางร้านสามารถนำมาติดประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์หรือลงสื่อสารในออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ด้วย


 
  • จัดทำ Voucher พิเศษ เพื่อให้กลับมาใช้บริการเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น

     ข้อสุดท้ายเมื่อได้ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการต่างๆ แล้ว อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มรายได้เข้ามาจุนเจือธุรกิจได้ในยามวิกฤตเช่นนี้ ก็คือ อาจลองจัดทำเป็น Voucher หรือบัตรสมนาคุณพิเศษขายให้แก่ลูกค้า เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้บริการได้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น นอกจากจะเป็นวิธีช่องทางเพิ่มรายได้ในตอนนี้ เพื่อนำมาเป็นเงินทุนแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าสถานที่ ฯลฯ ยังเป็นการช่วยการันตีหลังผ่านพ้นวิกฤตไปว่าเราจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้แบบต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเอง ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารจัดการเงินทุนให้ดี ควรมีสำรองไว้เป็นทุนหลังจากฟื้นจากวิกฤตแล้วด้วย เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการธุรกิจและรองรับลูกค้าได้ตามปกติ
 

     และนี่คือ 8 ยุทธวิธีที่คิดว่าน่าจะพอเป็นแนวทางในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารได้บ้างในเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ อย่างไรก็อย่าเพิ่งถอดใจล้มเลิกกันไปง่ายๆ พวกเราชาว SME Thailand  ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง