5 เคล็ดลับ สร้างโฆษณาบนมือถือ

 

แปลและเรียบเรียง : เจษฎา ปุรินทวรกุล

    จากผลสำรวจและการศึกษากลุ่มเป้าหมายของบริษัท xAd บริษัทโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือของสหรัฐฯ และบริษัทโทรศัพท์หากลุ่มเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์โฆษณาที่มีชื่อว่า Telmetrics เปิดเผยว่าเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของนักชอปผ่านมือถือรู้สึกว่าโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือนั้นให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาก และกว่า 70 เปอร์เซ็นต์มักสังเกตเห็นโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือในช่วง 30 วันที่ผ่าน

    เห็นได้ชัดว่าโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง และนักการตลาดก็มักจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง แต่อะไรละที่จะทำให้โฆษณาบนมือถือเกิดประสิทธิภาพได้อย่างสูงสุด เรามาดู 5 เคล็ดลับนี้กัน

    1. ทบทวนแบนเนอร์โฆษณาเป็นอันดับแรก ตัวแบนเนอร์โฆษณาที่เราใช้ในโลกออนไลน์อย่างเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ค อาจไม่เหมาะกับกลยุทธ์การตลาดบนโทรศัพท์มือถือก็ได้ ที่สำคัญนักการตลาดบางคนไม่ได้ออกแบบตัวแบนเนอร์ให้รองรับกับสมาร์ทโฟนขนาดเล็ก ส่งผลให้ผู้ใช้งานเกิดความผิดหวังได้ง่ายๆ ขณะที่ Native Ad ก็กำลังมาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผลสำรวจเปิดเผยว่าผู้บริโภคเปิด Native Ad ถึงกว่า 52 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าโฆษณาแบบแบนเนอร์หลายเท่า แต่ค่าใช้จ่ายของ Native Ad ก็สูงกว่าเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องหลบเลี่ยงการใช้แบนเนอร์ เราอาจใช้แบนเนอร์ร่วมกับกลยุทธ์อื่นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าในแบบฉบับของแบรนด์ตัวเองก็ได้



    2. รูปภาพ มีคุณค่ามากๆ “ภาพหนึ่งภาพ แทนคำพันคำ” เป็นประโยคที่จะทำให้เรารู้ว่าการเลือกภาพมาใช้ประกอบในโฆษณาบนมือถือ มีความสำคัญมากขนาดไหน เพราะโดยปกติ ผู้บริโภคมักใช้สายตาจดจ่ออยู่กับภาพที่สวยงามและสื่อความหมายได้อย่างน่าสนใจ มากกว่าที่จะนั่งอ่านข้อความอันสละสลวย 

    3. การตอบสนองโฆษณาจากผู้บริโภค คือกุญแจสำคัญ ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกคนมีความคาดหวังในข้อมูลจากทุกๆ คลิ๊กผ่านทางโฆษณาของเรา ดังนั้น อย่าทำให้เขาผิดหวังด้วยการใส่ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่เป็นความจริง และพยายามทำให้โฆษณาของคุณมีรูปแบบการสื่อสารในแบบที่ผู้บริโภคต้องการ 

    ครั้งหนึ่งทาโค เบลล์ (Taco Bell) ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์เม็กซิกันขึ้นชื่อของอเมริกามีผู้สมัครเป็นสมาชิกถึง 13,000 คน ภายใน 5 สัปดาห์ เขาได้ใช้การโฆษณาบนมือถือโดยให้ลูกค้าสมัครสมาชิกผ่าน SMS เพื่อแลกกับเครื่องดื่มฟรี กลยุทธ์นี้ส่งผลให้ ทาโค เบลล์ ได้รับข้อมูลลูกค้าจากการสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมหาศาล และนี่คืออีก 1 เทคนิคทางการตลาดที่น่าสนใจ
 

    4. ใช้โซเชียลมีเดียด้วย ลองจับคู่โฆษณาบนมือถือเข้ากับโซเชียลมีเดียที่แบรนด์คุณใช้อยู่ด้วย วิธีนี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ เพราะจากการศึกษาพบว่าผู้ใหญ่ที่ใช้งานอินเทอร์เนต 74 เปอร์เซ็นต์ ใช้โซเชียลมีเดียด้วย และ 40 เปอร์เซ็นต์ใช้โซเชียลมีเดียจากโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น ถ้าโฆษณาบนมือถือของเราน่าสนใจจริงๆ ลูกค้าย่อมแชร์ หรือส่งโฆษณาของเราไปให้พวกเพื่อนๆ เขาด้วย ซึ่งการแชร์จะได้ผลง่ายขึ้น ถ้าเรามอบส่วนลดให้ลูกค้า คูปอง หรือแรงจูงใจอื่นๆ เท่าที่จะสร้างความสนใจให้กับลูกค้าได้

    5. เน้นความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก สุดท้าย พยายามทำให้โฆษณาบนมือถือของคุณใช้งานง่ายและมีความยุ่งยากน้อยที่สุด โดย Rob Griffin รองประธานฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการพัฒนาการผลิตที่ Havas Media กล่าวไว้ว่า โฆษณาบนโทรศัพท์มือถือไม่ได้ต้องการความเซ็กซี่ แค่ต้องการการทำงานที่ต่อเนื่องและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าได้ นอกจากนั้นเขายังแนะนำให้อยู่ห่างจากอะไรที่ฉูดฉาดและจุกจิกมากเกินไป “เพียงเพราะคุณทำมันได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะทำมัน” นี่คือประโยคที่ Griffin ทิ้งทวนเอาไว้  
 
 
 
 
 
รูปแบบการโฆษณาบนมือถือในปัจจุบัน

•    Banner เป็นแถบโฆษณาที่เรามักเคยเห็นทั่วๆ ไป
•    Interstitial เป็นโฆษณาแบบเต็มจอ (Full Screen)
•    Native เป็นโฆษณาที่ฝังไปกับ App ของเรา โดยสามารถปรับแต่งให้เนียนไปกับ Content ของเราได้อย่างอิสระจนบางครั้งผู้บริโภคอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือโฆษณา

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Lisa Hoover McGreevy ผ่านทาง www.entrepreneur.com/ 

Create by smethailandclub.com

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง